วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562

7.ผู้บริหารควรจัดแบ่งอำนาจหน้าที่อย่างไรเพื่อให้การดำเนินกิจกรรมภายในองค์กรสามารถบรรลุพันธกิจและเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ

60 ความคิดเห็น:

  1. ผู้บริหารได้ทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนเเล้ว ผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง เเต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสม โดยการมอบหมายงานที่ถูกต้อง ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ เเละอำนาจหน้าที่ให้เเก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย เเต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบเเละเหมาะสมกับสถานการณ์
    (นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)

    ตอบลบ
  2. ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย

    อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
    (นางสาวชนาวาส บ้ววงค์) 12590013

    ตอบลบ
  3. ผู้บริหารควรแบ่งอำนาจหน้าที่ตามสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงาน เพื่อบรรลุวัคถุประสงค์ขององค์กร ผู้บริหารและคนลสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกันใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา ( Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจํานวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกันตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กร
    การมองหมายงานที่ถูกต้อง ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ C Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย แต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจ้าเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อที่จะทำให้องค์กรสามารถบรรลุพันธกิจและเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
    ( ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)

    ตอบลบ
  4. 1. กำหนดหน้าที่การงาน (Function) กำหนดหน้าที่การงาน เป็นกำหนดกลุ่มของกิจกรรมที่ต้องปฎิบัติเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ นอกจากนี้การกำหนดหน้าที่การงานยังต้องพิจารณาขององค์การและขนาดขององค์การด้วย
    2. การแบ่งงาน (Division of Work) การแบ่งงาน เป็นการแยกงานหรือรวมหน้าที่การงานที่มีลักษณะเดี่ยวกันหรือใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน แล้วมอบหมายให้บุคคลตามความสามารถมาปฎิบัติ
    3. กำหนดหน่วยงานสำคัญขององค์การ กำหนดหน่อยงานสำคัญขององค์การ เป็นการกำหนดหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบงานต่าง ๆ จะปฎิบัติประกอบด้วย
    1. หน่วยงานหลัก (Line) หมายถึง หน่วยงานที่ทำหน้าที่โดยตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์การเพื่อผลประโยชน์โดยตรงต่อความสำเร็จขององค์การ
    (1) บริษัททำหน้าที่มีผลิตสินค้างานหลัก คือฝ่ายผลิต
    (2) บริษัทร้านสรรพสินค้า งานหลัก คือฝ่ายขาย
    (3) วิทยาลัยเกษตร งานหลัก ฝ่ายเกี่ยวการสอน
    2. หน่วยงานที่ปรึกษา(Staff) หมายถึง หน่วยงานที่ช่วยให้หน่วยงานหลักปฎิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น จะเป็นเชี่ยวชาญเฉพาะงานหรือเป็นคณะกรรการปรึกษา
    3. หน่วยงานอนุกรม (Auxliary) หมายถึง หน่วยงานที่ช่วยบริการแก่หน่วยงานหลักและหน่วยงานที่ปรึกษา
    4. สายการบังคับบัญชา (Chin of Command)
    สายการบังคับบัญชา หมายถึง ความสัมพันธ์ตามลำดับชั้นระหว่างผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ทราบว่าการติดต่อสื่อสารมีทางเดินอย่างไร
    สายการบังคับบัญชาที่ดีควรมีลักษณะดังนี้
    1. จำนวนชั้นแต่ละสายไม่ควรมีจำนวนมากเกินไป
    2. สายการบังคับบัญชาต้องกำหนดไว้ให้ชัดเจน
    3. สายการบังคับบัญชาไม่ควรก้าวก่ายกันหรือไม่ควรซ้อนกัน
    5. ช่วงการควบคุม (Span of Control) หมายถึง สิ่งที่แสดงให้ทราบว่าผู้บังคับบัญชาคนหนึ่งมีขอบเขตความรับผิดชอบเพียงใด มีผู้ใต้บังคับบัญชากี่คน ในอดีตหัวหน้างาน 1 คน ต้องดูแลรับผิดชอบผู้ใต้บังคับบัญชา 10-20 คน จึงจะเหมาะสม อย่างไรก็ตามช่วงการควบคุมจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ
    1. ความสามารถของผู้บังคับบัญชา หากผู้บังคับบัญชามีความสามารถมากก็สามารถปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาได้จำนวนมาก
    2. การได้รับการฝึกฝนอบรมของพนักงาน หมายความว่า หากพนักงานได้รับการฝึกฝนอบรมมีความรู้ดีการบังคับบัญชาก็จะง่าย
    3. ความยุ่งยากสลับซับซ้อนของงาน
    4. ความสัมพันธ์กับหน่วยงานอื่น หากมีความสัมพันธ์มากผู้บังคับบัญชาก็ต้องใช้ผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมากขึ้น
    5. ลักษณะการควบคุมแบบต่างๆ

