หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่ -การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน -การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม-การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
การหมุนเวียนงาน (Job rotation) เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ และได้เรียนรู้งานใหม่ๆ จะได้ลดความเบื่อหน่าย การขยายขอบเขตงานในแนวนอน (Job enlargement) เป็นแนวคิดในการเพิ่มเนื้องานที่มีความยากง่ายระดับเดียวกับงานเดิม หรืออาจเพิ่มเพื่อความต่อเนื่องจากงานเดิมให้ผู้ปฏิบัติงานให้มากขึ้นการขยายขอบเขตงานในแนวดิ่ง (Job Enrichment) เป็นแนวคิดในการเพิ่มงานเชิงบริหารของงานเดิมนั้นให้กับผู้ปฏิบัติงานคนนั้น ซึ่งแต่เดิมเขาไม่ทำในส่วนนี้ การจัดทีมงานแบบบริหารตนเอง (self – Managed teams) เป็นแนวคิดให้พนักงานทำงานเป็นทีม และขยายขอบเขตงานในแนวดิ่งให้กับทีม โดยสมาชิกทุกคนทำงานร่วมกันการปรับรื้อระบบ (Reengineering) เป็นแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงจากวิธีการทำงานแบบเดิมๆ ไปสู่วิธีการใหม่โดยพยายาม ให้ลดขั้นตอนการทำงานลงให้เหลือแต่กระบวนการหลัก และเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลางของ ความสำคัญ (คิดใหม่ ออกแบบใหม่ ใช้เครื่องมือแบบใหม่)(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
- เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน- กำหนดนโยบายการหมุนเวียนงาน โดยผูกเข้ากับระบบการพัฒนาคน และระบบการเติบโตตามสายอาชีพของพนักงานได้ พนักงานก็จะเข้าใจ และไม่เกิดแรงต้าน องค์กรเองก็จะมีพนักงานที่มีความรอบรู้มากขึ้น และสามารถที่จะทำงานในด้านต่างๆ ได้มากขึ้น และที่สำคัญก็คือ เข้าใจว่างานด้านต่างๆ นั้นมีข้อจำกัด และมีความยากในงานของมันเอง ก็จะช่วยลดความขัดแย้งในการทำงานระหว่างฝ่ายงานต่างๆ ลงได้อย่างดี (นางสาวชนาวาส บัววงค์) 12590013
พนักงานของคุณเริ่มเบื่องาน ความกระตือรือร้นหด ประสิทธิภาพการทำงานหาย ทั้งที่เขาเคยทำงานแบบนี้ได้ดีมาก่อน เป็นหน้าที่ของคุณที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลองใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ในการจูงใจพนักงาน1.ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย คุณควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา2.สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ 3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
ขวัญกำลังใจเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้บริหารจะต้องเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่เสมอเพราะถ้าการบำรุงขวัญที่ดีจะทำให้มีการสร้างผลงานที่มีคุณภาพให้แก่หน่วยงาน จึงต้องมีการเสริมสร้างขวัญและบำรุงขวัญของพนักงาน เพื่อรักษาเสถียรภาพของผู้ปฏิบัติงานให้อยู่ในระดับสูงตามความต้องการ และส่งผลไปถึงประสิทธิภาพของงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การ ความสำคัญของขวัญในการปฏิบัติงานมีดังนี้ 1. ก่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร 2. เกิดความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ต่อหมู่คณะและองค์การ 3. ปฏิบัติอยู่ในกรอบแห่งระเบียบวินัยและศีลธรรมอันดีงาม 4. เกิดความสามัคคีในหมู่คณะและก่อให้เกิดพลังร่วม (Group Effort) และฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายขององค์กรได้ 5. เกิดความคิดสร้างสรรค์ในกิจการต่าง ๆ ขององค์กร 6. เกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาในองค์กรที่ตนปฏิบัติอยู่(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
หากหัวหน้างานมักกังวัลเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทำงานของลูกน้องว่าจะทำอย่างไรให้พวกเขาทำงานกันได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันหัวหน้างานก็มักจะไม่ค่อยรู้วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมทเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้ 4.การสื่อสารในเชิงบวกทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ 6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้นการเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้8.ให้เกียรติพนักงานการให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร9.มีความยุติธรรมองค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)
การหมุนเวียนงาน (Job Rotation) การที่บุคลากรทำงานในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งเป็นเวลานานๆย่อมเกิดความเบื่อหน่ายและอาจเกิดความเครียดในการทำงานอันเนื่องมาการทำงานที่ซ้ำซากจำเจขาดความท้าทายขาดการใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ๆวิธีการหนึ่งซึ่งองค์กรสามารถนำมาใช้แก้ปัญหาดังกล่าวได้คือการหมุนเวียนงานซึ่งหมายถึงการที่องค์กรกำหนดให้พนักงานสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงานเพื่อให้พนักงานกลุ่มดังกล่าวได้มีโอกาสหมุนเวียนไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งงานอื่นๆซึ่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบแตกต่างจากเดิมทั้งนี้เพื่อการหมุนเวียนงานที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้ากำหนดวิธีการและตำแหน่งงานที่ต้องการจะหมุนเวียนกันรวมทั้งกำหนดเวลาที่เหมาะสมในการหมุนเวียนแต่ละครั้งด้วยการหมุนเวียนงานนอกจากจะแก้ปัญหาความเบื่อหน่ายแล้วยังมีประโยชน์อีกหลายประการต่อองค์กรด้วยเช่นช่วยเปิดโอกาสให้พนักงานมีความชำนาญด้านอื่นๆพนักงานเกิดแรงจูงใจและกระตือรือล้นในการทำงานองค์กรมีบุคลากรหลายคนให้เลือกเพื่อไปดำรงตำแหน่งต่างๆเนื่องจากแต่ละตำแหน่งมีผู้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้หลายคนและการเปิดโอกาสให้บุคลากรทดลองทำงานในหลายๆด้านย่อมทำให้องค์กรทราบศักยภาพในการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งของบุคคลดังกล่าวซึ่งนอกจากจะสร้างความพร้อมให้พนักงานแล้วยังเปิดโอกาสให้องค์กรได้มีบุคลากรที่เหมาะสมที่สุดในตำแหน่งที่สูงขึ้นอีกด้วยอย่างไรก็ตามการหมุนเวียนงานยังมีข้อจำกัดอยู่บางประการเช่นเมื่อหมุนเวียนไปได้ระยะหนึ่งความเบื่อหน่ายก็อาจเกิดขึ้นอีกในบางกรณีที่บุคคลนั้นๆไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับการหมุนเวียนได้ดีหรือไม่เหมาะกับตำแหน่งหน้าที่ใหม่องค์กรอาจจำเป็นต้องหมุนเวียนอีกหรือแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นๆ(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
ความสำเร็จของบริษัทส่วนหนึ่งก็วัดกันที่ความสามารถของพนักงาน จะเกิดผลเสียขนาดไหนหากจู่ๆ ลูกน้องของเราเกิดขาดแรงจูงใจในการทำงานขึ้นมาเสียเฉยๆ ดังนั้นเราจึงควรศึกษาหาวิธีการแก้ไขสถานการณ์เมื่อลูกน้องเกิดหมดไฟและขาดแรงจูงใจไว้บ้าง1.ใกล้ชิดกับพนักงานให้มากขึ้น ควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย ควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา แล้วลองมอบหมายงานชนิดนั้นให้เขาทำ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เขาทำงานอย่างมีความสุข แต่หากเกิดจากปัญหาส่วนตัว เขาต้องการให้ช่วยเหลืออย่างไร2สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ จากนั้นกระตุ้นการทำงานร่วมกันและการช่วยเหลือกันภายในทีมให้เกิดเป็นพลังบวก ซึ่งจะทำให้ทุกคนในทีมมีความแน่นแฟ้น และพร้อมช่วยกันฉุดดึงเพื่อนร่วมทีมที่กำลังอ่อนแรง ให้เข้มแข็งขึ้นได้3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อย่าปล่อยให้เขาทำงานไปวัน ๆ โดยไม่ได้รับความใส่ใจ และมองไม่เห็นโอกาสก้าวหน้า5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย ควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้พนักงานอยากจะทำให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแบบอย่างให้แก่เพื่อนร่วมงานคนอื่นอยากจะพยายามมากขึ้นเพื่อให้ได้การยอมรับและชื่นชมเช่นเดียวกัน(ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่-การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน-การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม-การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
หากหัวหน้างานมักกังวัลเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทำงานของลูกน้องว่าจะทำอย่างไรให้พวกเขาทำงานกันได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันหัวหน้างานก็มักจะไม่ค่อยรู้วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมทเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้4.การสื่อสารในเชิงบวกทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ 6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้นการเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้8.ให้เกียรติพนักงานการให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร9.มีความยุติธรรมองค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)
พนักงานของคุณเริ่มเบื่องาน ความกระตือรือร้นหด ประสิทธิภาพการทำงานหาย ทั้งที่เขาเคยทำงานแบบนี้ได้ดีมาก่อน เป็นหน้าที่ของคุณที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลองใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ในการจูงใจพนักงาน1.ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย คุณควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา2.สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป(นางสาว ณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่ -การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน -การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม-การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด(นายธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
เมื่อพนักงานเริ่มเบื่องาน ความกระตือรือร้นหด ประสิทธิภาพการทำงานหาย ทั้งที่เขาเคยทำงานแบบนี้ได้ดีมาก่อน เป็นหน้าที่ของคุณที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลองใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ในการจูงใจพนักงาน1.ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย คุณควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา แล้วลองมอบหมายงานชนิดนั้นให้เขาทำ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เขาทำงานอย่างมีความสุข แต่หากเกิดจากปัญหาส่วนตัว เขาต้องการให้คุณช่วยเหลืออย่างไร2.สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ จากนั้นกระตุ้นการทำงานร่วมกันและการช่วยเหลือกันภายในทีมให้เกิดเป็นพลังบวก ซึ่งจะทำให้ทุกคนในทีมมีความแน่นแฟ้น และพร้อมช่วยกันฉุดดึงเพื่อนร่วมทีมที่กำลังอ่อนแรง ให้เข้มแข็งขึ้นได้3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อย่าปล่อยให้เขาทำงานไปวัน ๆ โดยไม่ได้รับความใส่ใจ และมองไม่เห็นโอกาสก้าวหน้า5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้พนักงานอยากจะทำให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแบบอย่างให้แก่เพื่อนร่วมงานคนอื่นอยากจะพยายามมากขึ้นเพื่อให้ได้การยอมรับและชื่นชมเช่นเดียวกัน(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
4.นำการหมุนเวียนงานมาแก้ไขปัญหาการเบื่องาน โดยให้พนักงานสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน เพื่อให้กลุ่มพนักงานดังกล่าวได้มีโอกาศหมุนเวียนไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอื่นๆ ซึ่งมีความรับผิดชอบแตกต่างจากเดิม ทั้งนี้เพื่อการหมุนเวียนงานที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้า กำหนดวิธีการและตำแหน่งงานที่ต้องการจะหมุนเวียนกัน รวมทั้งกำหนดเวลาที่เหมาะสมในการหมุนวียนแต่ละครั้งด้วย นอกจากจะแก้ไขปัญหาเบื่องานล้วยังมีประโยชน์อีกหลายประการต่อองค์กรด้วย เช่นช่วยเปิดโอกาสให้พนักงานมีความชำนาญด้านต่างๆ พนักงานเกิดแรงจูงใจและกระตือรือร้นในการทำงาน(อารียา ปานทอง 12590109)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่-การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน-การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม-การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
