ผู้บริหารได้ทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนเเล้ว ผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง เเต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสม โดยการมอบหมายงานที่ถูกต้อง ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ เเละอำนาจหน้าที่ให้เเก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย เเต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบเเละเหมาะสมกับสถานการณ์(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย (นางสาวชนาวาส บ้ววงค์) 12590013
ผู้บริหารควรแบ่งอำนาจหน้าที่ตามสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงาน เพื่อบรรลุวัคถุประสงค์ขององค์กร ผู้บริหารและคนลสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกันใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา ( Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจํานวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกันตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรการมองหมายงานที่ถูกต้อง ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ C Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย แต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจ้าเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อที่จะทำให้องค์กรสามารถบรรลุพันธกิจและเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล( ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
1. กำหนดหน้าที่การงาน (Function) กำหนดหน้าที่การงาน เป็นกำหนดกลุ่มของกิจกรรมที่ต้องปฎิบัติเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ นอกจากนี้การกำหนดหน้าที่การงานยังต้องพิจารณาขององค์การและขนาดขององค์การด้วย2. การแบ่งงาน (Division of Work) การแบ่งงาน เป็นการแยกงานหรือรวมหน้าที่การงานที่มีลักษณะเดี่ยวกันหรือใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน แล้วมอบหมายให้บุคคลตามความสามารถมาปฎิบัติ3. กำหนดหน่วยงานสำคัญขององค์การ กำหนดหน่อยงานสำคัญขององค์การ เป็นการกำหนดหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบงานต่าง ๆ จะปฎิบัติประกอบด้วย 1. หน่วยงานหลัก (Line) หมายถึง หน่วยงานที่ทำหน้าที่โดยตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์การเพื่อผลประโยชน์โดยตรงต่อความสำเร็จขององค์การ (1) บริษัททำหน้าที่มีผลิตสินค้างานหลัก คือฝ่ายผลิต (2) บริษัทร้านสรรพสินค้า งานหลัก คือฝ่ายขาย (3) วิทยาลัยเกษตร งานหลัก ฝ่ายเกี่ยวการสอน 2. หน่วยงานที่ปรึกษา(Staff) หมายถึง หน่วยงานที่ช่วยให้หน่วยงานหลักปฎิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น จะเป็นเชี่ยวชาญเฉพาะงานหรือเป็นคณะกรรการปรึกษา 3. หน่วยงานอนุกรม (Auxliary) หมายถึง หน่วยงานที่ช่วยบริการแก่หน่วยงานหลักและหน่วยงานที่ปรึกษา4. สายการบังคับบัญชา (Chin of Command) สายการบังคับบัญชา หมายถึง ความสัมพันธ์ตามลำดับชั้นระหว่างผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ทราบว่าการติดต่อสื่อสารมีทางเดินอย่างไร สายการบังคับบัญชาที่ดีควรมีลักษณะดังนี้ 1. จำนวนชั้นแต่ละสายไม่ควรมีจำนวนมากเกินไป 2. สายการบังคับบัญชาต้องกำหนดไว้ให้ชัดเจน 3. สายการบังคับบัญชาไม่ควรก้าวก่ายกันหรือไม่ควรซ้อนกัน5. ช่วงการควบคุม (Span of Control) หมายถึง สิ่งที่แสดงให้ทราบว่าผู้บังคับบัญชาคนหนึ่งมีขอบเขตความรับผิดชอบเพียงใด มีผู้ใต้บังคับบัญชากี่คน ในอดีตหัวหน้างาน 1 คน ต้องดูแลรับผิดชอบผู้ใต้บังคับบัญชา 10-20 คน จึงจะเหมาะสม อย่างไรก็ตามช่วงการควบคุมจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ 1. ความสามารถของผู้บังคับบัญชา หากผู้บังคับบัญชามีความสามารถมากก็สามารถปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาได้จำนวนมาก 2. การได้รับการฝึกฝนอบรมของพนักงาน หมายความว่า หากพนักงานได้รับการฝึกฝนอบรมมีความรู้ดีการบังคับบัญชาก็จะง่าย 3. ความยุ่งยากสลับซับซ้อนของงาน 4. ความสัมพันธ์กับหน่วยงานอื่น หากมีความสัมพันธ์มากผู้บังคับบัญชาก็ต้องใช้ผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมากขึ้น 