    (นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)

    ตอบลบ
  5. การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
    1. สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) สายการบังคับบัญชาหมายถึงสายการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นภายในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุดซึ่งจะระบุว่าบุคคลใดขึ้นตรงกับบุคคลใดและบุคคลใดมีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานต่อบุคคลใดองค์กรที่ระบุสายการบังคับบัญชาชัดเจนจะลดความสับสนอันอาจเกิดขึ้นจากการสั่งการที่ซ้ำซ้อนและทำให้การรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามลำดับขั้นอย่างชัดเจนอันจะส่งผลให้การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในกรณีที่ผู้บริหารในระดับหนึ่งๆไม่สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ผู้บริหารท่านนั้นก็จะทราบว่าตนเองต้องเสนอปัญหาดังกล่าวขึ้นไปต่อใครเป็นลำดับขั้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป
    2. ขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหารโดยจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารจะมีขอบเขตการบริหารได้กว้างหรือมีจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาได้มากเมื่อ
    -ผู้ใต้บังคับบัญชามีความรู้ความสามารถสูงและสามารถแก้ไขปัญหาได้เอง
    -ลักษณะงานไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้บริหารใช้เวลากับผู้ใต้บังคับบัญชามากหรืองานของผู้ใต้บังคับบัญชามีลักษณะเหมือนกันจึงทำให้ผู้บริหารสามารถสั่งการได้พร้อมกันหลายคน
    -จำนวนและระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นต่ำหากปัญหาที่เกิดขึ้นมีจำนวนและระดับความรุนแรงต่ำผู้บริหารสามารถมีขอบเขตการบริหารได้สูงเนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมากเท่ากับกรณีที่มีปัญหาจำนวนมากหรือปัญหาที่เกิดขึ้นมีระดับความรุนแรงสูง
    3. การมอบหมายงาน (Delegation) การมอบหมายงานหมายถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Authority) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากผู้บริหารมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะส่งผลดีต่อองค์กรหลายประการอาทิการทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วไม่กระจุกตัวอยู่ที่ผู้บริหารเนื่องจากมีผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยปฏิบัติทำงานจนสำเร็จนอกจากนี้การมอบหมายงานยังเป็นการฝึกให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงานสูงขึ้นหากงานที่มอบหมายประสบความสำเร็จย่อมสร้างแรงจูงใจตลอดจนขวัญและกำลังใจในหมู่คนทำงานอีกด้วย
    (นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)

    ตอบลบ
  6. ผู้บริหารได้ทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนเเล้ว ผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง เเต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสม โดยการมอบหมายงานที่ถูกต้อง ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ เเละอำนาจหน้าที่ให้เเก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย เเต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบเเละเหมาะสมกับสถานการณ์
    (นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)

    ตอบลบ
  7. อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
    ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย

    (ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)

    ตอบลบ
  8. การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
    1. สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) สายการบังคับบัญชาหมายถึงสายการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นภายในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุดซึ่งจะระบุว่าบุคคลใดขึ้นตรงกับบุคคลใดและบุคคลใดมีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานต่อบุคคลใดองค์กรที่ระบุสายการบังคับบัญชาชัดเจนจะลดความสับสนอันอาจเกิดขึ้นจากการสั่งการที่ซ้ำซ้อนและทำให้การรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามลำดับขั้นอย่างชัดเจนอันจะส่งผลให้การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในกรณีที่ผู้บริหารในระดับหนึ่งๆไม่สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ผู้บริหารท่านนั้นก็จะทราบว่าตนเองต้องเสนอปัญหาดังกล่าวขึ้นไปต่อใครเป็นลำดับขั้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป
    2. ขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหารโดยจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารจะมีขอบเขตการบริหารได้กว้างหรือมีจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาได้มากเมื่อ
    -ผู้ใต้บังคับบัญชามีความรู้ความสามารถสูงและสามารถแก้ไขปัญหาได้เอง
    -ลักษณะงานไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้บริหารใช้เวลากับผู้ใต้บังคับบัญชามากหรืองานของผู้ใต้บังคับบัญชามีลักษณะเหมือนกันจึงทำให้ผู้บริหารสามารถสั่งการได้พร้อมกันหลายคน
    -จำนวนและระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นต่ำหากปัญหาที่เกิดขึ้นมีจำนวนและระดับความรุนแรงต่ำผู้บริหารสามารถมีขอบเขตการบริหารได้สูงเนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมากเท่ากับกรณีที่มีปัญหาจำนวนมากหรือปัญหาที่เกิดขึ้นมีระดับความรุนแรงสูง
    3. การมอบหมายงาน (Delegation) การมอบหมายงานหมายถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Authority) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากผู้บริหารมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะส่งผลดีต่อองค์กรหลายประการอาทิการทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วไม่กระจุกตัวอยู่ที่ผู้บริหารเนื่องจากมีผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยปฏิบัติทำงานจนสำเร็จนอกจากนี้การมอบหมายงานยังเป็นการฝึกให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงานสูงขึ้นหากงานที่มอบหมายประสบความสำเร็จย่อมสร้างแรงจูงใจตลอดจนขวัญและกำลังใจในหมู่คนทำงานอีกด้วย
    (นางสาว ณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)