ความสำเร็จของบริษัทส่วนหนึ่งก็วัดกันที่ความสามารถของพนักงาน จะเกิดผลเสียขนาดไหนหากจู่ๆ ลูกน้องของเราเกิดขาดแรงจูงใจในการทำงานขึ้นมาเสียเฉยๆ ดังนั้นเราจึงควรศึกษาหาวิธีการแก้ไขสถานการณ์เมื่อลูกน้องเกิดหมดไฟและขาดแรงจูงใจไว้บ้าง1.ใกล้ชิดกับพนักงานให้มากขึ้น ควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย ควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา แล้วลองมอบหมายงานชนิดนั้นให้เขาทำ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เขาทำงานอย่างมีความสุข แต่หากเกิดจากปัญหาส่วนตัว เขาต้องการให้ช่วยเหลืออย่างไร2สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ จากนั้นกระตุ้นการทำงานร่วมกันและการช่วยเหลือกันภายในทีมให้เกิดเป็นพลังบวก ซึ่งจะทำให้ทุกคนในทีมมีความแน่นแฟ้น และพร้อมช่วยกันฉุดดึงเพื่อนร่วมทีมที่กำลังอ่อนแรง ให้เข้มแข็งขึ้นได้3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อย่าปล่อยให้เขาทำงานไปวัน ๆ โดยไม่ได้รับความใส่ใจ และมองไม่เห็นโอกาสก้าวหน้า5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย ควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้พนักงานอยากจะทำให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแบบอย่างให้แก่เพื่อนร่วมงานคนอื่นอยากจะพยายามมากขึ้นเพื่อให้ได้การยอมรับและชื่นชมเช่นเดียวกัน (น.ส. อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
ขวัญกำลังใจเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้บริหารจะต้องเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่เสมอเพราะถ้าการบำรุงขวัญที่ดีจะทำให้มีการสร้างผลงานที่มีคุณภาพให้แก่หน่วยงาน จึงต้องมีการเสริมสร้างขวัญและบำรุงขวัญของพนักงาน เพื่อรักษาเสถียรภาพของผู้ปฏิบัติงานให้อยู่ในระดับสูงตามความต้องการ และส่งผลไปถึงประสิทธิภาพของงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การ ความสำคัญของขวัญในการปฏิบัติงานมีดังนี้1. ก่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร2. เกิดความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ต่อหมู่คณะและองค์การ3. ปฏิบัติอยู่ในกรอบแห่งระเบียบวินัยและศีลธรรมอันดีงาม4. เกิดความสามัคคีในหมู่คณะและก่อให้เกิดพลังร่วม (Group Effort) และฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายขององค์กรได้5. เกิดความคิดสร้างสรรค์ในกิจการต่าง ๆ ขององค์กร6. เกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาในองค์กรที่ตนปฏิบัติอยู่(วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)
มิติสัมพันธภาพระหว่างบุคคลในการ ทางานไว้ 8 องค์ประกอบ ดังนี้1. ความมั่นใจและความไว้วางใจที่มีต่องานและเพื่อนร่วมงาน (Confidence and Trust) ความมั่นใจและความไว้วางใจเป็นพฤติกรรมที่อยู่คู่กันไป เมื่อเพื่อนร่วมงานเกิดความไว้วางใจต่อกันก็ จะเกิดความเชื่อมั่นอย่างจริงจังต่อกัน โดยไม่เคลือบแคลงสงสัยว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพราะมีความ เชื่อมั่นอยู่ภายในความรู้สึกปรารถนาดีและเชื่อถือได้ การสร้างความรู้สึกไว้วางใจให้เกิดขึ้นกับบุคคล นั้น ไม่ได้เกิดขึ้นโดยง่ายจากเทคนิควิธีที่ผู้สร้างตั้งใจจะให้เกิดขึ้น หากแต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ความเสมอต้นเสมอปลายมากกว่าความเข้าใจกันได้ บุคคลจะไม่ระบายความรู้สึก หรือบอกข้อมูล สาคัญแก่บุคคลอื่น หากไม่เกิดความไว้วางใจและความมั่นใจว่าจะเชื่อถือได้2. การให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (Mutual Help) มีความสาคัญยิ่ง บุคคลควรมีความ ยินดีแบ่งปันช่วยกันทางาน ไม่นิ่งดูดายแม้เป็นงานหนักของผู้อื่น หรือหวงแหนสิ่งที่ตนเองได้มา โดยเฉพาะส่วนที่จะได้ร่วมกัน3. การให้ความสนับสนุนซึ่งกันและกัน (Mutual Support) โดยมีหลักสาคัญว่า องค์กรจะมี ผลสัมฤทธิ์สูงได้ก็ต่อเมื่อทุกกระบวนการของความต้องการภายในองค์กรได้รับการสนับสนุนซึ่งกันและ กันนี้อาจแสดงออกงพฤติกรรมได้หลายลักษณะ เช่น ความเต็มใจรับฟังผู้อื่น การให้การยอมรับนับถือ ยกย่อง การให้ข้อมูลย้อนกลับงบวก และยอมรับฟังข้อคิดเห็นของผู้อื่นด้วยความจริงใจ เป็นต้น(พัชมน มนต์วิมลพร 12590053)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่-การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน-การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม-การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
ขวัญกำลังใจเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้บริหารจะต้องเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่เสมอเพราะถ้าการบำรุงขวัญที่ดีจะทำให้มีการสร้างผลงานที่มีคุณภาพให้แก่หน่วยงาน จึงต้องมีการเสริมสร้างขวัญและบำรุงขวัญของพนักงาน เพื่อรักษาเสถียรภาพของผู้ปฏิบัติงานให้อยู่ในระดับสูงตามความต้องการ และส่งผลไปถึงประสิทธิภาพของงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การความสำคัญของขวัญในการปฏิบัติงานมีดังนี้1. ก่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร2. เกิดความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ต่อหมู่คณะและองค์การ3. ปฏิบัติอยู่ในกรอบแห่งระเบียบวินัยและศีลธรรมอันดีงาม4. เกิดความสามัคคีในหมู่คณะและก่อให้เกิดพลังร่วม (Group Effort) และฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายขององค์กรได้(บุญธิดา กะตะศิลา 12590043)
ข้อ 4เมื่อเริ่มเห็นสัญญาณว่า พนักงานเริ่มเบื่องาน ความกระตือรือร้นหด ประสิทธิภาพการทำงานหาย ทั้งที่เขาเคยทำงานแบบนี้ได้ดีมาก่อน เป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลองใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ในการจูงใจพนักงาน ดังนี้1. ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว2. สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ3. เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ4. วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน5. สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่ -การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน -การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถ-การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
หากหัวหน้างานมักกังวัลเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทำงานของลูกน้องว่าจะทำอย่างไรให้พวกเขาทำงานกันได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันหัวหน้างานก็มักจะไม่ค่อยรู้วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้4.การสื่อสารในเชิงบวกทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ 6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้นการเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้8.ให้เกียรติพนักงานการให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร9.มีความยุติธรรมองค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (นางสาวสุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)
การหมุนเวียนงาน (Job rotation) เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ และได้เรียนรู้งานใหม่ๆ จะได้ลดความเบื่อหน่าย การขยายขอบเขตงานในแนวนอน (Job enlargement) เป็นแนวคิดในการเพิ่มเนื้องานที่มีความยากง่ายระดับเดียวกับงานเดิม หรืออาจเพิ่มเพื่อความต่อเนื่องจากงานเดิมให้ผู้ปฏิบัติงานให้มากขึ้นการขยายขอบเขตงานในแนวดิ่ง (Job Enrichment) เป็นแนวคิดในการเพิ่มงานเชิงบริหารของงานเดิมนั้นให้กับผู้ปฏิบัติงานคนนั้น ซึ่งแต่เดิมเขาไม่ทำในส่วนนี้ การจัดทีมงานแบบบริหารตนเอง (self – Managed teams) เป็นแนวคิดให้พนักงานทำงานเป็นทีม และขยายขอบเขตงานในแนวดิ่งให้กับทีม โดยสมาชิกทุกคนทำงานร่วมกันการปรับรื้อระบบ (Reengineering) เป็นแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงจากวิธีการทำงานแบบเดิมๆ ไปสู่วิธีการใหม่โดยพยายามให้ลดขั้นตอนการทำงานลงให้เหลือแต่กระบวนการหลัก และเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลางของความสำคัญ (คิดใหม่ ออกแบบใหม่ ใช้เครื่องมือแบบใหม่)(จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)
ขวัญกำลังใจเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้บริหารจะต้องเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่เสมอเพราะถ้าการบำรุงขวัญที่ดีจะทำให้มีการสร้างผลงานที่มีคุณภาพให้แก่หน่วยงาน จึงต้องมีการเสริมสร้างขวัญและบำรุงขวัญของพนักงาน เพื่อรักษาเสถียรภาพของผู้ปฏิบัติงานให้อยู่ในระดับสูงตามความต้องการ และส่งผลไปถึงประสิทธิภาพของงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การ ความสำคัญของขวัญในการปฏิบัติงานมีดังนี้1. ก่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร2. เกิดความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ต่อหมู่คณะและองค์การ3. ปฏิบัติอยู่ในกรอบแห่งระเบียบวินัยและศีลธรรมอันดีงาม4. เกิดความสามัคคีในหมู่คณะและก่อให้เกิดพลังร่วม (Group Effort) และฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายขององค์กรได้5. เกิดความคิดสร้างสรรค์ในกิจการต่าง ๆ ขององค์กร6. เกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาในองค์กรที่ตนปฏิบัติอยู่(สิริกร ราชมณี 12590084)
เมื่อบริหารเริ่มเห็นสัญญาณว่า พนักงานที่อยู่ในความดูแลเริ่มเบื่องาน ความกระตือรือร้นหด ประสิทธิภาพการทำงานหาย ทั้งที่เขาเคยทำงานแบบนี้ได้ดีมาก่อน เป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลองใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ในการจูงใจพนักงานดู1. ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น ผู้บรหารควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย คุณควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา แล้วลองมอบหมายงานชนิดนั้นให้เขาทำ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เขาทำงานอย่างมีความสุข แต่หากเกิดจากปัญหาส่วนตัว เขาต้องการให้คุณช่วยเหลืออย่างไร2. สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ จากนั้นกระตุ้นการทำงานร่วมกันและการช่วยเหลือกันภายในทีมให้เกิดเป็นพลังบวก ซึ่งจะทำให้ทุกคนในทีมมีความแน่นแฟ้น และพร้อมช่วยกันฉุดดึงเพื่อนร่วมทีมที่กำลังอ่อนแรง ให้เข้มแข็งขึ้นได้3. เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน4. วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อย่าปล่อยให้เขาทำงานไปวัน ๆ โดยไม่ได้รับความใส่ใจ และมองไม่เห็นโอกาสก้าวหน้า5. สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้พนักงานอยากจะทำให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแบบอย่างให้แก่เพื่อนร่วมงานคนอื่นอยากจะพยายามมากขึ้นเพื่อให้ได้การยอมรับและชื่นชมเช่นเดียวกันรัญชรดา มะนุ่น 12590067
1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมทเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้ 4.การสื่อสารในเชิงบวกทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ 6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้นการเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้8.ให้เกียรติพนักงานการให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร9.มีความยุติธรรมองค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร นางสาววชิราพร คำกอง 12590068
4. หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้าน ผู้บริหารควรนำแนวความคิดการออกแบบงานมาแก้ปัญหานี้อย่างไรตอบ : หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้าน ผู้บริหารควรนำแนวความคิดการออกแบบงาน “การหมุนเวียนงาน” มาใช้ในการแก้ไขปัญหา - การที่บุคลากรทำงานในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งเป็นเวลานานๆ ย่อมเกิดความเบื่อหน่ายและอาจเกิดความเครียดในการทำงาน อันเนื่องมาจากการทำงานที่ซ้ำซากจำเจ ขาดความท้าทาย การใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ๆ การนำวิธีการหมุนเวียนงาน มาใช้แก้ไขปัญหาจึงเป็นวิธีที่ตอบโจทย์ที่สุด เพื่อให้พนักงานกลุ่มดังกล่าวได้มีโอกาสหมุนเวียนไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งงานอื่นๆ ซึ่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบแตกต่างจากเดิม ทั้งนี้เพื่อการหมุนเวียนที่มีประสิทธภาพ ผู้บริหารจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้า กำหนดวิธีการและตำแหน่งงานที่ต้องการจะหมุนเวียนกัน รวมทั้งกำหนดเวลาที่เหมาะสมในการหมุนเวียนแต่ละครั้งด้วยนางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
