วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562

5.การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้

58 ความคิดเห็น:

  1. การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้
    1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
    2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ
    3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
    4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
    (นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)

    ตอบลบ
  2. การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดของ Frederick Herzberb ในปี 1950 และ 1960 ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) ต่อมา Hackman และ Oldham ได้นำมาศึกษาต่อ มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของงาน (Job Characteristics Model) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของ Job Enrichment ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร “Job Enrichment” จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
    รูปแบบของการเพิ่มคุณค่าในงาน

    Job Enrichment ที่นิยมใช้อยู่ในองค์การนั้นมี 2 รูปแบบที่แตกต่างกันตามลักษณะงานที่มอบหมายให้พนักงานรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้

    1) การเพิ่มคุณค่างานในงานที่มีระดับหรือค่างานเช่นเดียวกับงานที่พนักงานได้รับมอบหมายในปัจจุบัน หมายถึง การเพิ่มคุณค่างานให้กับพนักงานได้ทำงานที่มีระดับงานที่เท่ากับงานปัจจุบัน เป็นงานที่มีความหลากหลายทำให้ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น หรือเป็นการทำงานที่ท้าทาย โดยอาจเป็นการทำงานเชิงเทคนิคมากขึ้น

    2) การเพิ่มคุณค่างานในงานที่มีระดับหรือค่างานสูงกว่างานที่พนักงานได้รับมอบหมายในปัจจุบัน หมายถึง การเพิ่มคุณค่างานโดยมอบหมายให้พนักงานทำงานในขอบเขตงานที่สูงมากขึ้น และพนักงานมีโอกาสในการตัดสินใจมากขึ้น ซึ่งการเพิ่มคุณค่างานในลักษณะนี้เป็นการช่วยกระตุ้น ส่งเสริมให้พนักงานมีความพร้อมที่จะรับผิดชอบงานในตำแหน่งงานที่สูงขึ้นต่อไปได้
    (ชนกนาฎ​ สหทรัพย์เจริญ 12590012)

    ตอบลบ

  3. Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย

    วัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
    1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม

    2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ

    3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น

    จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
    (นางสาวชนาวาส บัววงค์) 12590013

    ตอบลบ
  4. Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย

    วัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
    1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม

    2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ

    3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น

    จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป

    (นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)

    ตอบลบ
  5. การเพิ่มคุณค่างาน ( Job Entrchment) หมายถึง การรยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามี อำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ การยอมรับ มีโอกาสประสบความสำเร็จ แบะมีความก้าวหน้าทางกน้าที่การงานสูงขึ้น ทั้งนี้องค์กรกรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆ ของงาน ดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน
    1.ความหลากหลายของทักษะ ( Skill Variety ) หมายถึง การเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้ใช้ทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติม
    2.เอกลักษณ์ของงาน ( Task Iderntity ) หมายถึง การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบ
    3.ความสำคัญของงาน ( Task Significance ) หมายถึง การทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดได้
    4.ความมีอิสระในการทํางาน ( Task Automorry ) หมายถึง การอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงาน สามารถกำหนดวิธีการทำงาน ช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
    (ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)

    ตอบลบ
  6. การเพิ่มคุณค่างาน (Job Enrichment) การเพิ่มคุณค่างานหมายถึงการยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบการยอมรับมีโอกาสประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้นหลักการที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่างานเรียกว่าการเพิ่มความลึกของงาน (Job Depth) ทั้งนี้องค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน
    1. ความหลากหลายของทักษะ (Skil Variety) หมายถึงการเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆเช่นงานเลขานุการโดยทั่วไปอาจทำหน้าที่เพียงแค่พิมพ์งานจัดแฟ้มและจดบันทึกนัดหมายของผู้บริหารการเพิ่มความหลากหลายของทักษะอาจทำได้โดยเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบอื่นเช่นการร่างจดหมายการจัดเตรียมการนำเสนอข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์การจดบันทึกรายงานการประชุมตลอดจนการให้ความเห็นแก่ผู้บริหารในงานด้านต่างๆขององค์กรจะเห็นได้ว่าหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เลขานุการจำเป็นต้องใช้หรือต้องฝึกฝนทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติมซึ่งทำให้ตนเองตระหนักถึงสำคัญของตำแหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานสร้างแรงจูงใจและทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
    2. เอกลักษณ์ของงาน (Task Identity) หมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงานทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบวิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเช่นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์อาจทำหน้าที่เพียงรับแจ้งข้อบกพร่องของคอมพิวเตอร์แล้วส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาและซ่อมแซมต่อไปกรณีนี้การเพิ่มเอกลักษณ์ของงานสามารถทำได้โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์สามารถทำหน้าที่ตลอดกระบวนการได้ตั้งแต่รับแจ้งข้อบกพร่องให้คำแนะนำปรึกษาและจัดการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ 3. ความสำคัญของงาน (Task Significance) หมายถึงการทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากรเบคคลอาจมีหน้าที่สัมภาษณ์พนักงานใหม่ซึ่งโดยปกติแล้วตำแหน่งงานที่รับสมัครแต่ละตำแหน่งคาจมีผู้มาสมัครเป็นจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่เบื่อหน่ายการสัมภาษณ์เนื่องจากต้องตั้งคำถามลักษณะเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนอาจขาดความกระตือรือล้นในการช่วยคัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพเข้ามาในองค์กรด้วยเหตุนี้ผู้บริหารควรชี้แจงให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเห็นว่าหากสามารถคัดและกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติและทัศนคติที่เหมาะสมเข้ามาในองค์กรได้ย่อมทำให้งานในส่วนต่างๆสามารถทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากตนเองซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำเพื่อใช้ในโรงงานแต่หากไม่กรองสิ่งสกปรกออกไปย่อมส่งผลให้เครื่องจักรในโรงงานประสบปัญหาและอาจเสียหายได้ในที่สุด 4. ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy) หมายถึงการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดวิธีการทำงานช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
    (นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)