    ตอบลบ
  9. ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย

    อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
    (นายธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)

    ตอบลบ
  10. 1. กำหนดหน้าที่การงาน (Function) กำหนดหน้าที่การงาน เป็นกำหนดกลุ่มของกิจกรรมที่ต้องปฎิบัติเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ นอกจากนี้การกำหนดหน้าที่การงานยังต้องพิจารณาขององค์การและขนาดขององค์การด้วย
    2. การแบ่งงาน (Division of Work) การแบ่งงาน เป็นการแยกงานหรือรวมหน้าที่การงานที่มีลักษณะเดี่ยวกันหรือใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน แล้วมอบหมายให้บุคคลตามความสามารถมาปฎิบัติ
    3. กำหนดหน่วยงานสำคัญขององค์การ กำหนดหน่อยงานสำคัญขององค์การ เป็นการกำหนดหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบงานต่าง ๆ จะปฎิบัติประกอบด้วย
    1. หน่วยงานหลัก (Line) หมายถึง หน่วยงานที่ทำหน้าที่โดยตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์การเพื่อผลประโยชน์โดยตรงต่อความสำเร็จขององค์การ
    (1) บริษัททำหน้าที่มีผลิตสินค้างานหลัก คือฝ่ายผลิต
    (2) บริษัทร้านสรรพสินค้า งานหลัก คือฝ่ายขาย
    (3) วิทยาลัยเกษตร งานหลัก ฝ่ายเกี่ยวการสอน
    2. หน่วยงานที่ปรึกษา(Staff) หมายถึง หน่วยงานที่ช่วยให้หน่วยงานหลักปฎิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น จะเป็นเชี่ยวชาญเฉพาะงานหรือเป็นคณะกรรการปรึกษา
    3. หน่วยงานอนุกรม (Auxliary) หมายถึง หน่วยงานที่ช่วยบริการแก่หน่วยงานหลักและหน่วยงานที่ปรึกษา
    4. สายการบังคับบัญชา (Chin of Command)
    สายการบังคับบัญชา หมายถึง ความสัมพันธ์ตามลำดับชั้นระหว่างผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ทราบว่าการติดต่อสื่อสารมีทางเดินอย่างไร
    สายการบังคับบัญชาที่ดีควรมีลักษณะดังนี้
    1. จำนวนชั้นแต่ละสายไม่ควรมีจำนวนมากเกินไป
    2. สายการบังคับบัญชาต้องกำหนดไว้ให้ชัดเจน
    3. สายการบังคับบัญชาไม่ควรก้าวก่ายกันหรือไม่ควรซ้อนกัน
    5. ช่วงการควบคุม (Span of Control) หมายถึง สิ่งที่แสดงให้ทราบว่าผู้บังคับบัญชาคนหนึ่งมีขอบเขตความรับผิดชอบเพียงใด มีผู้ใต้บังคับบัญชากี่คน ในอดีตหัวหน้างาน 1 คน ต้องดูแลรับผิดชอบผู้ใต้บังคับบัญชา 10-20 คน จึงจะเหมาะสม อย่างไรก็ตามช่วงการควบคุมจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ
    1. ความสามารถของผู้บังคับบัญชา หากผู้บังคับบัญชามีความสามารถมากก็สามารถปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาได้จำนวนมาก
    2. การได้รับการฝึกฝนอบรมของพนักงาน หมายความว่า หากพนักงานได้รับการฝึกฝนอบรมมีความรู้ดีการบังคับบัญชาก็จะง่าย
    3. ความยุ่งยากสลับซับซ้อนของงาน
    4. ความสัมพันธ์กับหน่วยงานอื่น หากมีความสัมพันธ์มากผู้บังคับบัญชาก็ต้องใช้ผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมากขึ้น
    5. ลักษณะการควบคุมแบบต่างๆ
    (นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)

    ตอบลบ
  11. ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย

    อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
    (นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)

    ตอบลบ
  12. 7. การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ตามสายการบังคับบัญชาหมายถึงการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับชั้นภายในองค์กรตั้งแต้ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุด ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหาร การมอบหมายงาน หมายถึง การมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ และการกระจายอำนาจ ลงไปตามลำดับชั้นสู่ระดับต่าง ๆขององค์กร
    (อารียา ปานทอง 12590109)