หากหัวหน้างานมักกังวัลเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทำงานของลูกน้องว่าจะทำอย่างไรให้พวกเขาทำงานกันได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันหัวหน้างานก็มักจะไม่ค่อยรู้วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมทเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้4.การสื่อสารในเชิงบวกทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้นการเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้8.ให้เกียรติพนักงานการให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร9.มีความยุติธรรมองค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
พนักงานของคุณเริ่มเบื่องาน ความกระตือรือร้นหด ประสิทธิภาพการทำงานหาย ทั้งที่เขาเคยทำงานแบบนี้ได้ดีมาก่อน เป็นหน้าที่ของคุณที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลองใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ในการจูงใจพนักงาน1.ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย คุณควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา2.สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไปนางสาว ภัทราพร ผังรักษ์ 12590061
การหมุนเวียนงาน (Job rotation) เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ และได้เรียนรู้งานใหม่ๆ จะได้ลดความเบื่อหน่าย การขยายขอบเขตงานในแนวนอน (Job enlargement) เป็นแนวคิดในการเพิ่มเนื้องานที่มีความยากง่ายระดับเดียวกับงานเดิม หรืออาจเพิ่มเพื่อความต่อเนื่องจากงานเดิมให้ผู้ปฏิบัติงานให้มากขึ้นการขยายขอบเขตงานในแนวดิ่ง (Job Enrichment) เป็นแนวคิดในการเพิ่มงานเชิงบริหารของงานเดิมนั้นให้กับผู้ปฏิบัติงานคนนั้น ซึ่งแต่เดิมเขาไม่ทำในส่วนนี้ การจัดทีมงานแบบบริหารตนเอง (self – Managed teams) เป็นแนวคิดให้พนักงานทำงานเป็นทีม และขยายขอบเขตงานในแนวดิ่งให้กับทีม โดยสมาชิกทุกคนทำงานร่วมกันการปรับรื้อระบบ (Reengineering) เป็นแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงจากวิธีการทำงานแบบเดิมๆ ไปสู่วิธีการใหม่โดยพยายามให้ลดขั้นตอนการทำงานลงให้เหลือแต่กระบวนการหลัก และเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลางของความสำคัญ (คิดใหม่ ออกแบบใหม่ ใช้เครื่องมือแบบใหม่)นางสาวดวงหทัย โฉมมา 12590029
การนำการหมุนเวียนงานมาแก้ไขปัญหาการเบื่องาน โดยให้พนักงานสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน เพื่อให้กลุ่มพนักงานดังกล่าวได้มีโอกาศหมุนเวียนไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอื่นๆ ซึ่งมีความรับผิดชอบแตกต่างจากเดิม ทั้งนี้เพื่อการหมุนเวียนงานที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้า กำหนดวิธีการและตำแหน่งงานที่ต้องการจะหมุนเวียนกัน รวมทั้งกำหนดเวลาที่เหมาะสมในการหมุนวียนแต่ละครั้งด้วย นอกจากจะแก้ไขปัญหาเบื่องานล้วยังมีประโยชน์อีกหลายประการต่อองค์กรด้วย เช่นช่วยเปิดโอกาสให้พนักงานมีความชำนาญด้านต่างๆ พนักงานเกิดแรงจูงใจและกระตือรือร้นในการทำงาน(นางสาว หมายขวัญ นวลอุไร 12590099)
ขวัญกำลังใจเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้บริหารจะต้องเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่เสมอเพราะถ้าการบำรุงขวัญที่ดีจะทำให้มีการสร้างผลงานที่มีคุณภาพให้แก่หน่วยงาน จึงต้องมีการเสริมสร้างขวัญและบำรุงขวัญของพนักงาน เพื่อรักษาเสถียรภาพของผู้ปฏิบัติงานให้อยู่ในระดับสูงตามความต้องการ และส่งผลไปถึงประสิทธิภาพของงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การ ความสำคัญของขวัญในการปฏิบัติงานมีดังนี้1. ก่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร2. เกิดความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ต่อหมู่คณะและองค์การ3. ปฏิบัติอยู่ในกรอบแห่งระเบียบวินัยและศีลธรรมอันดีงาม4. เกิดความสามัคคีในหมู่คณะและก่อให้เกิดพลังร่วม (Group Effort) และฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายขององค์กรได้5. เกิดความคิดสร้างสรรค์ในกิจการต่าง ๆ ขององค์กร6. เกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาในองค์กรที่ตนปฏิบัติอยู่นางสาวพัชรา จูเอี่ยม (12590054)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่-การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน-การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม-การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด(ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896)
หากหัวหน้างานมักกังวัลเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทำงานของลูกน้องว่าจะทำอย่างไรให้พวกเขาทำงานกันได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันหัวหน้างานก็มักจะไม่ค่อยรู้วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมทเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้ 4.การสื่อสารในเชิงบวกทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ 6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้นการเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้8.ให้เกียรติพนักงานการให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร9.มีความยุติธรรมองค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่ -การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน -การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม-การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุดสุภัทษา สนธิช่วย 12590096
หากพนักงานมีความเบื่อหน่ายกับงาน ควรทำดังนี้1.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน2.กำหนดนโยบายการหมุนเวียนงาน โดยผูกเข้ากับระบบการพัฒนาคน และระบบการเติบโตตามสายอาชีพของพนักงานได้ พนักงานก็จะเข้าใจ และไม่เกิดแรงต้าน องค์กรเองก็จะมีพนักงานที่มีความรอบรู้มากขึ้น และสามารถที่จะทำงานในด้านต่างๆ ได้มากขึ้น และที่สำคัญก็คือ เข้าใจว่างานด้านต่างๆ นั้นมีข้อจำกัด และมีความยากในงานของมันเอง ก็จะช่วยลดความขัดแย้งในการทำงานระหว่างฝ่ายงานต่างๆ ลงได้อย่างดี (อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมทเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้4.การสื่อสารในเชิงบวกทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ 6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้นการเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้8.ให้เกียรติพนักงานการให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร9.มีความยุติธรรมองค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)
การหมุนเวียนงาน (Job Rotation) การที่บุคลากรทำงานในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งเป็นเวลานานๆย่อมเกิดความเบื่อหน่ายและอาจเกิดความเครียดในการทำงานอันเนื่องมาการทำงานที่ซ้ำซากจำเจขาดความท้าทายขาดการใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ๆวิธีการหนึ่งซึ่งองค์กรสามารถนำมาใช้แก้ปัญหาดังกล่าวได้คือการหมุนเวียนงานซึ่งหมายถึงการที่องค์กรกำหนดให้พนักงานสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงานเพื่อให้พนักงานกลุ่มดังกล่าวได้มีโอกาสหมุนเวียนไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งงานอื่นๆซึ่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบแตกต่างจากเดิมทั้งนี้เพื่อการหมุนเวียนงานที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้ากำหนดวิธีการและตำแหน่งงานที่ต้องการจะหมุนเวียนกันรวมทั้งกำหนดเวลาที่เหมาะสมในการหมุนเวียนแต่ละครั้งด้วยการหมุนเวียนงานนอกจากจะแก้ปัญหาความเบื่อหน่ายแล้วยังมีประโยชน์อีกหลายประการต่อองค์กรด้วยเช่นช่วยเปิดโอกาสให้พนักงานมีความชำนาญด้านอื่นๆพนักงานเกิดแรงจูงใจและกระตือรือล้นในการทำงานองค์กรมีบุคลากรหลายคนให้เลือกเพื่อไปดำรงตำแหน่งต่างๆเนื่องจากแต่ละตำแหน่งมีผู้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้หลายคนและการเปิดโอกาสให้บุคลากรทดลองทำงานในหลายๆด้านย่อมทำให้องค์กรทราบศักยภาพในการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งของบุคคลดังกล่าวซึ่งนอกจากจะสร้างความพร้อมให้พนักงานแล้วยังเปิดโอกาสให้องค์กรได้มีบุคลากรที่เหมาะสมที่สุดในตำแหน่งที่สูงขึ้นอีกด้วยอย่างไรก็ตามการหมุนเวียนงานยังมีข้อจำกัดอยู่บางประการเช่นเมื่อหมุนเวียนไปได้ระยะหนึ่งความเบื่อหน่ายก็อาจเกิดขึ้นอีกในบางกรณีที่บุคคลนั้นๆไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับการหมุนเวียนได้ดีหรือไม่เหมาะกับตำแหน่งหน้าที่ใหม่องค์กรอาจจำเป็นต้องหมุนเวียนอีกหรือแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นๆ(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
1.ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย คุณควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา แล้วลองมอบหมายงานชนิดนั้นให้เขาทำ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เขาทำงานอย่างมีความสุข แต่หากเกิดจากปัญหาส่วนตัว เขาต้องการให้คุณช่วยเหลืออย่างไร2.สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ จากนั้นกระตุ้นการทำงานร่วมกันและการช่วยเหลือกันภายในทีมให้เกิดเป็นพลังบวก ซึ่งจะทำให้ทุกคนในทีมมีความแน่นแฟ้น และพร้อมช่วยกันฉุดดึงเพื่อนร่วมทีมที่กำลังอ่อนแรง ให้เข้มแข็งขึ้นได้3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อย่าปล่อยให้เขาทำงานไปวัน ๆ โดยไม่ได้รับความใส่ใจ และมองไม่เห็นโอกาสก้าวหน้า5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้พนักงานอยากจะทำให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแบบอย่างให้แก่เพื่อนร่วมงานคนอื่นอยากจะพยายามมากขึ้นเพื่อให้ได้การยอมรับและชื่นชมเช่นเดียวกันกุลปริยา แย้มเกษร 12590005
ความสำเร็จของบริษัทส่วนหนึ่งก็วัดกันที่ความสามารถของพนักงาน จะเกิดผลเสียขนาดไหนหากจู่ๆ ลูกน้องของเราเกิดขาดแรงจูงใจในการทำงานขึ้นมาเสียเฉยๆ ดังนั้นเราจึงควรศึกษาหาวิธีการแก้ไขสถานการณ์เมื่อลูกน้องเกิดหมดไฟและขาดแรงจูงใจไว้บ้าง1.ใกล้ชิดกับพนักงานให้มากขึ้น ควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย ควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา แล้วลองมอบหมายงานชนิดนั้นให้เขาทำ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เขาทำงานอย่างมีความสุข แต่หากเกิดจากปัญหาส่วนตัว เขาต้องการให้ช่วยเหลืออย่างไร2สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ จากนั้นกระตุ้นการทำงานร่วมกันและการช่วยเหลือกันภายในทีมให้เกิดเป็นพลังบวก ซึ่งจะทำให้ทุกคนในทีมมีความแน่นแฟ้น และพร้อมช่วยกันฉุดดึงเพื่อนร่วมทีมที่กำลังอ่อนแรง ให้เข้มแข็งขึ้นได้3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อย่าปล่อยให้เขาทำงานไปวัน ๆ โดยไม่ได้รับความใส่ใจ และมองไม่เห็นโอกาสก้าวหน้า5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย ควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้พนักงานอยากจะทำให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแบบอย่างให้แก่เพื่อนร่วมงานคนอื่นอยากจะพยายามมากขึ้นเพื่อให้ได้การยอมรับและชื่นชมเช่นเดียวกัน(นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่1. การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน2. การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม3. การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด( ศศิมา ปานชงค์ 12590077 )
เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นผู้บริหารจึงไม่ควรละเลยที่จะใส่ใจในความคิดความรู้สึกของพนักงาน การบริหารคนควบคู่ไปกับการบริหารงาน ซึ่งหน้าที่งานอย่างหนึ่งที่ผู้บริหารพึงปฏิบัตินั่นก็คือการหาวิธีจูงใจพนักงานในการทำงาน ด้วยวิธี D-R-I-V-E1. Development - การพัฒนาและฝึกอบรม เช่น การสอนงานเพื่อให้ลูกน้องเข้าใจวิธีการ และขอบเขตหน้าที่งานที่ต้องรับผิดชอบ การส่งเข้าฝึกอบรมกับหน่วยงานภายนอก เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น การให้คำปรึกษาแนะนำ เพื่อช่วยในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และการโยกย้ายสับเปลี่ยนงาน เพื่อส่งเสริมให้เกิดทักษะที่หลากหลายมากขึ้น2. Relation – สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับพนักงาน เช่น การพาพนักงานไปเลี้ยงอาหารกลางวันหรืออาหารเย็นเนื่องในโอกาสพิเศษ หรือรับฟังและเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาของพนักงานที่ไม่ใช่ปัญหาจากการทำงาน และหรือสร้างอารมณ์ขัน สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะกับพนักงาน3. Individual Motivation – ในฐานะของผู้บริหารจำเป็นที่จะต้องวิเคราะห์พนักงานแต่ละคนว่าพวกเขามีนิสัย บุคลิกลักษณะและความต้องการอย่างไร เช่น หากพบว่าพนักงานชอบที่จะแสดงความคิดสร้างสรรค์ ผู้บริหารควรจะมอบหมายงานที่ส่งเสริมให้พวกเขาได้ใช้ความคิดและสามารถนำเสนอแนวคิดต่างๆ กับคุณได้ 4. Verbal Communication - คำพูดเปรียบเสมือนดาบสองคมที่ส่งผลทั้งด้านบวกและด้านลบกับตัวคุณเองในฐานะของผู้บริหารบางครั้งการไม่พูดหรือนิ่งเฉย จะดูดีกว่าการพูดออกไป โดยเฉพาะคำพูดในทางลบที่อยากให้คุณจงหลีกเลี่ยง จงพยายามเลือกใช้คำพูดทางบวกที่สร้างสรรค์และจูงใจให้พวกเขาอยากทำงานให้กับคุณ 5. Environment Arrangement - สภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถจูงใจให้พนักงานอยากทำงาน เช่น การปรับเปลี่ยนรูปโฉมออฟฟิศใหม่ หรือการจัดหาอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการทำงานต่างๆ ให้พร้อมในการทำงาน เป็นต้น(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่-การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน-การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม-การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่-การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน-การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม-การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุดนางสาวณัฐนรี สีทองสุก 12590022
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่- การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน- การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม- การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่- การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน- การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม- การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่ -การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน -การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม-การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน มีวิธีดังต่อไปนี้1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมทเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้4.การสื่อสารในเชิงบวก ทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้น การเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคค ควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้8.ให้เกียรติพนักงาน การให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร9.มีความยุติธรรม องค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้าน ผู้บริหารควรแนวคิดการออกแบบงาน ในเรื่องการหมุนเวียนงานมาแก้ปัญหา เนื่องจากเป็นการที่องค์กรกำหนดให้พนักงานสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่งนาระหว่างกลุ่มพนักงาน เพื่อให้พนักงานมีโอกาสหมุนเวียนไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอื่น ซึ่งมีความรับผิดชอบแตกต่างจากเดิม นอกจากจะแก้ความเบื่อหน่ายแล้วยังมีประโยชน์ต่อองค์กรอีกด้วย(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
หากหัวหน้างานมักกังวัลเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทำงานของลูกน้องว่าจะทำอย่างไรให้พวกเขาทำงานกันได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันหัวหน้างานก็มักจะไม่ค่อยรู้วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมทเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้4.การสื่อสารในเชิงบวกทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ 6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้นการเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้8.ให้เกียรติพนักงานการให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร9.มีความยุติธรรมองค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
เมื่อเริ่มเห็นสัญญาณว่า พนักงานเริ่มเบื่องาน ความกระตือรือร้นหด ประสิทธิภาพการทำงานหาย ทั้งที่เขาเคยทำงานแบบนี้ได้ดีมาก่อน เป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลองใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ในการจูงใจพนักงาน ดังนี้1. ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว2. สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ3. เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ4. วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน5. สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
พนักงานของคุณเริ่มเบื่องาน ความกระตือรือร้นหด ประสิทธิภาพการทำงานหาย ทั้งที่เขาเคยทำงานแบบนี้ได้ดีมาก่อน เป็นหน้าที่ของคุณที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลองใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ในการจูงใจพนักงาน1.ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย คุณควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา2.สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
1.ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย คุณควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา แล้วลองมอบหมายงานชนิดนั้นให้เขาทำ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เขาทำงานอย่างมีความสุข แต่หากเกิดจากปัญหาส่วนตัว เขาต้องการให้คุณช่วยเหลืออย่างไร2.สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ จากนั้นกระตุ้นการทำงานร่วมกันและการช่วยเหลือกันภายในทีมให้เกิดเป็นพลังบวก ซึ่งจะทำให้ทุกคนในทีมมีความแน่นแฟ้น และพร้อมช่วยกันฉุดดึงเพื่อนร่วมทีมที่กำลังอ่อนแรง ให้เข้มแข็งขึ้นได้3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อย่าปล่อยให้เขาทำงานไปวัน ๆ โดยไม่ได้รับความใส่ใจ และมองไม่เห็นโอกาสก้าวหน้า5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้พนักงานอยากจะทำให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแบบอย่างให้แก่เพื่อนร่วมงานคนอื่นอยากจะพยายามมากขึ้นเพื่อให้ได้การยอมรับและชื่นชมเช่นเดียวกัน(น.ส.ชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)
หากหัวหน้างานมักกังวัลเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทำงานของลูกน้องว่าจะทำอย่างไรให้พวกเขาทำงานกันได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันหัวหน้างานก็มักจะไม่ค่อยรู้วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้4.การสื่อสารในเชิงบวกทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ 6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้นการเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้8.ให้เกียรติพนักงานการให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร9.มีความยุติธรรมองค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
มิติสัมพันธภาพระหว่างบุคคลในการ ทางานไว้ 8 องค์ประกอบ ดังนี้1. ความมั่นใจและความไว้วางใจที่มีต่องานและเพื่อนร่วมงาน (Confidence and Trust) ความมั่นใจและความไว้วางใจเป็นพฤติกรรมที่อยู่คู่กันไป เมื่อเพื่อนร่วมงานเกิดความไว้วางใจต่อกันก็ จะเกิดความเชื่อมั่นอย่างจริงจังต่อกัน โดยไม่เคลือบแคลงสงสัยว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพราะมีความ เชื่อมั่นอยู่ภายในความรู้สึกปรารถนาดีและเชื่อถือได้ การสร้างความรู้สึกไว้วางใจให้เกิดขึ้นกับบุคคล นั้น ไม่ได้เกิดขึ้นโดยง่ายจากเทคนิควิธีที่ผู้สร้างตั้งใจจะให้เกิดขึ้น หากแต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ความเสมอต้นเสมอปลายมากกว่าความเข้าใจกันได้ บุคคลจะไม่ระบายความรู้สึก หรือบอกข้อมูล สาคัญแก่บุคคลอื่น หากไม่เกิดความไว้วางใจและความมั่นใจว่าจะเชื่อถือได้2. การให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (Mutual Help) มีความสาคัญยิ่ง บุคคลควรมีความ ยินดีแบ่งปันช่วยกันทางาน ไม่นิ่งดูดายแม้เป็นงานหนักของผู้อื่น หรือหวงแหนสิ่งที่ตนเองได้มา โดยเฉพาะส่วนที่จะได้ร่วมกัน3. การให้ความสนับสนุนซึ่งกันและกัน (Mutual Support) โดยมีหลักสาคัญว่า องค์กรจะมี ผลสัมฤทธิ์สูงได้ก็ต่อเมื่อทุกกระบวนการของความต้องการภายในองค์กรได้รับการสนับสนุนซึ่งกันและ กันนี้อาจแสดงออกงพฤติกรรมได้หลายลักษณะ เช่น ความเต็มใจรับฟังผู้อื่น การให้การยอมรับนับถือ ยกย่อง การให้ข้อมูลย้อนกลับงบวก และยอมรับฟังข้อคิดเห็นของผู้อื่นด้วยความจริงใจ(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
หากพนักงานมีความเบื่อหน่ายกับงาน ควรทำดังนี้1.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน2.กำหนดนโยบายการหมุนเวียนงาน โดยผูกเข้ากับระบบการพัฒนาคน และระบบการเติบโตตามสายอาชีพของพนักงานได้ พนักงานก็จะเข้าใจ และไม่เกิดแรงต้าน องค์กรเองก็จะมีพนักงานที่มีความรอบรู้มากขึ้น และสามารถที่จะทำงานในด้านต่างๆ ได้มากขึ้น และที่สำคัญก็คือ เข้าใจว่างานด้านต่างๆ นั้นมีข้อจำกัด และมีความยากในงานของมันเอง ก็จะช่วยลดความขัดแย้งในการทำงานระหว่างฝ่ายงานต่างๆ ลงได้อย่างดี(สมภพ ขุนทรง 12590079)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่-การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน-การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม-การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด(ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
ตอบลบ-การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
-การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
-การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด
(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
การหมุนเวียนงาน (Job rotation)
ตอบลบเพื่อให้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ และได้เรียนรู้งานใหม่ๆ จะได้ลดความเบื่อหน่าย
การขยายขอบเขตงานในแนวนอน (Job enlargement)
เป็นแนวคิดในการเพิ่มเนื้องานที่มีความยากง่ายระดับเดียวกับงานเดิม
หรืออาจเพิ่มเพื่อความต่อเนื่องจากงานเดิมให้ผู้ปฏิบัติงานให้มากขึ้น
การขยายขอบเขตงานในแนวดิ่ง (Job Enrichment)
เป็นแนวคิดในการเพิ่มงานเชิงบริหารของงานเดิมนั้นให้กับผู้ปฏิบัติงานคนนั้น
ซึ่งแต่เดิมเขาไม่ทำในส่วนนี้
การจัดทีมงานแบบบริหารตนเอง (self – Managed teams)
เป็นแนวคิดให้พนักงานทำงานเป็นทีม และขยายขอบเขตงานในแนวดิ่งให้กับทีม
โดยสมาชิกทุกคนทำงานร่วมกัน
การปรับรื้อระบบ (Reengineering)
เป็นแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงจากวิธีการทำงานแบบเดิมๆ ไปสู่วิธีการใหม่โดยพยายาม
ให้ลดขั้นตอนการทำงานลงให้เหลือแต่กระบวนการหลัก และเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลางของ
ความสำคัญ (คิดใหม่ ออกแบบใหม่ ใช้เครื่องมือแบบใหม่)
(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
- เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน
ตอบลบ- กำหนดนโยบายการหมุนเวียนงาน โดยผูกเข้ากับระบบการพัฒนาคน และระบบการเติบโตตามสายอาชีพของพนักงานได้ พนักงานก็จะเข้าใจ และไม่เกิดแรงต้าน องค์กรเองก็จะมีพนักงานที่มีความรอบรู้มากขึ้น และสามารถที่จะทำงานในด้านต่างๆ ได้มากขึ้น และที่สำคัญก็คือ เข้าใจว่างานด้านต่างๆ นั้นมีข้อจำกัด และมีความยากในงานของมันเอง ก็จะช่วยลดความขัดแย้งในการทำงานระหว่างฝ่ายงานต่างๆ ลงได้อย่างดี
(นางสาวชนาวาส บัววงค์) 12590013
พนักงานของคุณเริ่มเบื่องาน ความกระตือรือร้นหด ประสิทธิภาพการทำงานหาย ทั้งที่เขาเคยทำงานแบบนี้ได้ดีมาก่อน เป็นหน้าที่ของคุณที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลองใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ในการจูงใจพนักงาน
ตอบลบ1.ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย คุณควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา
2.สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ
3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป
4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ
5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป
(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
ขวัญกำลังใจเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้บริหารจะต้องเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่เสมอเพราะถ้าการบำรุงขวัญที่ดีจะทำให้มีการสร้างผลงานที่มีคุณภาพให้แก่หน่วยงาน จึงต้องมีการเสริมสร้างขวัญและบำรุงขวัญของพนักงาน เพื่อรักษาเสถียรภาพของผู้ปฏิบัติงานให้อยู่ในระดับสูงตามความต้องการ และส่งผลไปถึงประสิทธิภาพของงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การ