    ตอบลบ
  7. การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดของ Frederick Herzberb ในปี 1950 และ 1960 ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) ต่อมา Hackman และ Oldham ได้นำมาศึกษาต่อ มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของงาน (Job Characteristics Model) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของ Job Enrichment ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร “Job Enrichment” จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
    เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์หลักของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment ได้แก่
    1. Renewal – การทำให้เกิดความแปลกใหม่ ไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลง ลักษณะงาน บุคคลที่จะต้องติดต่อประสานงานด้วย เปลี่ยนมุมมองหรือความคิดจากงานเดิม
    2. Exploration– การพัฒนาและการแสวงหาทักษะความชำนาญที่มากขึ้น พัฒนาสัมพันธภาพที่เกิดขึ้นจากการทำงานใหม่ ๆ
    3. Specialization – การชำนาญในงานเป็นพิเศษ ก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการงานนั้นที่ลึกขึ้น ยากและท้าทายมากขึ้น

    (ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)

    ตอบลบ
  8. การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้
    1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
    2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ
    3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
    4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
    (นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)

    ตอบลบ
  9. การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดของ Frederick Herzberb ในปี 1950 และ 1960 ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) ต่อมา Hackman และ Oldham ได้นำมาศึกษาต่อ มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของงาน (Job Characteristics Model) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของ Job Enrichment ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร “Job Enrichment” จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
    เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์หลักของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment ได้แก่
    1. Renewal – การทำให้เกิดความแปลกใหม่ ไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลง ลักษณะงาน บุคคลที่จะต้องติดต่อประสานงานด้วย เปลี่ยนมุมมองหรือความคิดจากงานเดิม
    2. Exploration– การพัฒนาและการแสวงหาทักษะความชำนาญที่มากขึ้น พัฒนาสัมพันธภาพที่เกิดขึ้นจากการทำงานใหม่ ๆ
    3. Specialization – การชำนาญในงานเป็นพิเศษ ก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการงานนั้นที่ลึกขึ้น ยากและท้าทายมากขึ้น
    (นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)

    ตอบลบ
  10. การเพิ่มคุณค่างาน (Job Enrichment) การเพิ่มคุณค่างานหมายถึงการยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบการยอมรับมีโอกาสประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้นหลักการที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่างานเรียกว่าการเพิ่มความลึกของงาน (Job Depth) ทั้งนี้องค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน
    1. ความหลากหลายของทักษะ (Skil Variety) หมายถึงการเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆเช่นงานเลขานุการโดยทั่วไปอาจทำหน้าที่เพียงแค่พิมพ์งานจัดแฟ้มและจดบันทึกนัดหมายของผู้บริหารการเพิ่มความหลากหลายของทักษะอาจทำได้โดยเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบอื่นเช่นการร่างจดหมายการจัดเตรียมการนำเสนอข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์การจดบันทึกรายงานการประชุมตลอดจนการให้ความเห็นแก่ผู้บริหารในงานด้านต่างๆขององค์กรจะเห็นได้ว่าหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เลขานุการจำเป็นต้องใช้หรือต้องฝึกฝนทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติมซึ่งทำให้ตนเองตระหนักถึงสำคัญของตำแหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานสร้างแรงจูงใจและทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
    2. เอกลักษณ์ของงาน (Task Identity) หมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงานทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบวิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเช่นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์อาจทำหน้าที่เพียงรับแจ้งข้อบกพร่องของคอมพิวเตอร์แล้วส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาและซ่อมแซมต่อไปกรณีนี้การเพิ่มเอกลักษณ์ของงานสามารถทำได้โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์สามารถทำหน้าที่ตลอดกระบวนการได้ตั้งแต่รับแจ้งข้อบกพร่องให้คำแนะนำปรึกษาและจัดการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ 3. ความสำคัญของงาน (Task Significance) หมายถึงการทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากรเบคคลอาจมีหน้าที่สัมภาษณ์พนักงานใหม่ซึ่งโดยปกติแล้วตำแหน่งงานที่รับสมัครแต่ละตำแหน่งคาจมีผู้มาสมัครเป็นจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่เบื่อหน่ายการสัมภาษณ์เนื่องจากต้องตั้งคำถามลักษณะเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนอาจขาดความกระตือรือล้นในการช่วยคัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพเข้ามาในองค์กรด้วยเหตุนี้ผู้บริหารควรชี้แจงให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเห็นว่าหากสามารถคัดและกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติและทัศนคติที่เหมาะสมเข้ามาในองค์กรได้ย่อมทำให้งานในส่วนต่างๆสามารถทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากตนเองซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำเพื่อใช้ในโรงงานแต่หากไม่กรองสิ่งสกปรกออกไปย่อมส่งผลให้เครื่องจักรในโรงงานประสบปัญหาและอาจเสียหายได้ในที่สุด 4. ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy) หมายถึงการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดวิธีการทำงานช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
    (นางสาว ณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)

    ตอบลบ
  11. การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้
    1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
    2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ
    3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
    4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
    (นายธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)