    ตอบลบ
  13. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ

  14. ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
    อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
    (อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)

    ตอบลบ
  15. ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย

    อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย (น.ส. อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)

    ตอบลบ
  16. การบริหารงานอย่างเป็นระบบ (System Approach to management)
    คือ การมององค์กรจากโครงสร้าง ที่ประกอบด้วยฝ่ายต่างๆ ซึ่งมีหน้าที่เฉพาะ แต่การบริหารงานอย่างเป็นระบบ คือความสามารถในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกันให้ระบบความทสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายหรือหน่วยงานมีประสิทธิภาพมากพอจะสร้างผลงานคุณภาพขององค์กร การบริหาร ให้ระบบความสัมพันธ์เกิดประสิทธิภาพทำได้โดย
    5.1 วางโครงสร้างขององค์กรให้เกิดระบบความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน ไม่คลุมเครือ แบ่งแยกหน้าที่แต่มีความเกี่ยวข้อง
    5.2 สร้างระบบความสัมพันธ์ โดยตั้งจุดประสงค์คุณภาพร่วมกัน
    5.3 กำหนดวิธีการดำเนินงาน ให้เชื่อมโยงกันอย่างราบรื่น
    5.4 การประเมินผลของฝ่ายและหน่วยงาน เป็นกาประเมินโดยมองการเชื่อมโยงระหว่างฝ่ายหรือหน่วยงาน
    5.5 การปรับปรุงงานของฝ่ายและหน่วยงานต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อคุณภาพโดยรวมขององค์กร
    (พัชมน มนต์วิมลพร 12590053)

    ตอบลบ

  17. ผู้บริหารควรแบ่งอำนาจหน้าที่ตามสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงาน เพื่อบรรลุวัคถุประสงค์ขององค์กร ผู้บริหารและคนลสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกันใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา ( Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจํานวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกันตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กร
    การมองหมายงานที่ถูกต้อง ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ C Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย แต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจ้าเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อที่จะทำให้องค์กรสามารถบรรลุพันธกิจและเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
    (วิลาสินี เกตุแก้ว12590073)

    ตอบลบ
  18. การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
    1. สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) สายการบังคับบัญชาหมายถึงสายการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นภายในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุดซึ่งจะระบุว่าบุคคลใดขึ้นตรงกับบุคคลใดและบุคคลใดมีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานต่อบุคคลใดองค์กรที่ระบุสายการบังคับบัญชาชัดเจนจะลดความสับสนอันอาจเกิดขึ้นจากการสั่งการที่ซ้ำซ้อนและทำให้การรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามลำดับขั้นอย่างชัดเจนอันจะส่งผลให้การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในกรณีที่ผู้บริหารในระดับหนึ่งๆไม่สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ผู้บริหารท่านนั้นก็จะทราบว่าตนเองต้องเสนอปัญหาดังกล่าวขึ้นไปต่อใครเป็นลำดับขั้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป
    2. ขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหารโดยจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารจะมีขอบเขตการบริหารได้กว้างหรือมีจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาได้มากเมื่อ
    -ผู้ใต้บังคับบัญชามีความรู้ความสามารถสูงและสามารถแก้ไขปัญหาได้เอง
    -ลักษณะงานไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้บริหารใช้เวลากับผู้ใต้บังคับบัญชามากหรืองานของผู้ใต้บังคับบัญชามีลักษณะเหมือนกันจึงทำให้ผู้บริหารสามารถสั่งการได้พร้อมกันหลายคน
    -จำนวนและระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นต่ำหากปัญหาที่เกิดขึ้นมีจำนวนและระดับความรุนแรงต่ำผู้บริหารสามารถมีขอบเขตการบริหารได้สูงเนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมากเท่ากับกรณีที่มีปัญหาจำนวนมากหรือปัญหาที่เกิดขึ้นมีระดับความรุนแรงสูง
    3. การมอบหมายงาน (Delegation) การมอบหมายงานหมายถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Authority) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากผู้บริหารมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะส่งผลดีต่อองค์กรหลายประการอาทิการทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วไม่กระจุกตัวอยู่ที่ผู้บริหารเนื่องจากมีผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยปฏิบัติทำงานจนสำเร็จนอกจากนี้การมอบหมายงานยังเป็นการฝึกให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงานสูงขึ้นหากงานที่มอบหมายประสบความสำเร็จย่อมสร้างแรงจูงใจตลอดจนขวัญและกำลังใจในหมู่คนทำงานอีกด้วย
    (น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)

    ตอบลบ
  19. การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
    (บุญธิดา กะตะศิลา12590043)