ตอบลบความสำคัญของขวัญในการปฏิบัติงานมีดังนี้
1. ก่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร
2. เกิดความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ต่อหมู่คณะและองค์การ
3. ปฏิบัติอยู่ในกรอบแห่งระเบียบวินัยและศีลธรรมอันดีงาม
4. เกิดความสามัคคีในหมู่คณะและก่อให้เกิดพลังร่วม (Group Effort) และฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายขององค์กรได้
5. เกิดความคิดสร้างสรรค์ในกิจการต่าง ๆ ขององค์กร
6. เกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาในองค์กรที่ตนปฏิบัติอยู่
(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
หากหัวหน้างานมักกังวัลเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทำงานของลูกน้องว่าจะทำอย่างไรให้พวกเขาทำงานกันได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันหัวหน้างานก็มักจะไม่ค่อยรู้วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้
ตอบลบ1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ
2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมทเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว
3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้
4.การสื่อสารในเชิงบวก
ทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก
5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ
6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้น
การเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี
7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้
8.ให้เกียรติพนักงาน
การให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร
9.มีความยุติธรรม
องค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
(ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)
การหมุนเวียนงาน (Job Rotation) การที่บุคลากรทำงานในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งเป็นเวลานานๆย่อมเกิดความเบื่อหน่ายและอาจเกิดความเครียดในการทำงานอันเนื่องมาการทำงานที่ซ้ำซากจำเจขาดความท้าทายขาดการใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ๆวิธีการหนึ่งซึ่งองค์กรสามารถนำมาใช้แก้ปัญหาดังกล่าวได้คือการหมุนเวียนงานซึ่งหมายถึงการที่องค์กรกำหนดให้พนักงานสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงานเพื่อให้พนักงานกลุ่มดังกล่าวได้มีโอกาสหมุนเวียนไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งงานอื่นๆซึ่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบแตกต่างจากเดิมทั้งนี้เพื่อการหมุนเวียนงานที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้ากำหนดวิธีการและตำแหน่งงานที่ต้องการจะหมุนเวียนกันรวมทั้งกำหนดเวลาที่เหมาะสมในการหมุนเวียนแต่ละครั้งด้วยการหมุนเวียนงานนอกจากจะแก้ปัญหาความเบื่อหน่ายแล้วยังมีประโยชน์อีกหลายประการต่อองค์กรด้วยเช่นช่วยเปิดโอกาสให้พนักงานมีความชำนาญด้านอื่นๆพนักงานเกิดแรงจูงใจและกระตือรือล้นในการทำงานองค์กรมีบุคลากรหลายคนให้เลือกเพื่อไปดำรงตำแหน่งต่างๆเนื่องจากแต่ละตำแหน่งมีผู้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้หลายคนและการเปิดโอกาสให้บุคลากรทดลองทำงานในหลายๆด้านย่อมทำให้องค์กรทราบศักยภาพในการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งของบุคคลดังกล่าวซึ่งนอกจากจะสร้างความพร้อมให้พนักงานแล้วยังเปิดโอกาสให้องค์กรได้มีบุคลากรที่เหมาะสมที่สุดในตำแหน่งที่สูงขึ้นอีกด้วยอย่างไรก็ตามการหมุนเวียนงานยังมีข้อจำกัดอยู่บางประการเช่นเมื่อหมุนเวียนไปได้ระยะหนึ่งความเบื่อหน่ายก็อาจเกิดขึ้นอีกในบางกรณีที่บุคคลนั้นๆไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับการหมุนเวียนได้ดีหรือไม่เหมาะกับตำแหน่งหน้าที่ใหม่องค์กรอาจจำเป็นต้องหมุนเวียนอีกหรือแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นๆ
ตอบลบ(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
ความสำเร็จของบริษัทส่วนหนึ่งก็วัดกันที่ความสามารถของพนักงาน จะเกิดผลเสียขนาดไหนหากจู่ๆ ลูกน้องของเราเกิดขาดแรงจูงใจในการทำงานขึ้นมาเสียเฉยๆ ดังนั้นเราจึงควรศึกษาหาวิธีการแก้ไขสถานการณ์เมื่อลูกน้องเกิดหมดไฟและขาดแรงจูงใจไว้บ้าง
ตอบลบ1.ใกล้ชิดกับพนักงานให้มากขึ้น ควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย ควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา แล้วลองมอบหมายงานชนิดนั้นให้เขาทำ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เขาทำงานอย่างมีความสุข แต่หากเกิดจากปัญหาส่วนตัว เขาต้องการให้ช่วยเหลืออย่างไร
2สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ จากนั้นกระตุ้นการทำงานร่วมกันและการช่วยเหลือกันภายในทีมให้เกิดเป็นพลังบวก ซึ่งจะทำให้ทุกคนในทีมมีความแน่นแฟ้น และพร้อมช่วยกันฉุดดึงเพื่อนร่วมทีมที่กำลังอ่อนแรง ให้เข้มแข็งขึ้นได้
3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน
4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อย่าปล่อยให้เขาทำงานไปวัน ๆ โดยไม่ได้รับความใส่ใจ และมองไม่เห็นโอกาสก้าวหน้า
5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย ควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้พนักงานอยากจะทำให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแบบอย่างให้แก่เพื่อนร่วมงานคนอื่นอยากจะพยายามมากขึ้นเพื่อให้ได้การยอมรับและชื่นชมเช่นเดียวกัน
(ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
ตอบลบ-การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
-การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
-การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด
(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
หากหัวหน้างานมักกังวัลเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทำงานของลูกน้องว่าจะทำอย่างไรให้พวกเขาทำงานกันได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันหัวหน้างานก็มักจะไม่ค่อยรู้วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้
ตอบลบ1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ
2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมทเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว
3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้
4.การสื่อสารในเชิงบวก
ทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก
5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ
6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้น
การเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี
7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้
8.ให้เกียรติพนักงาน
การให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร
9.มีความยุติธรรม
องค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
(นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)
พนักงานของคุณเริ่มเบื่องาน ความกระตือรือร้นหด ประสิทธิภาพการทำงานหาย ทั้งที่เขาเคยทำงานแบบนี้ได้ดีมาก่อน เป็นหน้าที่ของคุณที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลองใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ในการจูงใจพนักงาน
ตอบลบ1.ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย คุณควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา
2.สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ
3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป
4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ
5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป
(นางสาว ณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
ตอบลบ-การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
-การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
-การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด
(นายธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
เมื่อพนักงานเริ่มเบื่องาน ความกระตือรือร้นหด ประสิทธิภาพการทำงานหาย ทั้งที่เขาเคยทำงานแบบนี้ได้ดีมาก่อน เป็นหน้าที่ของคุณที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลองใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ในการจูงใจพนักงาน
ตอบลบ1.ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย คุณควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา แล้วลองมอบหมายงานชนิดนั้นให้เขาทำ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เขาทำงานอย่างมีความสุข แต่หากเกิดจากปัญหาส่วนตัว เขาต้องการให้คุณช่วยเหลืออย่างไร
2.สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ จากนั้นกระตุ้นการทำงานร่วมกันและการช่วยเหลือกันภายในทีมให้เกิดเป็นพลังบวก ซึ่งจะทำให้ทุกคนในทีมมีความแน่นแฟ้น และพร้อมช่วยกันฉุดดึงเพื่อนร่วมทีมที่กำลังอ่อนแรง ให้เข้มแข็งขึ้นได้
3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน
4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อย่าปล่อยให้เขาทำงานไปวัน ๆ โดยไม่ได้รับความใส่ใจ และมองไม่เห็นโอกาสก้าวหน้า
5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้พนักงานอยากจะทำให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแบบอย่างให้แก่เพื่อนร่วมงานคนอื่นอยากจะพยายามมากขึ้นเพื่อให้ได้การยอมรับและชื่นชมเช่นเดียวกัน
(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบ4.นำการหมุนเวียนงานมาแก้ไขปัญหาการเบื่องาน โดยให้พนักงานสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน เพื่อให้กลุ่มพนักงานดังกล่าวได้มีโอกาศหมุนเวียนไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอื่นๆ ซึ่งมีความรับผิดชอบแตกต่างจากเดิม ทั้งนี้เพื่อการหมุนเวียนงานที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้า กำหนดวิธีการและตำแหน่งงานที่ต้องการจะหมุนเวียนกัน รวมทั้งกำหนดเวลาที่เหมาะสมในการหมุนวียนแต่ละครั้งด้วย นอกจากจะแก้ไขปัญหาเบื่องานล้วยังมีประโยชน์อีกหลายประการต่อองค์กรด้วย เช่นช่วยเปิดโอกาสให้พนักงานมีความชำนาญด้านต่างๆ พนักงานเกิดแรงจูงใจและกระตือรือร้นในการทำงาน
ตอบลบ(อารียา ปานทอง 12590109)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
ตอบลบ-การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
-การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
-การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด
(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
ความสำเร็จของบริษัทส่วนหนึ่งก็วัดกันที่ความสามารถของพนักงาน จะเกิดผลเสียขนาดไหนหากจู่ๆ ลูกน้องของเราเกิดขาดแรงจูงใจในการทำงานขึ้นมาเสียเฉยๆ ดังนั้นเราจึงควรศึกษาหาวิธีการแก้ไขสถานการณ์เมื่อลูกน้องเกิดหมดไฟและขาดแรงจูงใจไว้บ้าง
ตอบลบ1.ใกล้ชิดกับพนักงานให้มากขึ้น ควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย ควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา แล้วลองมอบหมายงานชนิดนั้นให้เขาทำ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เขาทำงานอย่างมีความสุข แต่หากเกิดจากปัญหาส่วนตัว เขาต้องการให้ช่วยเหลืออย่างไร
2สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ จากนั้นกระตุ้นการทำงานร่วมกันและการช่วยเหลือกันภายในทีมให้เกิดเป็นพลังบวก ซึ่งจะทำให้ทุกคนในทีมมีความแน่นแฟ้น และพร้อมช่วยกันฉุดดึงเพื่อนร่วมทีมที่กำลังอ่อนแรง ให้เข้มแข็งขึ้นได้
3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน
4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อย่าปล่อยให้เขาทำงานไปวัน ๆ โดยไม่ได้รับความใส่ใจ และมองไม่เห็นโอกาสก้าวหน้า
5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย ควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้พนักงานอยากจะทำให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแบบอย่างให้แก่เพื่อนร่วมงานคนอื่นอยากจะพยายามมากขึ้นเพื่อให้ได้การยอมรับและชื่นชมเช่นเดียวกัน (น.ส. อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
ตอบลบขวัญกำลังใจเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้บริหารจะต้องเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่เสมอเพราะถ้าการบำรุงขวัญที่ดีจะทำให้มีการสร้างผลงานที่มีคุณภาพให้แก่หน่วยงาน จึงต้องมีการเสริมสร้างขวัญและบำรุงขวัญของพนักงาน เพื่อรักษาเสถียรภาพของผู้ปฏิบัติงานให้อยู่ในระดับสูงตามความต้องการ และส่งผลไปถึงประสิทธิภาพของงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การ
ความสำคัญของขวัญในการปฏิบัติงานมีดังนี้
1. ก่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร
2. เกิดความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ต่อหมู่คณะและองค์การ
3. ปฏิบัติอยู่ในกรอบแห่งระเบียบวินัยและศีลธรรมอันดีงาม
4. เกิดความสามัคคีในหมู่คณะและก่อให้เกิดพลังร่วม (Group Effort) และฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายขององค์กรได้
5. เกิดความคิดสร้างสรรค์ในกิจการต่าง ๆ ขององค์กร
6. เกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาในองค์กรที่ตนปฏิบัติอยู่
(วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)
มิติสัมพันธภาพระหว่างบุคคลในการ ทางานไว้ 8 องค์ประกอบ ดังนี้
ตอบลบ1. ความมั่นใจและความไว้วางใจที่มีต่องานและเพื่อนร่วมงาน (Confidence and Trust) ความมั่นใจและความไว้วางใจเป็นพฤติกรรมที่อยู่คู่กันไป เมื่อเพื่อนร่วมงานเกิดความไว้วางใจต่อกันก็ จะเกิดความเชื่อมั่นอย่างจริงจังต่อกัน โดยไม่เคลือบแคลงสงสัยว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพราะมีความ เชื่อมั่นอยู่ภายในความรู้สึกปรารถนาดีและเชื่อถือได้ การสร้างความรู้สึกไว้วางใจให้เกิดขึ้นกับบุคคล นั้น ไม่ได้เกิดขึ้นโดยง่ายจากเทคนิควิธีที่ผู้สร้างตั้งใจจะให้เกิดขึ้น หากแต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ความเสมอต้นเสมอปลายมากกว่าความเข้าใจกันได้ บุคคลจะไม่ระบายความรู้สึก หรือบอกข้อมูล สาคัญแก่บุคคลอื่น หากไม่เกิดความไว้วางใจและความมั่นใจว่าจะเชื่อถือได้
2. การให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (Mutual Help) มีความสาคัญยิ่ง บุคคลควรมีความ ยินดีแบ่งปันช่วยกันทางาน ไม่นิ่งดูดายแม้เป็นงานหนักของผู้อื่น หรือหวงแหนสิ่งที่ตนเองได้มา โดยเฉพาะส่วนที่จะได้ร่วมกัน
3. การให้ความสนับสนุนซึ่งกันและกัน (Mutual Support) โดยมีหลักสาคัญว่า องค์กรจะมี ผลสัมฤทธิ์สูงได้ก็ต่อเมื่อทุกกระบวนการของความต้องการภายในองค์กรได้รับการสนับสนุนซึ่งกันและ กันนี้อาจแสดงออกงพฤติกรรมได้หลายลักษณะ เช่น ความเต็มใจรับฟังผู้อื่น การให้การยอมรับนับถือ ยกย่อง การให้ข้อมูลย้อนกลับงบวก และยอมรับฟังข้อคิดเห็นของผู้อื่นด้วยความจริงใจ เป็นต้น
(พัชมน มนต์วิมลพร 12590053)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
ตอบลบ-การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
-การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
-การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด
(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
ขวัญกำลังใจเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้บริหารจะต้องเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่เสมอเพราะถ้าการบำรุงขวัญที่ดีจะทำให้มีการสร้างผลงานที่มีคุณภาพให้แก่หน่วยงาน จึงต้องมีการเสริมสร้างขวัญและบำรุงขวัญของพนักงาน เพื่อรักษาเสถียรภาพของผู้ปฏิบัติงานให้อยู่ในระดับสูงตามความต้องการ และส่งผลไปถึงประสิทธิภาพของงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การ
ตอบลบความสำคัญของขวัญในการปฏิบัติงานมีดังนี้
1. ก่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร
2. เกิดความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ต่อหมู่คณะและองค์การ
3. ปฏิบัติอยู่ในกรอบแห่งระเบียบวินัยและศีลธรรมอันดีงาม
4. เกิดความสามัคคีในหมู่คณะและก่อให้เกิดพลังร่วม (Group Effort) และฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายขององค์กรได้
(บุญธิดา กะตะศิลา 12590043)
ข้อ 4
ตอบลบเมื่อเริ่มเห็นสัญญาณว่า พนักงานเริ่มเบื่องาน ความกระตือรือร้นหด ประสิทธิภาพการทำงานหาย ทั้งที่เขาเคยทำงานแบบนี้ได้ดีมาก่อน เป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลองใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ในการจูงใจพนักงาน ดังนี้
1. ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว
2. สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ
3. เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ
4. วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน
5. สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป
(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
ตอบลบ-การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
-การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถ
-การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ
(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
หากหัวหน้างานมักกังวัลเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทำงานของลูกน้องว่าจะทำอย่างไรให้พวกเขาทำงานกันได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันหัวหน้างานก็มักจะไม่ค่อยรู้วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้
ตอบลบ1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ
2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว
3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้
4.การสื่อสารในเชิงบวก
ทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก
5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ
6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้น
การเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี
7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้
8.ให้เกียรติพนักงาน
การให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร
9.มีความยุติธรรม
องค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
(นางสาวสุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)
การหมุนเวียนงาน (Job rotation)
ตอบลบเพื่อให้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ และได้เรียนรู้งานใหม่ๆ จะได้ลดความเบื่อหน่าย
การขยายขอบเขตงานในแนวนอน (Job enlargement)
เป็นแนวคิดในการเพิ่มเนื้องานที่มีความยากง่ายระดับเดียวกับงานเดิม
หรืออาจเพิ่มเพื่อความต่อเนื่องจากงานเดิมให้ผู้ปฏิบัติงานให้มากขึ้น
การขยายขอบเขตงานในแนวดิ่ง (Job Enrichment)
เป็นแนวคิดในการเพิ่มงานเชิงบริหารของงานเดิมนั้นให้กับผู้ปฏิบัติงานคนนั้น
ซึ่งแต่เดิมเขาไม่ทำในส่วนนี้
การจัดทีมงานแบบบริหารตนเอง (self – Managed teams)
เป็นแนวคิดให้พนักงานทำงานเป็นทีม และขยายขอบเขตงานในแนวดิ่งให้กับทีม
โดยสมาชิกทุกคนทำงานร่วมกัน
การปรับรื้อระบบ (Reengineering)
เป็นแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงจากวิธีการทำงานแบบเดิมๆ ไปสู่วิธีการใหม่โดยพยายาม
ให้ลดขั้นตอนการทำงานลงให้เหลือแต่กระบวนการหลัก และเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลางของ
ความสำคัญ (คิดใหม่ ออกแบบใหม่ ใช้เครื่องมือแบบใหม่)
(จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)
ขวัญกำลังใจเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้บริหารจะต้องเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่เสมอเพราะถ้าการบำรุงขวัญที่ดีจะทำให้มีการสร้างผลงานที่มีคุณภาพให้แก่หน่วยงาน จึงต้องมีการเสริมสร้างขวัญและบำรุงขวัญของพนักงาน เพื่อรักษาเสถียรภาพของผู้ปฏิบัติงานให้อยู่ในระดับสูงตามความต้องการ และส่งผลไปถึงประสิทธิภาพของงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การ
ตอบลบความสำคัญของขวัญในการปฏิบัติงานมีดังนี้
1. ก่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร
2. เกิดความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ต่อหมู่คณะและองค์การ
3. ปฏิบัติอยู่ในกรอบแห่งระเบียบวินัยและศีลธรรมอันดีงาม
4. เกิดความสามัคคีในหมู่คณะและก่อให้เกิดพลังร่วม (Group Effort) และฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายขององค์กรได้
5. เกิดความคิดสร้างสรรค์ในกิจการต่าง ๆ ขององค์กร
6. เกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาในองค์กรที่ตนปฏิบัติอยู่
(สิริกร ราชมณี 12590084)
เมื่อบริหารเริ่มเห็นสัญญาณว่า พนักงานที่อยู่ในความดูแลเริ่มเบื่องาน ความกระตือรือร้นหด ประสิทธิภาพการทำงานหาย ทั้งที่เขาเคยทำงานแบบนี้ได้ดีมาก่อน เป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลองใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ในการจูงใจพนักงานดู
ตอบลบ1. ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น ผู้บรหารควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย คุณควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา แล้วลองมอบหมายงานชนิดนั้นให้เขาทำ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เขาทำงานอย่างมีความสุข แต่หากเกิดจากปัญหาส่วนตัว เขาต้องการให้คุณช่วยเหลืออย่างไร
2. สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ จากนั้นกระตุ้นการทำงานร่วมกันและการช่วยเหลือกันภายในทีมให้เกิดเป็นพลังบวก ซึ่งจะทำให้ทุกคนในทีมมีความแน่นแฟ้น และพร้อมช่วยกันฉุดดึงเพื่อนร่วมทีมที่กำลังอ่อนแรง ให้เข้มแข็งขึ้นได้
3. เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน
4. วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อย่าปล่อยให้เขาทำงานไปวัน ๆ โดยไม่ได้รับความใส่ใจ และมองไม่เห็นโอกาสก้าวหน้า
5. สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้พนักงานอยากจะทำให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแบบอย่างให้แก่เพื่อนร่วมงานคนอื่นอยากจะพยายามมากขึ้นเพื่อให้ได้การยอมรับและชื่นชมเช่นเดียวกัน
รัญชรดา มะนุ่น 12590067
1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ
ตอบลบ2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมทเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว
3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้
4.การสื่อสารในเชิงบวก
ทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก
5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ
6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้น
การเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี
7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้
8.ให้เกียรติพนักงาน
การให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร
9.มีความยุติธรรม
องค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
นางสาววชิราพร คำกอง 12590068
4. หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้าน ผู้บริหารควรนำแนวความคิดการออกแบบงานมาแก้ปัญหานี้อย่างไร
ตอบลบตอบ : หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้าน ผู้บริหารควรนำแนวความคิดการออกแบบงาน “การหมุนเวียนงาน” มาใช้ในการแก้ไขปัญหา
- การที่บุคลากรทำงานในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งเป็นเวลานานๆ ย่อมเกิดความเบื่อหน่ายและอาจเกิดความเครียดในการทำงาน อันเนื่องมาจากการทำงานที่ซ้ำซากจำเจ ขาดความท้าทาย การใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ๆ การนำวิธีการหมุนเวียนงาน มาใช้แก้ไขปัญหาจึงเป็นวิธีที่ตอบโจทย์ที่สุด เพื่อให้พนักงานกลุ่มดังกล่าวได้มีโอกาสหมุนเวียนไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งงานอื่นๆ ซึ่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบแตกต่างจากเดิม ทั้งนี้เพื่อการหมุนเวียนที่มีประสิทธภาพ ผู้บริหารจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้า กำหนดวิธีการและตำแหน่งงานที่ต้องการจะหมุนเวียนกัน รวมทั้งกำหนดเวลาที่เหมาะสมในการหมุนเวียนแต่ละครั้งด้วย
นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
หากหัวหน้างานมักกังวัลเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทำงานของลูกน้องว่าจะทำอย่างไรให้พวกเขาทำงานกันได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันหัวหน้างานก็มักจะไม่ค่อยรู้วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้
ตอบลบ1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ
2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมทเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว
3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้
4.การสื่อสารในเชิงบวก
ทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก
5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ
6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้น
การเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี
7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้
8.ให้เกียรติพนักงาน
การให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร
9.มีความยุติธรรม
องค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
พนักงานของคุณเริ่มเบื่องาน ความกระตือรือร้นหด ประสิทธิภาพการทำงานหาย ทั้งที่เขาเคยทำงานแบบนี้ได้ดีมาก่อน เป็นหน้าที่ของคุณที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลองใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ในการจูงใจพนักงาน
ตอบลบ1.ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย คุณควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา
2.สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ
3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป
4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ
5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป
นางสาว ภัทราพร ผังรักษ์ 12590061
การหมุนเวียนงาน (Job rotation)
ตอบลบเพื่อให้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ และได้เรียนรู้งานใหม่ๆ จะได้ลดความเบื่อหน่าย
การขยายขอบเขตงานในแนวนอน (Job enlargement)
เป็นแนวคิดในการเพิ่มเนื้องานที่มีความยากง่ายระดับเดียวกับงานเดิม
หรืออาจเพิ่มเพื่อความต่อเนื่องจากงานเดิมให้ผู้ปฏิบัติงานให้มากขึ้น
การขยายขอบเขตงานในแนวดิ่ง (Job Enrichment)
เป็นแนวคิดในการเพิ่มงานเชิงบริหารของงานเดิมนั้นให้กับผู้ปฏิบัติงานคนนั้น
ซึ่งแต่เดิมเขาไม่ทำในส่วนนี้
การจัดทีมงานแบบบริหารตนเอง (self – Managed teams)
เป็นแนวคิดให้พนักงานทำงานเป็นทีม และขยายขอบเขตงานในแนวดิ่งให้กับทีม
โดยสมาชิกทุกคนทำงานร่วมกัน
การปรับรื้อระบบ (Reengineering)
เป็นแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงจากวิธีการทำงานแบบเดิมๆ ไปสู่วิธีการใหม่โดยพยายาม
ให้ลดขั้นตอนการทำงานลงให้เหลือแต่กระบวนการหลัก และเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลางของ
ความสำคัญ (คิดใหม่ ออกแบบใหม่ ใช้เครื่องมือแบบใหม่)
นางสาวดวงหทัย โฉมมา 12590029
การนำการหมุนเวียนงานมาแก้ไขปัญหาการเบื่องาน โดยให้พนักงานสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน เพื่อให้กลุ่มพนักงานดังกล่าวได้มีโอกาศหมุนเวียนไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอื่นๆ ซึ่งมีความรับผิดชอบแตกต่างจากเดิม ทั้งนี้เพื่อการหมุนเวียนงานที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้า กำหนดวิธีการและตำแหน่งงานที่ต้องการจะหมุนเวียนกัน รวมทั้งกำหนดเวลาที่เหมาะสมในการหมุนวียนแต่ละครั้งด้วย นอกจากจะแก้ไขปัญหาเบื่องานล้วยังมีประโยชน์อีกหลายประการต่อองค์กรด้วย เช่นช่วยเปิดโอกาสให้พนักงานมีความชำนาญด้านต่างๆ พนักงานเกิดแรงจูงใจและกระตือรือร้นในการทำงาน
ตอบลบ(นางสาว หมายขวัญ นวลอุไร 12590099)
ขวัญกำลังใจเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้บริหารจะต้องเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่เสมอเพราะถ้าการบำรุงขวัญที่ดีจะทำให้มีการสร้างผลงานที่มีคุณภาพให้แก่หน่วยงาน จึงต้องมีการเสริมสร้างขวัญและบำรุงขวัญของพนักงาน เพื่อรักษาเสถียรภาพของผู้ปฏิบัติงานให้อยู่ในระดับสูงตามความต้องการ และส่งผลไปถึงประสิทธิภาพของงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การ
ตอบลบความสำคัญของขวัญในการปฏิบัติงานมีดังนี้
1. ก่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร
2. เกิดความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ต่อหมู่คณะและองค์การ
3. ปฏิบัติอยู่ในกรอบแห่งระเบียบวินัยและศีลธรรมอันดีงาม
4. เกิดความสามัคคีในหมู่คณะและก่อให้เกิดพลังร่วม (Group Effort) และฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายขององค์กรได้
5. เกิดความคิดสร้างสรรค์ในกิจการต่าง ๆ ขององค์กร
6. เกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาในองค์กรที่ตนปฏิบัติอยู่
นางสาวพัชรา จูเอี่ยม (12590054)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
ตอบลบ-การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
-การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
-การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด
(ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896)
หากหัวหน้างานมักกังวัลเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทำงานของลูกน้องว่าจะทำอย่างไรให้พวกเขาทำงานกันได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันหัวหน้างานก็มักจะไม่ค่อยรู้วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้
ตอบลบ1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ
2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมทเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว
3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้
4.การสื่อสารในเชิงบวก
ทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก
5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ
6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้น
การเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี
7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้
8.ให้เกียรติพนักงาน
การให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร
9.มีความยุติธรรม
องค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
(นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
ตอบลบ-การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
-การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
-การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด
สุภัทษา สนธิช่วย 12590096
หากพนักงานมีความเบื่อหน่ายกับงาน ควรทำดังนี้
ตอบลบ1.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน
2.กำหนดนโยบายการหมุนเวียนงาน โดยผูกเข้ากับระบบการพัฒนาคน และระบบการเติบโตตามสายอาชีพของพนักงานได้ พนักงานก็จะเข้าใจ และไม่เกิดแรงต้าน องค์กรเองก็จะมีพนักงานที่มีความรอบรู้มากขึ้น และสามารถที่จะทำงานในด้านต่างๆ ได้มากขึ้น และที่สำคัญก็คือ เข้าใจว่างานด้านต่างๆ นั้นมีข้อจำกัด และมีความยากในงานของมันเอง ก็จะช่วยลดความขัดแย้งในการทำงานระหว่างฝ่ายงานต่างๆ ลงได้อย่างดี
(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ
ตอบลบ2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมทเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว
3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้
4.การสื่อสารในเชิงบวก
ทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก
5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ
6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้น
การเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี
7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้
8.ให้เกียรติพนักงาน
การให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร
9.มีความยุติธรรม
องค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
(ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)
การหมุนเวียนงาน (Job Rotation) การที่บุคลากรทำงานในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งเป็นเวลานานๆย่อมเกิดความเบื่อหน่ายและอาจเกิดความเครียดในการทำงานอันเนื่องมาการทำงานที่ซ้ำซากจำเจขาดความท้าทายขาดการใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ๆวิธีการหนึ่งซึ่งองค์กรสามารถนำมาใช้แก้ปัญหาดังกล่าวได้คือการหมุนเวียนงานซึ่งหมายถึงการที่องค์กรกำหนดให้พนักงานสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงานเพื่อให้พนักงานกลุ่มดังกล่าวได้มีโอกาสหมุนเวียนไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งงานอื่นๆซึ่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบแตกต่างจากเดิมทั้งนี้เพื่อการหมุนเวียนงานที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้ากำหนดวิธีการและตำแหน่งงานที่ต้องการจะหมุนเวียนกันรวมทั้งกำหนดเวลาที่เหมาะสมในการหมุนเวียนแต่ละครั้งด้วยการหมุนเวียนงานนอกจากจะแก้ปัญหาความเบื่อหน่ายแล้วยังมีประโยชน์อีกหลายประการต่อองค์กรด้วยเช่นช่วยเปิดโอกาสให้พนักงานมีความชำนาญด้านอื่นๆพนักงานเกิดแรงจูงใจและกระตือรือล้นในการทำงานองค์กรมีบุคลากรหลายคนให้เลือกเพื่อไปดำรงตำแหน่งต่างๆเนื่องจากแต่ละตำแหน่งมีผู้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้หลายคนและการเปิดโอกาสให้บุคลากรทดลองทำงานในหลายๆด้านย่อมทำให้องค์กรทราบศักยภาพในการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งของบุคคลดังกล่าวซึ่งนอกจากจะสร้างความพร้อมให้พนักงานแล้วยังเปิดโอกาสให้องค์กรได้มีบุคลากรที่เหมาะสมที่สุดในตำแหน่งที่สูงขึ้นอีกด้วยอย่างไรก็ตามการหมุนเวียนงานยังมีข้อจำกัดอยู่บางประการเช่นเมื่อหมุนเวียนไปได้ระยะหนึ่งความเบื่อหน่ายก็อาจเกิดขึ้นอีกในบางกรณีที่บุคคลนั้นๆไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับการหมุนเวียนได้ดีหรือไม่เหมาะกับตำแหน่งหน้าที่ใหม่องค์กรอาจจำเป็นต้องหมุนเวียนอีกหรือแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นๆ
ตอบลบ(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
1.ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย คุณควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา แล้วลองมอบหมายงานชนิดนั้นให้เขาทำ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เขาทำงานอย่างมีความสุข แต่หากเกิดจากปัญหาส่วนตัว เขาต้องการให้คุณช่วยเหลืออย่างไร
ตอบลบ2.สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ จากนั้นกระตุ้นการทำงานร่วมกันและการช่วยเหลือกันภายในทีมให้เกิดเป็นพลังบวก ซึ่งจะทำให้ทุกคนในทีมมีความแน่นแฟ้น และพร้อมช่วยกันฉุดดึงเพื่อนร่วมทีมที่กำลังอ่อนแรง ให้เข้มแข็งขึ้นได้
3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน
4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อย่าปล่อยให้เขาทำงานไปวัน ๆ โดยไม่ได้รับความใส่ใจ และมองไม่เห็นโอกาสก้าวหน้า
5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้พนักงานอยากจะทำให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแบบอย่างให้แก่เพื่อนร่วมงานคนอื่นอยากจะพยายามมากขึ้นเพื่อให้ได้การยอมรับและชื่นชมเช่นเดียวกัน
กุลปริยา แย้มเกษร 12590005
ความสำเร็จของบริษัทส่วนหนึ่งก็วัดกันที่ความสามารถของพนักงาน จะเกิดผลเสียขนาดไหนหากจู่ๆ ลูกน้องของเราเกิดขาดแรงจูงใจในการทำงานขึ้นมาเสียเฉยๆ ดังนั้นเราจึงควรศึกษาหาวิธีการแก้ไขสถานการณ์เมื่อลูกน้องเกิดหมดไฟและขาดแรงจูงใจไว้บ้าง
ตอบลบ1.ใกล้ชิดกับพนักงานให้มากขึ้น ควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย ควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา แล้วลองมอบหมายงานชนิดนั้นให้เขาทำ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เขาทำงานอย่างมีความสุข แต่หากเกิดจากปัญหาส่วนตัว เขาต้องการให้ช่วยเหลืออย่างไร
2สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ จากนั้นกระตุ้นการทำงานร่วมกันและการช่วยเหลือกันภายในทีมให้เกิดเป็นพลังบวก ซึ่งจะทำให้ทุกคนในทีมมีความแน่นแฟ้น และพร้อมช่วยกันฉุดดึงเพื่อนร่วมทีมที่กำลังอ่อนแรง ให้เข้มแข็งขึ้นได้
3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน
4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อย่าปล่อยให้เขาทำงานไปวัน ๆ โดยไม่ได้รับความใส่ใจ และมองไม่เห็นโอกาสก้าวหน้า
5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย ควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้พนักงานอยากจะทำให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแบบอย่างให้แก่เพื่อนร่วมงานคนอื่นอยากจะพยายามมากขึ้นเพื่อให้ได้การยอมรับและชื่นชมเช่นเดียวกัน
(นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
ตอบลบ1. การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
2. การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
3. การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด
( ศศิมา ปานชงค์ 12590077 )
เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นผู้บริหารจึงไม่ควรละเลยที่จะใส่ใจในความคิดความรู้สึกของพนักงาน การบริหารคนควบคู่ไปกับการบริหารงาน ซึ่งหน้าที่งานอย่างหนึ่งที่ผู้บริหารพึงปฏิบัตินั่นก็คือการหาวิธีจูงใจพนักงานในการทำงาน ด้วยวิธี D-R-I-V-E
ตอบลบ1. Development - การพัฒนาและฝึกอบรม เช่น การสอนงานเพื่อให้ลูกน้องเข้าใจวิธีการ และขอบเขตหน้าที่งานที่ต้องรับผิดชอบ การส่งเข้าฝึกอบรมกับหน่วยงานภายนอก เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น การให้คำปรึกษาแนะนำ เพื่อช่วยในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และการโยกย้ายสับเปลี่ยนงาน เพื่อส่งเสริมให้เกิดทักษะที่หลากหลายมากขึ้น
2. Relation – สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับพนักงาน เช่น การพาพนักงานไปเลี้ยงอาหารกลางวันหรืออาหารเย็นเนื่องในโอกาสพิเศษ หรือรับฟังและเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาของพนักงานที่ไม่ใช่ปัญหาจากการทำงาน และหรือสร้างอารมณ์ขัน สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะกับพนักงาน
3. Individual Motivation – ในฐานะของผู้บริหารจำเป็นที่จะต้องวิเคราะห์พนักงานแต่ละคนว่าพวกเขามีนิสัย บุคลิกลักษณะและความต้องการอย่างไร เช่น หากพบว่าพนักงานชอบที่จะแสดงความคิดสร้างสรรค์ ผู้บริหารควรจะมอบหมายงานที่ส่งเสริมให้พวกเขาได้ใช้ความคิดและสามารถนำเสนอแนวคิดต่างๆ กับคุณได้
4. Verbal Communication - คำพูดเปรียบเสมือนดาบสองคมที่ส่งผลทั้งด้านบวกและด้านลบกับตัวคุณเองในฐานะของผู้บริหารบางครั้งการไม่พูดหรือนิ่งเฉย จะดูดีกว่าการพูดออกไป โดยเฉพาะคำพูดในทางลบที่อยากให้คุณจงหลีกเลี่ยง จงพยายามเลือกใช้คำพูดทางบวกที่สร้างสรรค์และจูงใจให้พวกเขาอยากทำงานให้กับคุณ
5. Environment Arrangement - สภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถจูงใจให้พนักงานอยากทำงาน เช่น การปรับเปลี่ยนรูปโฉมออฟฟิศใหม่ หรือการจัดหาอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการทำงานต่างๆ ให้พร้อมในการทำงาน เป็นต้น
(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
ตอบลบ-การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
-การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
-การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด
(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
ตอบลบ-การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
-การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
-การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด
นางสาวณัฐนรี สีทองสุก 12590022
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
ตอบลบ- การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
- การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
- การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด
(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
ตอบลบ- การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
- การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
- การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด
(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
ตอบลบ-การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
-การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
-การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน มีวิธีดังต่อไปนี้
ตอบลบ1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ
2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมทเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว
3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้
4.การสื่อสารในเชิงบวก ทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก
5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ
6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้น การเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี
7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคค ควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้
8.ให้เกียรติพนักงาน การให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร
9.มีความยุติธรรม องค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้าน ผู้บริหารควรแนวคิดการออกแบบงาน ในเรื่องการหมุนเวียนงานมาแก้ปัญหา เนื่องจากเป็นการที่องค์กรกำหนดให้พนักงานสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่งนาระหว่างกลุ่มพนักงาน เพื่อให้พนักงานมีโอกาสหมุนเวียนไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอื่น ซึ่งมีความรับผิดชอบแตกต่างจากเดิม นอกจากจะแก้ความเบื่อหน่ายแล้วยังมีประโยชน์ต่อองค์กรอีกด้วย
ตอบลบ(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
หากหัวหน้างานมักกังวัลเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทำงานของลูกน้องว่าจะทำอย่างไรให้พวกเขาทำงานกันได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันหัวหน้างานก็มักจะไม่ค่อยรู้วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้
ตอบลบ1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ
2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมทเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว
3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้
4.การสื่อสารในเชิงบวก
ทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก
5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ
6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้น
การเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี
7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้
8.ให้เกียรติพนักงาน
การให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร
9.มีความยุติธรรม
องค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
(นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
เมื่อเริ่มเห็นสัญญาณว่า พนักงานเริ่มเบื่องาน ความกระตือรือร้นหด ประสิทธิภาพการทำงานหาย ทั้งที่เขาเคยทำงานแบบนี้ได้ดีมาก่อน เป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลองใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ในการจูงใจพนักงาน ดังนี้
ตอบลบ1. ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว
2. สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ
3. เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ
4. วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน
5. สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป
(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
พนักงานของคุณเริ่มเบื่องาน ความกระตือรือร้นหด ประสิทธิภาพการทำงานหาย ทั้งที่เขาเคยทำงานแบบนี้ได้ดีมาก่อน เป็นหน้าที่ของคุณที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลองใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ในการจูงใจพนักงาน
ตอบลบ1.ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย คุณควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา
2.สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ
3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป
4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ
5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป
(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
1.ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย คุณควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา แล้วลองมอบหมายงานชนิดนั้นให้เขาทำ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เขาทำงานอย่างมีความสุข แต่หากเกิดจากปัญหาส่วนตัว เขาต้องการให้คุณช่วยเหลืออย่างไร
ตอบลบ2.สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ จากนั้นกระตุ้นการทำงานร่วมกันและการช่วยเหลือกันภายในทีมให้เกิดเป็นพลังบวก ซึ่งจะทำให้ทุกคนในทีมมีความแน่นแฟ้น และพร้อมช่วยกันฉุดดึงเพื่อนร่วมทีมที่กำลังอ่อนแรง ให้เข้มแข็งขึ้นได้
3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน
4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อย่าปล่อยให้เขาทำงานไปวัน ๆ โดยไม่ได้รับความใส่ใจ และมองไม่เห็นโอกาสก้าวหน้า
5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้พนักงานอยากจะทำให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแบบอย่างให้แก่เพื่อนร่วมงานคนอื่นอยากจะพยายามมากขึ้นเพื่อให้ได้การยอมรับและชื่นชมเช่นเดียวกัน
(น.ส.ชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)
หากหัวหน้างานมักกังวัลเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทำงานของลูกน้องว่าจะทำอย่างไรให้พวกเขาทำงานกันได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันหัวหน้างานก็มักจะไม่ค่อยรู้วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้
ตอบลบ1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ
2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว
3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้
4.การสื่อสารในเชิงบวก
ทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก
5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ
6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้น
การเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี
7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้
8.ให้เกียรติพนักงาน
การให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร
9.มีความยุติธรรม
องค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
มิติสัมพันธภาพระหว่างบุคคลในการ ทางานไว้ 8 องค์ประกอบ ดังนี้
ตอบลบ1. ความมั่นใจและความไว้วางใจที่มีต่องานและเพื่อนร่วมงาน (Confidence and Trust) ความมั่นใจและความไว้วางใจเป็นพฤติกรรมที่อยู่คู่กันไป เมื่อเพื่อนร่วมงานเกิดความไว้วางใจต่อกันก็ จะเกิดความเชื่อมั่นอย่างจริงจังต่อกัน โดยไม่เคลือบแคลงสงสัยว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพราะมีความ เชื่อมั่นอยู่ภายในความรู้สึกปรารถนาดีและเชื่อถือได้ การสร้างความรู้สึกไว้วางใจให้เกิดขึ้นกับบุคคล นั้น ไม่ได้เกิดขึ้นโดยง่ายจากเทคนิควิธีที่ผู้สร้างตั้งใจจะให้เกิดขึ้น หากแต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ความเสมอต้นเสมอปลายมากกว่าความเข้าใจกันได้ บุคคลจะไม่ระบายความรู้สึก หรือบอกข้อมูล สาคัญแก่บุคคลอื่น หากไม่เกิดความไว้วางใจและความมั่นใจว่าจะเชื่อถือได้
2. การให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (Mutual Help) มีความสาคัญยิ่ง บุคคลควรมีความ ยินดีแบ่งปันช่วยกันทางาน ไม่นิ่งดูดายแม้เป็นงานหนักของผู้อื่น หรือหวงแหนสิ่งที่ตนเองได้มา โดยเฉพาะส่วนที่จะได้ร่วมกัน
3. การให้ความสนับสนุนซึ่งกันและกัน (Mutual Support) โดยมีหลักสาคัญว่า องค์กรจะมี ผลสัมฤทธิ์สูงได้ก็ต่อเมื่อทุกกระบวนการของความต้องการภายในองค์กรได้รับการสนับสนุนซึ่งกันและ กันนี้อาจแสดงออกงพฤติกรรมได้หลายลักษณะ เช่น ความเต็มใจรับฟังผู้อื่น การให้การยอมรับนับถือ ยกย่อง การให้ข้อมูลย้อนกลับงบวก และยอมรับฟังข้อคิดเห็นของผู้อื่นด้วยความจริงใจ
(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
หากพนักงานมีความเบื่อหน่ายกับงาน ควรทำดังนี้
ตอบลบ1.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน
2.กำหนดนโยบายการหมุนเวียนงาน โดยผูกเข้ากับระบบการพัฒนาคน และระบบการเติบโตตามสายอาชีพของพนักงานได้ พนักงานก็จะเข้าใจ และไม่เกิดแรงต้าน องค์กรเองก็จะมีพนักงานที่มีความรอบรู้มากขึ้น และสามารถที่จะทำงานในด้านต่างๆ ได้มากขึ้น และที่สำคัญก็คือ เข้าใจว่างานด้านต่างๆ นั้นมีข้อจำกัด และมีความยากในงานของมันเอง ก็จะช่วยลดความขัดแย้งในการทำงานระหว่างฝ่ายงานต่างๆ ลงได้อย่างดี
(สมภพ ขุนทรง 12590079)
หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
ตอบลบ-การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
-การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
-การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด
(ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)