    ตอบลบ
  12. Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
    วัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
    1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
    2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
    3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
    จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
    (นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)

    ตอบลบ
  13. 5.การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีความหลากหลายของทักษะการทำงานเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้ใช้ทักษะด้านอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆ เช่นเลขานุการ และการทำให้งานมีเอกลักษณ์ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบ วิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติมองเห็นว่า ตนเองสามารถทำงานได้สมบุรณ์ แล้วทำให้งานมีความสำคัญของงานโดยทำให้ทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากร และความมีอิสระในการทำงาน เป็นการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงาน สามารถกำหนดรายละเอียดในการทำงานได้เอง
    (อารียา ปานทอง 12590109)

    ตอบลบ
  14. การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้
    1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
    2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ
    3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
    4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
    (อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)

    ตอบลบ
  15. การเพิ่มคุณค่างาน (Job Enrichment) การเพิ่มคุณค่างานหมายถึงการยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบการยอมรับมีโอกาสประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้นหลักการที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่างานเรียกว่าการเพิ่มความลึกของงาน (Job Depth) ทั้งนี้องค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน
    1. ความหลากหลายของทักษะ (Skil Variety) หมายถึงการเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆเช่นงานเลขานุการโดยทั่วไปอาจทำหน้าที่เพียงแค่พิมพ์งานจัดแฟ้มและจดบันทึกนัดหมายของผู้บริหารการเพิ่มความหลากหลายของทักษะอาจทำได้โดยเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบอื่นเช่นการร่างจดหมายการจัดเตรียมการนำเสนอข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์การจดบันทึกรายงานการประชุมตลอดจนการให้ความเห็นแก่ผู้บริหารในงานด้านต่างๆขององค์กรจะเห็นได้ว่าหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เลขานุการจำเป็นต้องใช้หรือต้องฝึกฝนทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติมซึ่งทำให้ตนเองตระหนักถึงสำคัญของตำแหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานสร้างแรงจูงใจและทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
    2. เอกลักษณ์ของงาน (Task Identity) หมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงานทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบวิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเช่นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์อาจทำหน้าที่เพียงรับแจ้งข้อบกพร่องของคอมพิวเตอร์แล้วส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาและซ่อมแซมต่อไปกรณีนี้การเพิ่มเอกลักษณ์ของงานสามารถทำได้โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์สามารถทำหน้าที่ตลอดกระบวนการได้ตั้งแต่รับแจ้งข้อบกพร่องให้คำแนะนำปรึกษาและจัดการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ 3. ความสำคัญของงาน (Task Significance) หมายถึงการทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากรเบคคลอาจมีหน้าที่สัมภาษณ์พนักงานใหม่ซึ่งโดยปกติแล้วตำแหน่งงานที่รับสมัครแต่ละตำแหน่งคาจมีผู้มาสมัครเป็นจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่เบื่อหน่ายการสัมภาษณ์เนื่องจากต้องตั้งคำถามลักษณะเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนอาจขาดความกระตือรือล้นในการช่วยคัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพเข้ามาในองค์กรด้วยเหตุนี้ผู้บริหารควรชี้แจงให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเห็นว่าหากสามารถคัดและกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติและทัศนคติที่เหมาะสมเข้ามาในองค์กรได้ย่อมทำให้งานในส่วนต่างๆสามารถทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากตนเองซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำเพื่อใช้ในโรงงานแต่หากไม่กรองสิ่งสกปรกออกไปย่อมส่งผลให้เครื่องจักรในโรงงานประสบปัญหาและอาจเสียหายได้ในที่สุด 4. ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy) หมายถึงการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดวิธีการทำงานช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง (น.ส. อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)

    ตอบลบ
  16. การเพิ่มคุณค่างาน (Job Enrichment) การเพิ่มคุณค่างานหมายถึงการยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบการยอมรับมีโอกาสประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้นหลักการที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่างานเรียกว่าการเพิ่มความลึกของงาน (Job Depth) ทั้งนี้องค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน
    1. ความหลากหลายของทักษะ (Skil Variety) หมายถึงการเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆเช่นงานเลขานุการโดยทั่วไปอาจทำหน้าที่เพียงแค่พิมพ์งานจัดแฟ้มและจดบันทึกนัดหมายของผู้บริหารการเพิ่มความหลากหลายของทักษะอาจทำได้โดยเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบอื่นเช่นการร่างจดหมายการจัดเตรียมการนำเสนอข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์การจดบันทึกรายงานการประชุมตลอดจนการให้ความเห็นแก่ผู้บริหารในงานด้านต่างๆขององค์กรจะเห็นได้ว่าหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เลขานุการจำเป็นต้องใช้หรือต้องฝึกฝนทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติมซึ่งทำให้ตนเองตระหนักถึงสำคัญของตำแหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานสร้างแรงจูงใจและทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
    2. เอกลักษณ์ของงาน (Task Identity) หมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงานทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบวิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเช่นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์อาจทำหน้าที่เพียงรับแจ้งข้อบกพร่องของคอมพิวเตอร์แล้วส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาและซ่อมแซมต่อไปกรณีนี้การเพิ่มเอกลักษณ์ของงานสามารถทำได้โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์สามารถทำหน้าที่ตลอดกระบวนการได้ตั้งแต่รับแจ้งข้อบกพร่องให้คำแนะนำปรึกษาและจัดการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ 3. ความสำคัญของงาน (Task Significance) หมายถึงการทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากรเบคคลอาจมีหน้าที่สัมภาษณ์พนักงานใหม่ซึ่งโดยปกติแล้วตำแหน่งงานที่รับสมัครแต่ละตำแหน่งคาจมีผู้มาสมัครเป็นจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่เบื่อหน่ายการสัมภาษณ์เนื่องจากต้องตั้งคำถามลักษณะเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนอาจขาดความกระตือรือล้นในการช่วยคัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพเข้ามาในองค์กรด้วยเหตุนี้ผู้บริหารควรชี้แจงให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเห็นว่าหากสามารถคัดและกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติและทัศนคติที่เหมาะสมเข้ามาในองค์กรได้ย่อมทำให้งานในส่วนต่างๆสามารถทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากตนเองซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำเพื่อใช้ในโรงงานแต่หากไม่กรองสิ่งสกปรกออกไปย่อมส่งผลให้เครื่องจักรในโรงงานประสบปัญหาและอาจเสียหายได้ในที่สุด 4. ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy) หมายถึงการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดวิธีการทำงานช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
    (วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)