    ตอบลบ
  20. ข้อ 7
    อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้
    ผู้บริหารควรแบ่งอำนาจหน้าที่ตามสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงาน เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร ผู้บริหารและคนลสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกันใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา ( Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจํานวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกันตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กร
    (อรณิชา ศรีสมัย 12590102)

    ตอบลบ

  21. ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
    อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้
    (นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)

    ตอบลบ
  22. การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์

    (นางสาวสุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)

    ตอบลบ
  23. การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
    (จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)

    ตอบลบ
  24. ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
    อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย

    (สิริกร ราชมณี 12590084)

    ตอบลบ
  25. ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
    - กิจกรรมที่คล้ายกันควรที่จะให้อยู่ในความรับผิดชอบของคนๆเดียว การแบ่งความรับผิดชอบให้คนหลายคนก่อให้เกิดผลเสียในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ เนื่องจากปัญหาการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบดังกล่าว
    - พิจารณาคุณสมบัติของผู้รับมอบหมายงาน เช่นมีวามสามารถที่จะทำกิจกรรมนั้นๆได้หรือไม่

    รัญชริดา มะนุ่น 12590067

    ตอบลบ
  26. อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้
    การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ตามสายการบังคับบัญชาหมายถึงการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับชั้นภายในองค์กรตั้งแต้ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุด ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหาร การมอบหมายงาน หมายถึง การมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ และการกระจายอำนาจ ลงไปตามลำดับชั้นสู่ระดับอื่นๆ
    นางสาววชิราพร คำกอง 12590068

    ตอบลบ
  27. การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (AuthorityAllocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
    1.สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) สายการบังคับบัญชาหมายถึงสายการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นภายในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุดซึ่งจะระบุว่าบุคคลใดขึ้นตรงกับบุคคลใดและบุคคลใดมีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานต่อบุคคลใดองค์กรที่ระบุสายการบังคับบัญชาชัดเจนจะลดความสับสนอันอาจเกิดขึ้นจากการสั่งการที่ซ้ำซ้อนและทำให้การรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามลำดับขั้นอย่างชัดเจนอันจะส่งผลให้การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
    2.ขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหารโดยจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารจะมีขอบเขตการบริหารได้กว้างหรือมีจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาได้มากเมื่อ
    -ผู้ใต้บังคับบัญชามีความรู้ความสามารถสูงและสามารถแก้ไขปัญหาได้เอง
    -ลักษณะงานไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้บริหารใช้เวลากับผู้ใต้บังคับบัญชามากหรืองานของผู้ใต้บังคับบัญชามีลักษณะเหมือนกันจึงทำให้ผู้บริหารสามารถสั่งการได้พร้อมกันหลายคน
    -จำนวนและระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นต่ำหากปัญหาที่เกิดขึ้นมีจำนวนและระดับความรุนแรงต่ำผู้บริหารสามารถมีขอบเขตการบริหารได้สูงเนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมากเท่ากับกรณีที่มีปัญหาจำนวนมากหรือปัญหาที่เกิดขึ้นมีระดับความรุนแรงสูง
    3.การมอบหมายงาน (Delegation) การมอบหมายงานหมายถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Authority) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากผู้บริหารมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะส่งผลดีต่อองค์กรหลายประการอาทิการทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วไม่กระจุกตัวอยู่ที่ผู้บริหารเนื่องจากมีผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยปฏิบัติทำงานจนสำเร็จนอกจากนี้การมอบหมายงานยังเป็นการฝึกให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงานสูงขึ้นหากงานที่มอบหมายประสบความสำเร็จย่อมสร้างแรงจูงใจตลอดจนขวัญและกำลังใจในหมู่คนทำงานอีกด้วย
    (ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)

    ตอบลบ
  28. ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
    อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย(ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)

    ตอบลบ
  29. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  30. 7. ผู้บริหารควรจัดแบ่งอำนาจหน้าที่อย่างไรเพื่อให้การดำเนินกิจกรรมภายในองค์กรสามารถบรรลุพันธกิจและเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิผลแลประสิทธิภาพ
    ตอบ : - ในการจัดแบ่งอำนาจหน้าที่เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมภายในองค์กรสามารถบรรลุพันธกิจและเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิผลแลประสิทธิภาพนั้น ผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง แต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสม
    - การมอบหมายงานที่ต้องนี้ ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบและอำนาจหน้าที่ ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย แต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถาการณ์
    - การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่จะสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อสมาชิกขององค์กรรับทราบสายงานการบังคับบัญชาที่ชัดเจน ผู้บริหารแต่ละคนมีขอบเขตการบริหารที่เหมาะสมและสามารถมอบหมายงานตลอดจนกระจายอำนาจได้สอดคล้องกับสถานการณ์ขององค์กรนั้นๆ
    นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)