    ตอบลบ
  17. ในการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร บริษัทที่ประสบความสำเร็จจะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืนโดยการทำให้ความสามารถของบุคลากรสอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ

    การควบรวมหรือการซื้อกิจการ การปรับโครงสร้างใหม่หรือการเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจเป็นตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกองค์กร ซึ่งทำให้เกิดความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกระบวนการและระบบเพื่อหาจุดโฟกัสและฟื้นฟูศักยภาพขององค์กรในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    (พัชมน มนต์วิมลพร 12590053)

    ตอบลบ
  18. การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดของ Frederick Herzberb ในปี 1950 และ 1960 ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) ต่อมา Hackman และ Oldham ได้นำมาศึกษาต่อ มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของงาน (Job Characteristics Model) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของ Job Enrichment ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร “Job Enrichment” จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
    รูปแบบของการเพิ่มคุณค่าในงาน

    Job Enrichment ที่นิยมใช้อยู่ในองค์การนั้นมี 2 รูปแบบที่แตกต่างกันตามลักษณะงานที่มอบหมายให้พนักงานรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้

    1) การเพิ่มคุณค่างานในงานที่มีระดับหรือค่างานเช่นเดียวกับงานที่พนักงานได้รับมอบหมายในปัจจุบัน หมายถึง การเพิ่มคุณค่างานให้กับพนักงานได้ทำงานที่มีระดับงานที่เท่ากับงานปัจจุบัน เป็นงานที่มีความหลากหลายทำให้ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น หรือเป็นการทำงานที่ท้าทาย โดยอาจเป็นการทำงานเชิงเทคนิคมากขึ้น

    2) การเพิ่มคุณค่างานในงานที่มีระดับหรือค่างานสูงกว่างานที่พนักงานได้รับมอบหมายในปัจจุบัน หมายถึง การเพิ่มคุณค่างานโดยมอบหมายให้พนักงานทำงานในขอบเขตงานที่สูงมากขึ้น และพนักงานมีโอกาสในการตัดสินใจมากขึ้น ซึ่งการเพิ่มคุณค่างานในลักษณะนี้เป็นการช่วยกระตุ้น ส่งเสริมให้พนักงานมีความพร้อมที่จะรับผิดชอบงานในตำแหน่งงานที่สูงขึ้นต่อไปได้
    (น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)

    ตอบลบ
  19. Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย

    วัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
    1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม

    2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ

    3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น

    จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป

    (บุญธิดา กะตะศิลา 12590043)

    ตอบลบ
  20. ข้อ 5
    ในการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร บริษัทที่ประสบความสำเร็จจะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืนโดยการทำให้ความสามารถของบุคลากรสอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ การควบรวมหรือการซื้อกิจการ การปรับโครงสร้างใหม่หรือการเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจเป็นตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกองค์กร ซึ่งทำให้เกิดความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกระบวนการและระบบเพื่อหาจุดโฟกัสและฟื้นฟูศักยภาพขององค์กรในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพบริการเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรของเราช่วยนำคุณค่ามาสู่องค์กรของลูกค้าโดยการอำนวยความสะดวกในการบูรณาการและประสานสอดคล้องกลยุทธ์ทางธุรกิจกับกลยุทธ์การบริหารจัดการความรู้ความสามารถที่ใช้ได้จริง
    (อรณิชา ศรีสมัย 12590102)

    ตอบลบ

  21. การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดของ Frederick Herzberb ในปี 1950 และ 1960 ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) ต่อมา Hackman และ Oldham ได้นำมาศึกษาต่อ มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของงาน (Job Characteristics Model) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของ Job Enrichment ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร “Job Enrichment” จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
    รูปแบบของการเพิ่มคุณค่าในงาน
    (นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)

    ตอบลบ
  22. Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
    วัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
    1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
    2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
    3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
    จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
    (นางสาวสุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)

    ตอบลบ
  23. Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย

    วัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
    1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม

    2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ

    3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น

    จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
    (จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)

    ตอบลบ
  24. Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย

    วัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
    1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
    2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
    3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
    จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
    (สิริกร ราชมณี 12590084)

    ตอบลบ
  25. การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดของ Frederick Herzberb ในปี 1950 และ 1960 ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) ต่อมา Hackman และ Oldham ได้นำมาศึกษาต่อ มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของงาน (Job Characteristics Model) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของ Job Enrichment ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร “Job Enrichment” จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง


    เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์หลักของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment ได้แก่