    ตอบลบ
  31. การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
    นางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061

    ตอบลบ
  32. ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย

    อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
    ดวงหทัย โฉมมา 12590029

    ตอบลบ
  33. การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ตามสายการบังคับบัญชาหมายถึงการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับชั้นภายในองค์กรตั้งแต้ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุด ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหาร การมอบหมายงาน หมายถึง การมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ และการกระจายอำนาจ ลงไปตามลำดับชั้นสู่ระดับต่าง ๆขององค์กร
    (หมายขวัญ นวลอุไร 12590099)

    ตอบลบ

  34. ผู้บริหารได้ทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนเเล้ว ผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง เเต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสม โดยการมอบหมายงานที่ถูกต้อง ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ เเละอำนาจหน้าที่ให้เเก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย เเต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบเเละเหมาะสมกับสถานการณ์
    นางสาวพัชรา จูเอี่ยม (12590054)

    ตอบลบ
  35. การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
    1. สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) สายการบังคับบัญชาหมายถึงสายการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นภายในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุดซึ่งจะระบุว่าบุคคลใดขึ้นตรงกับบุคคลใดและบุคคลใดมีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานต่อบุคคลใดองค์กรที่ระบุสายการบังคับบัญชาชัดเจนจะลดความสับสนอันอาจเกิดขึ้นจากการสั่งการที่ซ้ำซ้อนและทำให้การรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามลำดับขั้นอย่างชัดเจนอันจะส่งผลให้การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในกรณีที่ผู้บริหารในระดับหนึ่งๆไม่สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ผู้บริหารท่านนั้นก็จะทราบว่าตนเองต้องเสนอปัญหาดังกล่าวขึ้นไปต่อใครเป็นลำดับขั้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป
    2. ขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหารโดยจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารจะมีขอบเขตการบริหารได้กว้างหรือมีจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาได้มากเมื่อ
    -ผู้ใต้บังคับบัญชามีความรู้ความสามารถสูงและสามารถแก้ไขปัญหาได้เอง
    -ลักษณะงานไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้บริหารใช้เวลากับผู้ใต้บังคับบัญชามากหรืองานของผู้ใต้บังคับบัญชามีลักษณะเหมือนกันจึงทำให้ผู้บริหารสามารถสั่งการได้พร้อมกันหลายคน
    -จำนวนและระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นต่ำหากปัญหาที่เกิดขึ้นมีจำนวนและระดับความรุนแรงต่ำผู้บริหารสามารถมีขอบเขตการบริหารได้สูงเนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมากเท่ากับกรณีที่มีปัญหาจำนวนมากหรือปัญหาที่เกิดขึ้นมีระดับความรุนแรงสูง
    3. การมอบหมายงาน (Delegation) การมอบหมายงานหมายถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Authority) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากผู้บริหารมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะส่งผลดีต่อองค์กรหลายประการอาทิการทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วไม่กระจุกตัวอยู่ที่ผู้บริหารเนื่องจากมีผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยปฏิบัติทำงานจนสำเร็จนอกจากนี้การมอบหมายงานยังเป็นการฝึกให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงานสูงขึ้นหากงานที่มอบหมายประสบความสำเร็จย่อมสร้างแรงจูงใจตลอดจนขวัญและกำลังใจในหมู่คนทำงานอีกด้วย

    (นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)

    ตอบลบ
  36. ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
    อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
    (ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896)

    ตอบลบ
  37. ผู้บริหารได้ทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนเเล้ว ผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง เเต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสม โดยการมอบหมายงานที่ถูกต้อง ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ เเละอำนาจหน้าที่ให้เเก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย เเต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบเเละเหมาะสมกับสถานการณ์
    (นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)