    1. Renewal – การทำให้เกิดความแปลกใหม่ ไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลง ลักษณะงาน บุคคลที่จะต้องติดต่อประสานงานด้วย เปลี่ยนมุมมองหรือความคิดจากงานเดิม

    2. Exploration– การพัฒนาและการแสวงหาทักษะความชำนาญที่มากขึ้น พัฒนาสัมพันธภาพที่เกิดขึ้นจากการทำงานใหม่ ๆ

    3. Specialization – การชำนาญในงานเป็นพิเศษ ก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการงานนั้นที่ลึกขึ้น ยากและท้าทายมากขึ้น


    อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment จะมีประโยชน์กับพนักงาน แต่มีพนักงานบางกลุ่มที่ต่อต้าน ปฏิเสธไม่ยอมรับงานที่ต้องเพิ่มมากขึ้น พวกเขาจะมองว่าเป็นการสูญเสียเวลาที่จะต้องบริหารจัดการงานที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นหากผู้บังคับบัญชาต้องการที่จะมอบหมายงานให้พนักงานยากและท้าทายขึ้น ผู้บังคับบัญชาจะต้องชี้แจงวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน (Clarity) เชื่อมโยงกับความก้าวหน้าและเป้าหมายในอาชีพ โดยให้คำแนะนำ/กรอบแนวทางปฏิบัติ ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงแก่พนักงานในการบริหารจัดการกับงานที่เพิ่มมากขึ้น (Introduction) เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจในตัวพนักงานว่าพวกเขาสามารถบริหารงานที่ก่อให้เกิดมูลค่าในงาน (Job Value Added) ที่มากขึ้นและยากกว่าเดิมได้ พบว่าเครื่องมือการออกแบบงานที่เน้นการเพิ่มคุณค่าในงานหรือ Job Enrichment จึงเหมาะกับการเตรียมความพร้อมในสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน เพื่อช่วยเตรียมพนักงานให้สามารถรับผิดชอบงานที่เพิ่มขึ้นในตำแหน่งงานที่สูงขึ้น

    รัญชริดา มะนุ่น 12590067

    ตอบลบ

  26. Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
    วัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
    1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
    2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
    3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
    นางสาววชิราพร คำกอง 12590068

    ตอบลบ
  27. 5. การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร
    ตอบ : การเพิมคุณค่างาน หมายถึง การยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ การยอมรับ มีโอกาสประสบความสำเร็จ และมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้น หลักการที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่างาน เรียกว่า การเพิ่มความลึกของงาน ที่งนี้ องค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะในด้านต่างๆ ของงานดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่
    1. ความหลากหลายของทักษะ หมายถึง การเพิ่มหน้าที่ความรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้ใช้ทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติม
    2. เอกลักษณ์ของงาน หมายถึง การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบ
    3. ความสำคัญของงาน หมายถึง การทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
    4. ความมีอิสระในการทำงาน หมายถึง การอนุญาติให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดรายละเอียดในการทำงานเองได้
    -การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานมีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น มีความพึงพอใจในการทำงานมากขึ้นทำให้ผลของงานออกมาดีและมีประสิทธภาพมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความก้าวหน้าขององค์ในการดำเนินงาน
    นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)

    ตอบลบ
  28. การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดของ Frederick Herzberb ในปี 1950 และ 1960 ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) ต่อมา Hackman และ Oldham ได้นำมาศึกษาต่อ มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของงาน (Job Characteristics Model) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของ Job Enrichment ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร “Job Enrichment” จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
    รูปแบบของการเพิ่มคุณค่าในงาน

    Job Enrichment ที่นิยมใช้อยู่ในองค์การนั้นมี 2 รูปแบบที่แตกต่างกันตามลักษณะงานที่มอบหมายให้พนักงานรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้

    1) การเพิ่มคุณค่างานในงานที่มีระดับหรือค่างานเช่นเดียวกับงานที่พนักงานได้รับมอบหมายในปัจจุบัน หมายถึง การเพิ่มคุณค่างานให้กับพนักงานได้ทำงานที่มีระดับงานที่เท่ากับงานปัจจุบัน เป็นงานที่มีความหลากหลายทำให้ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น หรือเป็นการทำงานที่ท้าทาย โดยอาจเป็นการทำงานเชิงเทคนิคมากขึ้น

    2) การเพิ่มคุณค่างานในงานที่มีระดับหรือค่างานสูงกว่างานที่พนักงานได้รับมอบหมายในปัจจุบัน หมายถึง การเพิ่มคุณค่างานโดยมอบหมายให้พนักงานทำงานในขอบเขตงานที่สูงมากขึ้น และพนักงานมีโอกาสในการตัดสินใจมากขึ้น ซึ่งการเพิ่มคุณค่างานในลักษณะนี้เป็นการช่วยกระตุ้น ส่งเสริมให้พนักงานมีความพร้อมที่จะรับผิดชอบงานในตำแหน่งงานที่สูงขึ้นต่อไปได้ (ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)

    ตอบลบ
  29. การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้
    1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
    2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ
    3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
    4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
    นางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061

    ตอบลบ
  30. การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้
    1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
    2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ
    3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
    4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
    ดวงหทัย โฉมมา 12590029

    ตอบลบ
  31. การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีความหลากหลายของทักษะการทำงานเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้ใช้ทักษะด้านอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆ เช่นเลขานุการ และการทำให้งานมีเอกลักษณ์ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบ วิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติมองเห็นว่า ตนเองสามารถทำงานได้สมบุรณ์ แล้วทำให้งานมีความสำคัญของงานโดยทำให้ทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากร และความมีอิสระในการทำงาน เป็นการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงาน สามารถกำหนดรายละเอียดในการทำงานได้เอง
    (นางสาว หมายขวัญ นวลอุไร 1250099)