    ตอบลบ
  38. การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
    1. สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) สายการบังคับบัญชาหมายถึงสายการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นภายในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุดซึ่งจะระบุว่าบุคคลใดขึ้นตรงกับบุคคลใดและบุคคลใดมีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานต่อบุคคลใดองค์กรที่ระบุสายการบังคับบัญชาชัดเจนจะลดความสับสนอันอาจเกิดขึ้นจากการสั่งการที่ซ้ำซ้อนและทำให้การรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามลำดับขั้นอย่างชัดเจนอันจะส่งผลให้การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในกรณีที่ผู้บริหารในระดับหนึ่งๆไม่สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ผู้บริหารท่านนั้นก็จะทราบว่าตนเองต้องเสนอปัญหาดังกล่าวขึ้นไปต่อใครเป็นลำดับขั้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป
    2. ขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหารโดยจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารจะมีขอบเขตการบริหารได้กว้างหรือมีจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาได้มากเมื่อ
    -ผู้ใต้บังคับบัญชามีความรู้ความสามารถสูงและสามารถแก้ไขปัญหาได้เอง
    -ลักษณะงานไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้บริหารใช้เวลากับผู้ใต้บังคับบัญชามากหรืองานของผู้ใต้บังคับบัญชามีลักษณะเหมือนกันจึงทำให้ผู้บริหารสามารถสั่งการได้พร้อมกันหลายคน
    -จำนวนและระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นต่ำหากปัญหาที่เกิดขึ้นมีจำนวนและระดับความรุนแรงต่ำผู้บริหารสามารถมีขอบเขตการบริหารได้สูงเนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมากเท่ากับกรณีที่มีปัญหาจำนวนมากหรือปัญหาที่เกิดขึ้นมีระดับความรุนแรงสูง
    3. การมอบหมายงาน (Delegation) การมอบหมายงานหมายถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Authority) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากผู้บริหารมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะส่งผลดีต่อองค์กรหลายประการอาทิการทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วไม่กระจุกตัวอยู่ที่ผู้บริหารเนื่องจากมีผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยปฏิบัติทำงานจนสำเร็จนอกจากนี้การมอบหมายงานยังเป็นการฝึกให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงานสูงขึ้นหากงานที่มอบหมายประสบความสำเร็จย่อมสร้างแรงจูงใจตลอดจนขวัญและกำลังใจในหมู่คนทำงานอีกด้วย
    สุภัทษา สนธิช่วย 12590096

    ตอบลบ
  39. ไม่ระบุชื่อ10 กันยายน 2562 เวลา 03:55

    -ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย

    -อำนาจหน้าที่ (Authority)
    หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
    (อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)

    ตอบลบ
  40. การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
    1. สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) สายการบังคับบัญชาหมายถึงสายการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นภายในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุดซึ่งจะระบุว่าบุคคลใดขึ้นตรงกับบุคคลใดและบุคคลใดมีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานต่อบุคคลใดองค์กรที่ระบุสายการบังคับบัญชาชัดเจนจะลดความสับสนอันอาจเกิดขึ้นจากการสั่งการที่ซ้ำซ้อนและทำให้การรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามลำดับขั้นอย่างชัดเจนอันจะส่งผลให้การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในกรณีที่ผู้บริหารในระดับหนึ่งๆไม่สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ผู้บริหารท่านนั้นก็จะทราบว่าตนเองต้องเสนอปัญหาดังกล่าวขึ้นไปต่อใครเป็นลำดับขั้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป
    2. ขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหารโดยจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารจะมีขอบเขตการบริหารได้กว้างหรือมีจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาได้มากเมื่อ
    -ผู้ใต้บังคับบัญชามีความรู้ความสามารถสูงและสามารถแก้ไขปัญหาได้เอง
    -ลักษณะงานไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้บริหารใช้เวลากับผู้ใต้บังคับบัญชามากหรืองานของผู้ใต้บังคับบัญชามีลักษณะเหมือนกันจึงทำให้ผู้บริหารสามารถสั่งการได้พร้อมกันหลายคน
    -จำนวนและระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นต่ำหากปัญหาที่เกิดขึ้นมีจำนวนและระดับความรุนแรงต่ำผู้บริหารสามารถมีขอบเขตการบริหารได้สูงเนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมากเท่ากับกรณีที่มีปัญหาจำนวนมากหรือปัญหาที่เกิดขึ้นมีระดับความรุนแรงสูง
    3. การมอบหมายงาน (Delegation) การมอบหมายงานหมายถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Authority) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากผู้บริหารมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะส่งผลดีต่อองค์กรหลายประการอาทิการทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วไม่กระจุกตัวอยู่ที่ผู้บริหารเนื่องจากมีผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยปฏิบัติทำงานจนสำเร็จนอกจากนี้การมอบหมายงานยังเป็นการฝึกให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงานสูงขึ้นหากงานที่มอบหมายประสบความสำเร็จย่อมสร้างแรงจูงใจตลอดจนขวัญและกำลังใจในหมู่คนทำงานอีกด้วย
    (ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)

    ตอบลบ
  41. การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
    (ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)

    ตอบลบ
  42. เมื่อผู้บริหารได้ทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนเเล้ว ผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง เเต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสม โดยการมอบหมายงานที่ถูกต้อง ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ เเละอำนาจหน้าที่ให้เเก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย เเต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบเเละเหมาะสมกับสถานการณ์
    1. สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) สายการบังคับบัญชาหมายถึงสายการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นภายในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุด
    2. ขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหารโดยจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆขององค์กร
    3. การมอบหมายงาน (Delegation) การมอบหมายงานหมายถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Authority) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากผู้บริหารมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะส่งผลดีต่อองค์กรหลายประการ