    ตอบลบ

  32. การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดของ Frederick Herzberb ในปี 1950 และ 1960 ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) ต่อมา Hackman และ Oldham ได้นำมาศึกษาต่อ มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของงาน (Job Characteristics Model) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของ Job Enrichment ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร “Job Enrichment” จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
    เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์หลักของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment ได้แก่
    1. Renewal – การทำให้เกิดความแปลกใหม่ ไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลง ลักษณะงาน บุคคลที่จะต้องติดต่อประสานงานด้วย เปลี่ยนมุมมองหรือความคิดจากงานเดิม
    2. Exploration– การพัฒนาและการแสวงหาทักษะความชำนาญที่มากขึ้น พัฒนาสัมพันธภาพที่เกิดขึ้นจากการทำงานใหม่ ๆ
    3. Specialization – การชำนาญในงานเป็นพิเศษ ก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการงานนั้นที่ลึกขึ้น ยากและท้าทายมากขึ้น
    (นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)

    ตอบลบ

  33. การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้
    1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
    2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ
    3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
    4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
    นางสาวพัชรา จูเอี่บม (12590054)

    ตอบลบ
  34. Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
    วัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
    1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
    2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
    3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น

    (ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896)

    ตอบลบ
  35. การเพิ่มคุณค่างาน (Job Enrichment) การเพิ่มคุณค่างานหมายถึงการยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบการยอมรับมีโอกาสประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้นหลักการที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่างานเรียกว่าการเพิ่มความลึกของงาน (Job Depth) ทั้งนี้องค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน
    1. ความหลากหลายของทักษะ (Skil Variety) หมายถึงการเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆเช่นงานเลขานุการโดยทั่วไปอาจทำหน้าที่เพียงแค่พิมพ์งานจัดแฟ้มและจดบันทึกนัดหมายของผู้บริหารการเพิ่มความหลากหลายของทักษะอาจทำได้โดยเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบอื่นเช่นการร่างจดหมายการจัดเตรียมการนำเสนอข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์การจดบันทึกรายงานการประชุมตลอดจนการให้ความเห็นแก่ผู้บริหารในงานด้านต่างๆขององค์กรจะเห็นได้ว่าหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เลขานุการจำเป็นต้องใช้หรือต้องฝึกฝนทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติมซึ่งทำให้ตนเองตระหนักถึงสำคัญของตำแหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานสร้างแรงจูงใจและทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
    2. เอกลักษณ์ของงาน (Task Identity) หมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงานทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบวิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเช่นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์อาจทำหน้าที่เพียงรับแจ้งข้อบกพร่องของคอมพิวเตอร์แล้วส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาและซ่อมแซมต่อไปกรณีนี้การเพิ่มเอกลักษณ์ของงานสามารถทำได้โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์สามารถทำหน้าที่ตลอดกระบวนการได้ตั้งแต่รับแจ้งข้อบกพร่องให้คำแนะนำปรึกษาและจัดการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ 3. ความสำคัญของงาน (Task Significance) หมายถึงการทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากรเบคคลอาจมีหน้าที่สัมภาษณ์พนักงานใหม่ซึ่งโดยปกติแล้วตำแหน่งงานที่รับสมัครแต่ละตำแหน่งคาจมีผู้มาสมัครเป็นจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่เบื่อหน่ายการสัมภาษณ์เนื่องจากต้องตั้งคำถามลักษณะเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนอาจขาดความกระตือรือล้นในการช่วยคัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพเข้ามาในองค์กรด้วยเหตุนี้ผู้บริหารควรชี้แจงให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเห็นว่าหากสามารถคัดและกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติและทัศนคติที่เหมาะสมเข้ามาในองค์กรได้ย่อมทำให้งานในส่วนต่างๆสามารถทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากตนเองซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำเพื่อใช้ในโรงงานแต่หากไม่กรองสิ่งสกปรกออกไปย่อมส่งผลให้เครื่องจักรในโรงงานประสบปัญหาและอาจเสียหายได้ในที่สุด 4. ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy) หมายถึงการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดวิธีการทำงานช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
    (นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)

    ตอบลบ
  36. Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย

    วัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
    1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม

    2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ

    3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น

    จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
    สุภัทษา สนธิช่วย 12590096

    ตอบลบ
  37. ไม่ระบุชื่อ10 กันยายน 2562 เวลา 03:49

    การเพิ่มคุณค่าในงาน
    เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญ ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร “Job Enrichment” จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
    เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์หลักของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment ได้แก่
    1. Renewal
    คือ การทำให้เกิดความแปลกใหม่ ไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลง ลักษณะงาน บุคคลที่จะต้องติดต่อประสานงานด้วย เปลี่ยนมุมมองหรือความคิดจากงานเดิม
    2. Exploration
    คือ การพัฒนาและการแสวงหาทักษะความชำนาญที่มากขึ้น พัฒนาสัมพันธภาพที่เกิดขึ้นจากการทำงานใหม่ ๆ
    3. Specialization
    คือการชำนาญในงานเป็นพิเศษ ก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการงานนั้นที่ลึกขึ้น ยากและท้าทายมากขึ้น
    (อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)

    ตอบลบ
  38. การเพิ่มคุณค่างาน (Job Enrichment) การเพิ่มคุณค่างานหมายถึงการยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบการยอมรับมีโอกาสประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้นหลักการที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่างานเรียกว่าการเพิ่มความลึกของงาน (Job Depth) ทั้งนี้องค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน
    1. ความหลากหลายของทักษะ (Skil Variety) หมายถึงการเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆเช่นงานเลขานุการโดยทั่วไปอาจทำหน้าที่เพียงแค่พิมพ์งานจัดแฟ้มและจดบันทึกนัดหมายของผู้บริหารการเพิ่มความหลากหลายของทักษะอาจทำได้โดยเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบอื่นเช่นการร่างจดหมายการจัดเตรียมการนำเสนอข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์การจดบันทึกรายงานการประชุมตลอดจนการให้ความเห็นแก่ผู้บริหารในงานด้านต่างๆขององค์กรจะเห็นได้ว่าหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เลขานุการจำเป็นต้องใช้หรือต้องฝึกฝนทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติมซึ่งทำให้ตนเองตระหนักถึงสำคัญของตำแหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานสร้างแรงจูงใจและทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
    2. เอกลักษณ์ของงาน (Task Identity) หมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงานทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบวิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเช่นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์อาจทำหน้าที่เพียงรับแจ้งข้อบกพร่องของคอมพิวเตอร์แล้วส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาและซ่อมแซมต่อไปกรณีนี้การเพิ่มเอกลักษณ์ของงานสามารถทำได้โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์สามารถทำหน้าที่ตลอดกระบวนการได้ตั้งแต่รับแจ้งข้อบกพร่องให้คำแนะนำปรึกษาและจัดการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ
    3. ความสำคัญของงาน (Task Significance) หมายถึงการทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากรเบคคลอาจมีหน้าที่สัมภาษณ์พนักงานใหม่ซึ่งโดยปกติแล้วตำแหน่งงานที่รับสมัครแต่ละตำแหน่งคาจมีผู้มาสมัครเป็นจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่เบื่อหน่ายการสัมภาษณ์เนื่องจากต้องตั้งคำถามลักษณะเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนอาจขาดความกระตือรือล้นในการช่วยคัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพเข้ามาในองค์กรด้วยเหตุนี้ผู้บริหารควรชี้แจงให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเห็นว่าหากสามารถคัดและกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติและทัศนคติที่เหมาะสมเข้ามาในองค์กรได้ย่อมทำให้งานในส่วนต่างๆสามารถทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากตนเองซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำเพื่อใช้ในโรงงานแต่หากไม่กรองสิ่งสกปรกออกไปย่อมส่งผลให้เครื่องจักรในโรงงานประสบปัญหาและอาจเสียหายได้ในที่สุด
    4. ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy) หมายถึงการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดวิธีการทำงานช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
    (ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)

    ตอบลบ
  39. Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย

    วัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
    1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม

    2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ

    3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น

    จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
    (ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)

    ตอบลบ
  40. การเพิ่มคุณค่างาน (Job Enrichment) การเพิ่มคุณค่างานหมายถึงการยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบการยอมรับมีโอกาสประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้นหลักการที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่างานเรียกว่าการเพิ่มความลึกของงาน (Job Depth) ทั้งนี้องค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน
    1. ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety) หมายถึงการเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆเช่นงานเลขานุการโดยทั่วไปอาจทำหน้าที่เพียงแค่พิมพ์งานจัดแฟ้มและจดบันทึกนัดหมายของผู้บริหารการเพิ่มความหลากหลายของทักษะอาจทำได้โดยเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบอื่นเช่นการร่างจดหมายการจัดเตรียมการนำเสนอข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์การจดบันทึกรายงานการประชุมตลอดจนการให้ความเห็นแก่ผู้บริหารในงานด้านต่างๆขององค์กรจะเห็นได้ว่าหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เลขานุการจำเป็นต้องใช้หรือต้องฝึกฝนทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติมซึ่งทำให้ตนเองตระหนักถึงสำคัญของตำแหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานสร้างแรงจูงใจและทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
    2. เอกลักษณ์ของงาน (Task Identity) หมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงานทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบวิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเช่นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์อาจทำหน้าที่เพียงรับแจ้งข้อบกพร่องของคอมพิวเตอร์แล้วส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาและซ่อมแซมต่อไปกรณีนี้การเพิ่มเอกลักษณ์ของงานสามารถทำได้โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์สามารถทำหน้าที่ตลอดกระบวนการได้ตั้งแต่รับแจ้งข้อบกพร่องให้คำแนะนำปรึกษาและจัดการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ
    3. ความสำคัญของงาน (Task Significance) หมายถึงการทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากรบุคคลอาจมีหน้าที่สัมภาษณ์พนักงานใหม่ซึ่งโดยปกติแล้วตำแหน่งงานที่รับสมัครแต่ละตำแหน่งอาจมีผู้มาสมัครเป็นจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่เบื่อหน่ายการสัมภาษณ์เนื่องจากต้องตั้งคำถามลักษณะเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนอาจขาดความกระตือรือล้นในการช่วยคัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพเข้ามาในองค์กรด้วยเหตุนี้ผู้บริหารควรชี้แจงให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเห็นว่าหากสามารถคัดและกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติและทัศนคติที่เหมาะสมเข้ามาในองค์กรได้ย่อมทำให้งานในส่วนต่างๆสามารถทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากตนเองซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำเพื่อใช้ในโรงงานแต่หากไม่กรองสิ่งสกปรกออกไปย่อมส่งผลให้เครื่องจักรในโรงงานประสบปัญหาและอาจเสียหายได้ในที่สุด
    4. ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy) หมายถึงการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดวิธีการทำงานช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง

    กุลปริยา แย้มเกษร 12590005

    ตอบลบ
  41. Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
    วัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
    1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
    2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
    3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
    จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
    (นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)

    ตอบลบ
  42. Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย

    วัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
    1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม

    2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ

    3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น

    จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป

    ( ศศิมา ปานชงค์ 12590078 )

    ตอบลบ
  43. การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ ดังนี้
    1. ช่วยทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนกระบวนการหรือวิธีการทำงานใหม่ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
    2. ช่วยเพิ่มกลยุทธ์ในการสร้างความสำเร็จในการทำงานและช่วยลดความซ้ำซ้อนของงาน
    3. ช่วยทำให้การทำงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ด้วยวิธีการที่รวดเร็ว
    4. ช่วยทำให้องค์กรมีความเจริญก้าวหน้า หรือพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ
    5. ทำให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพ ลดความสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ประหยัดเวลา ทรัพยากร และกำลังคน
    6. องค์กรมีความสามารถในการกำหนดกลยุทธ์ เทคนิค วิธีการ ด้วยวิธีการทำงานที่เหมาะสม ลดปัญหาอุปสรรคและมีความสุขในการทำงาน
    7. ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง เมื่อพัฒนาตนเองแล้วจะสามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการพัฒนานั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่องานและองค์กรต่อไป
    (ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)

    ตอบลบ
  44. การเพิ่มคุณค่างาน ( Job Entrchment) หมายถึง การรยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามี อำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ การยอมรับ มีโอกาสประสบความสำเร็จ แบะมีความก้าวหน้าทางกน้าที่การงานสูงขึ้น ทั้งนี้องค์กรกรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆ ของงาน ดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน
    1.ความหลากหลายของทักษะ ( Skill Variety ) หมายถึง การเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้ใช้ทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติม
    2.เอกลักษณ์ของงาน ( Task Iderntity ) หมายถึง การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบ
    3.ความสำคัญของงาน ( Task Significance ) หมายถึง การทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดได้
    4.ความมีอิสระในการทํางาน ( Task Automorry ) หมายถึง การอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงาน สามารถกำหนดวิธีการทำงาน ช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
    (สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)

    ตอบลบ
  45. Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย

    วัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
    1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม

    2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ

    3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น

    จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
    นางสาวณัฐนรี สทองสุก 12590022

    ตอบลบ
  46. Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
    วัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
    1.Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
    2.Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
    3.Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
    จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
    (วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)

    ตอบลบ

  47. Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
    วัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
    1.Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
    2.Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
    3.Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
    จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
    (นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)

    ตอบลบ
  48. การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งานดังนี้
    1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักถึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
    2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธีทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ
    3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
    4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
    (ศุภิสรา นรินยา 12590717)

    ตอบลบ
  49. การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้
    1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)
    การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
    2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)
    การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ
    3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)
    การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
    4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)
    การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
    (ณัฐฌา ปักกัง 12590019)

    ตอบลบ
  50. การเพิ่มคุณค่างาน ( Job Enrichment) หมายถึง การรยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามี อำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ การยอมรับ มีโอกาสประสบความสำเร็จ แบะมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้น ทั้งนี้องค์กรกรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่าง ๆ ของงาน ดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน
    1. ความหลากหลายของทักษะ ( Skill Variety ) หมายถึง การเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้ใช้ทักษะด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม
    2. เอกลักษณ์ของงาน ( Task Identity ) หมายถึง การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบ
    3. ความสำคัญของงาน ( Task Significance ) หมายถึง การทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
    4. ความมีอิสระในการทํางาน ( Task Autonomy) หมายถึง การอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงาน สามารถกำหนดวิธีการทำงาน ช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
    (นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)

    ตอบลบ
  51. Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย

    วัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
    1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม

    2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ

    3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น

    จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
    (นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)

    ตอบลบ
  52. การเพิ่มคุณค่างาน ( Job Enrichment) หมายถึง การรยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามี อำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ การยอมรับ มีโอกาสประสบความสำเร็จ แบะมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้น ทั้งนี้องค์กรกรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่าง ๆ ของงาน ดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน
    1. ความหลากหลายของทักษะ ( Skill Variety ) หมายถึง การเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้ใช้ทักษะด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม
    2. เอกลักษณ์ของงาน ( Task Identity ) หมายถึง การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบ
    3. ความสำคัญของงาน ( Task Significance ) หมายถึง การทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
    4. ความมีอิสระในการทํางาน ( Task Autonomy) หมายถึง การอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงาน สามารถกำหนดวิธีการทำงาน ช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
    (นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)

    ตอบลบ
  53. การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้
    1.ความหลากหลายของทักษะ การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
    2.เอกลักษณ์ของงาน การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ
    3.ความสำคัญของงาน การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
    4.ความมีอิสระในการทำงาน การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
    (นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)

    ตอบลบ
  54. Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย

    วัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
    1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม

    2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ

    3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น

    จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
    (น.ส.ชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)

    ตอบลบ
  55. Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย

    วัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้

    1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
    2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
    3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
    จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
    (นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)

    ตอบลบ
  56. Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย

    วัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
    1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม

    2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ

    3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น

    จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
    (ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)

    ตอบลบ
  57. Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย

    วัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
    1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม

    2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ

    3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น

    จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป

    (สมภพ ขุนทรง 12590079)

    ตอบลบ
  58. การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้
    1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
    2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ
    3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
    4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
    (ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)

    ตอบลบ