    กุลปริยา แย้มเกษร 12590005

    ตอบลบ
  43. การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
    (นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)

    ตอบลบ
  44. การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ตามสายการบังคับบัญชาหมายถึงการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับชั้นภายในองค์กรตั้งแต้ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุด ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหาร การมอบหมายงาน หมายถึง การมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ และการกระจายอำนาจ ลงไปตามลำดับชั้นสู่ระดับต่างๆขององค์กร

    ( ศศิมา ปานชงค์ 12590077 )

    ตอบลบ

  45. ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตนปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
    อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
    ความรับผิดชอบ (Responsibility) เป็นภาระผูกพันของบุคคลในการปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยบุคคลจะต้องรับผิดชอบในการทำงานเพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ในองค์การที่มีการวางโครงสร้างแบบเป็นทางการจะมีการกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลที่ทำหน้าที่ในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างชัดเจนและให้อำนาจหน้าที่แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม เพื่อที่จะสามารถปฏิบัติงานได้ด้วยดี
    (ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)

    ตอบลบ
  46. ผู้บริหารควรแบ่งอำนาจหน้าที่ตามสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงาน เพื่อบรรลุวัคถุประสงค์ขององค์กร ผู้บริหารและคนลสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกันใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา ( Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจํานวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกันตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กร
    การมองหมายงานที่ถูกต้อง ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ C Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย แต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจ้าเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อที่จะทำให้องค์กรสามารถบรรลุพันธกิจและเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
    (สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)

    ตอบลบ
  47. อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
    ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
    นางสาวณัฐนรี สีทองสุก 12590022

    ตอบลบ
  48. ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
    อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้
    (วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)

    ตอบลบ
  49. ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
    อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้
    (นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)

    ตอบลบ
  50. อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้
    การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ตามสายการบังคับบัญชาหมายถึงการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับชั้นภายในองค์กรตั้งแต้ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุด ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหาร การมอบหมายงาน หมายถึง การมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ และการกระจายอำนาจ ลงไปตามลำดับชั้นสู่ระดับอื่นๆ (ศุภิสรา นรินยา 12590717)

    ตอบลบ
  51. อำนาจหน้าที่ หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้
    การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ตามสายการบังคับบัญชาหมายถึงการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับชั้นภายในองค์กรตั้งแต้ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุด ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหาร
    การมอบหมายงาน หมายถึง การมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ และการกระจายอำนาจ ลงไปตามลำดับชั้นสู่ระดับต่างๆขององค์กร
    (ณัฐฌา ปักกัง 12590019)

    ตอบลบ
  52. ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตนปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย

    อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
    ความรับผิดชอบ (Responsibility) เป็นภาระผูกพันของบุคคลในการปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยบุคคลจะต้องรับผิดชอบในการทำงานเพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ในองค์การที่มีการวางโครงสร้างแบบเป็นทางการจะมีการกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลที่ทำหน้าที่ในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างชัดเจนและให้อำนาจหน้าที่แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม เพื่อที่จะสามารถปฏิบัติงานได้อีกด้วย
    (นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)

    ตอบลบ
  53. การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
    (นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)

    ตอบลบ
  54. ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตนปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย

    อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
    ความรับผิดชอบ (Responsibility) เป็นภาระผูกพันของบุคคลในการปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยบุคคลจะต้องรับผิดชอบในการทำงานเพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ในองค์การที่มีการวางโครงสร้างแบบเป็นทางการจะมีการกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลที่ทำหน้าที่ในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างชัดเจนและให้อำนาจหน้าที่แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม เพื่อที่จะสามารถปฏิบัติงานได้อีกด้วย
    (นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)

    ตอบลบ
  55. การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
    (นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)

    ตอบลบ
  56. ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตนปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย

    อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
    ความรับผิดชอบ (Responsibility) เป็นภาระผูกพันของบุคคลในการปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยบุคคลจะต้องรับผิดชอบในการทำงานเพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ในองค์การที่มีการวางโครงสร้างแบบเป็นทางการจะมีการกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลที่ทำหน้าที่ในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างชัดเจนและให้อำนาจหน้าที่แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม เพื่อที่จะสามารถปฏิบัติงานได้อีกด้วย
    (น.ส.ชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)

    ตอบลบ
  57. การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
    (นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)

    ตอบลบ

  58. ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย

    อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
    (ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)

    ตอบลบ
  59. การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์

    (สมภพ ขุนทรง 12590079)

    ตอบลบ
  60. ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย

    อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
    (ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)

    ตอบลบ