5. ลักษณะการควบคุมแบบต่างๆ(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์1. สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) สายการบังคับบัญชาหมายถึงสายการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นภายในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุดซึ่งจะระบุว่าบุคคลใดขึ้นตรงกับบุคคลใดและบุคคลใดมีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานต่อบุคคลใดองค์กรที่ระบุสายการบังคับบัญชาชัดเจนจะลดความสับสนอันอาจเกิดขึ้นจากการสั่งการที่ซ้ำซ้อนและทำให้การรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามลำดับขั้นอย่างชัดเจนอันจะส่งผลให้การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในกรณีที่ผู้บริหารในระดับหนึ่งๆไม่สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ผู้บริหารท่านนั้นก็จะทราบว่าตนเองต้องเสนอปัญหาดังกล่าวขึ้นไปต่อใครเป็นลำดับขั้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป2. ขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหารโดยจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารจะมีขอบเขตการบริหารได้กว้างหรือมีจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาได้มากเมื่อ -ผู้ใต้บังคับบัญชามีความรู้ความสามารถสูงและสามารถแก้ไขปัญหาได้เอง -ลักษณะงานไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้บริหารใช้เวลากับผู้ใต้บังคับบัญชามากหรืองานของผู้ใต้บังคับบัญชามีลักษณะเหมือนกันจึงทำให้ผู้บริหารสามารถสั่งการได้พร้อมกันหลายคน -จำนวนและระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นต่ำหากปัญหาที่เกิดขึ้นมีจำนวนและระดับความรุนแรงต่ำผู้บริหารสามารถมีขอบเขตการบริหารได้สูงเนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมากเท่ากับกรณีที่มีปัญหาจำนวนมากหรือปัญหาที่เกิดขึ้นมีระดับความรุนแรงสูง3. การมอบหมายงาน (Delegation) การมอบหมายงานหมายถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Authority) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากผู้บริหารมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะส่งผลดีต่อองค์กรหลายประการอาทิการทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วไม่กระจุกตัวอยู่ที่ผู้บริหารเนื่องจากมีผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยปฏิบัติทำงานจนสำเร็จนอกจากนี้การมอบหมายงานยังเป็นการฝึกให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงานสูงขึ้นหากงานที่มอบหมายประสบความสำเร็จย่อมสร้างแรงจูงใจตลอดจนขวัญและกำลังใจในหมู่คนทำงานอีกด้วย(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
ผู้บริหารได้ทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนเเล้ว ผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง เเต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสม โดยการมอบหมายงานที่ถูกต้อง ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ เเละอำนาจหน้าที่ให้เเก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย เเต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบเเละเหมาะสมกับสถานการณ์(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วยในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย(ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์1. สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) สายการบังคับบัญชาหมายถึงสายการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นภายในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุดซึ่งจะระบุว่าบุคคลใดขึ้นตรงกับบุคคลใดและบุคคลใดมีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานต่อบุคคลใดองค์กรที่ระบุสายการบังคับบัญชาชัดเจนจะลดความสับสนอันอาจเกิดขึ้นจากการสั่งการที่ซ้ำซ้อนและทำให้การรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามลำดับขั้นอย่างชัดเจนอันจะส่งผลให้การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในกรณีที่ผู้บริหารในระดับหนึ่งๆไม่สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ผู้บริหารท่านนั้นก็จะทราบว่าตนเองต้องเสนอปัญหาดังกล่าวขึ้นไปต่อใครเป็นลำดับขั้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป2. ขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหารโดยจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารจะมีขอบเขตการบริหารได้กว้างหรือมีจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาได้มากเมื่อ-ผู้ใต้บังคับบัญชามีความรู้ความสามารถสูงและสามารถแก้ไขปัญหาได้เอง-ลักษณะงานไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้บริหารใช้เวลากับผู้ใต้บังคับบัญชามากหรืองานของผู้ใต้บังคับบัญชามีลักษณะเหมือนกันจึงทำให้ผู้บริหารสามารถสั่งการได้พร้อมกันหลายคน-จำนวนและระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นต่ำหากปัญหาที่เกิดขึ้นมีจำนวนและระดับความรุนแรงต่ำผู้บริหารสามารถมีขอบเขตการบริหารได้สูงเนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมากเท่ากับกรณีที่มีปัญหาจำนวนมากหรือปัญหาที่เกิดขึ้นมีระดับความรุนแรงสูง3. การมอบหมายงาน (Delegation) การมอบหมายงานหมายถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Authority) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากผู้บริหารมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะส่งผลดีต่อองค์กรหลายประการอาทิการทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วไม่กระจุกตัวอยู่ที่ผู้บริหารเนื่องจากมีผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยปฏิบัติทำงานจนสำเร็จนอกจากนี้การมอบหมายงานยังเป็นการฝึกให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงานสูงขึ้นหากงานที่มอบหมายประสบความสำเร็จย่อมสร้างแรงจูงใจตลอดจนขวัญและกำลังใจในหมู่คนทำงานอีกด้วย(นางสาว ณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย (นายธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
1. กำหนดหน้าที่การงาน (Function) กำหนดหน้าที่การงาน เป็นกำหนดกลุ่มของกิจกรรมที่ต้องปฎิบัติเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ นอกจากนี้การกำหนดหน้าที่การงานยังต้องพิจารณาขององค์การและขนาดขององค์การด้วย2. การแบ่งงาน (Division of Work) การแบ่งงาน เป็นการแยกงานหรือรวมหน้าที่การงานที่มีลักษณะเดี่ยวกันหรือใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน แล้วมอบหมายให้บุคคลตามความสามารถมาปฎิบัติ3. กำหนดหน่วยงานสำคัญขององค์การ กำหนดหน่อยงานสำคัญขององค์การ เป็นการกำหนดหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบงานต่าง ๆ จะปฎิบัติประกอบด้วย1. หน่วยงานหลัก (Line) หมายถึง หน่วยงานที่ทำหน้าที่โดยตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์การเพื่อผลประโยชน์โดยตรงต่อความสำเร็จขององค์การ(1) บริษัททำหน้าที่มีผลิตสินค้างานหลัก คือฝ่ายผลิต(2) บริษัทร้านสรรพสินค้า งานหลัก คือฝ่ายขาย(3) วิทยาลัยเกษตร งานหลัก ฝ่ายเกี่ยวการสอน2. หน่วยงานที่ปรึกษา(Staff) หมายถึง หน่วยงานที่ช่วยให้หน่วยงานหลักปฎิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น จะเป็นเชี่ยวชาญเฉพาะงานหรือเป็นคณะกรรการปรึกษา3. หน่วยงานอนุกรม (Auxliary) หมายถึง หน่วยงานที่ช่วยบริการแก่หน่วยงานหลักและหน่วยงานที่ปรึกษา4. สายการบังคับบัญชา (Chin of Command)สายการบังคับบัญชา หมายถึง ความสัมพันธ์ตามลำดับชั้นระหว่างผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ทราบว่าการติดต่อสื่อสารมีทางเดินอย่างไรสายการบังคับบัญชาที่ดีควรมีลักษณะดังนี้1. จำนวนชั้นแต่ละสายไม่ควรมีจำนวนมากเกินไป2. สายการบังคับบัญชาต้องกำหนดไว้ให้ชัดเจน3. สายการบังคับบัญชาไม่ควรก้าวก่ายกันหรือไม่ควรซ้อนกัน5. ช่วงการควบคุม (Span of Control) หมายถึง สิ่งที่แสดงให้ทราบว่าผู้บังคับบัญชาคนหนึ่งมีขอบเขตความรับผิดชอบเพียงใด มีผู้ใต้บังคับบัญชากี่คน ในอดีตหัวหน้างาน 1 คน ต้องดูแลรับผิดชอบผู้ใต้บังคับบัญชา 10-20 คน จึงจะเหมาะสม อย่างไรก็ตามช่วงการควบคุมจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ1. ความสามารถของผู้บังคับบัญชา หากผู้บังคับบัญชามีความสามารถมากก็สามารถปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาได้จำนวนมาก2. การได้รับการฝึกฝนอบรมของพนักงาน หมายความว่า หากพนักงานได้รับการฝึกฝนอบรมมีความรู้ดีการบังคับบัญชาก็จะง่าย3. ความยุ่งยากสลับซับซ้อนของงาน4. ความสัมพันธ์กับหน่วยงานอื่น หากมีความสัมพันธ์มากผู้บังคับบัญชาก็ต้องใช้ผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมากขึ้น5. ลักษณะการควบคุมแบบต่างๆ(นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย (นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
7. การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ตามสายการบังคับบัญชาหมายถึงการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับชั้นภายในองค์กรตั้งแต้ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุด ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหาร การมอบหมายงาน หมายถึง การมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ และการกระจายอำนาจ ลงไปตามลำดับชั้นสู่ระดับต่าง ๆขององค์กร(อารียา ปานทอง 12590109)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย (น.ส. อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
การบริหารงานอย่างเป็นระบบ (System Approach to management)คือ การมององค์กรจากโครงสร้าง ที่ประกอบด้วยฝ่ายต่างๆ ซึ่งมีหน้าที่เฉพาะ แต่การบริหารงานอย่างเป็นระบบ คือความสามารถในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกันให้ระบบความทสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายหรือหน่วยงานมีประสิทธิภาพมากพอจะสร้างผลงานคุณภาพขององค์กร การบริหาร ให้ระบบความสัมพันธ์เกิดประสิทธิภาพทำได้โดย5.1 วางโครงสร้างขององค์กรให้เกิดระบบความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน ไม่คลุมเครือ แบ่งแยกหน้าที่แต่มีความเกี่ยวข้อง5.2 สร้างระบบความสัมพันธ์ โดยตั้งจุดประสงค์คุณภาพร่วมกัน5.3 กำหนดวิธีการดำเนินงาน ให้เชื่อมโยงกันอย่างราบรื่น5.4 การประเมินผลของฝ่ายและหน่วยงาน เป็นกาประเมินโดยมองการเชื่อมโยงระหว่างฝ่ายหรือหน่วยงาน5.5 การปรับปรุงงานของฝ่ายและหน่วยงานต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อคุณภาพโดยรวมขององค์กร(พัชมน มนต์วิมลพร 12590053)
ผู้บริหารควรแบ่งอำนาจหน้าที่ตามสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงาน เพื่อบรรลุวัคถุประสงค์ขององค์กร ผู้บริหารและคนลสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกันใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา ( Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจํานวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกันตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรการมองหมายงานที่ถูกต้อง ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ C Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย แต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจ้าเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อที่จะทำให้องค์กรสามารถบรรลุพันธกิจและเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล(วิลาสินี เกตุแก้ว12590073)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์1. สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) สายการบังคับบัญชาหมายถึงสายการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นภายในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุดซึ่งจะระบุว่าบุคคลใดขึ้นตรงกับบุคคลใดและบุคคลใดมีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานต่อบุคคลใดองค์กรที่ระบุสายการบังคับบัญชาชัดเจนจะลดความสับสนอันอาจเกิดขึ้นจากการสั่งการที่ซ้ำซ้อนและทำให้การรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามลำดับขั้นอย่างชัดเจนอันจะส่งผลให้การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในกรณีที่ผู้บริหารในระดับหนึ่งๆไม่สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ผู้บริหารท่านนั้นก็จะทราบว่าตนเองต้องเสนอปัญหาดังกล่าวขึ้นไปต่อใครเป็นลำดับขั้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป2. ขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหารโดยจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารจะมีขอบเขตการบริหารได้กว้างหรือมีจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาได้มากเมื่อ-ผู้ใต้บังคับบัญชามีความรู้ความสามารถสูงและสามารถแก้ไขปัญหาได้เอง-ลักษณะงานไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้บริหารใช้เวลากับผู้ใต้บังคับบัญชามากหรืองานของผู้ใต้บังคับบัญชามีลักษณะเหมือนกันจึงทำให้ผู้บริหารสามารถสั่งการได้พร้อมกันหลายคน-จำนวนและระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นต่ำหากปัญหาที่เกิดขึ้นมีจำนวนและระดับความรุนแรงต่ำผู้บริหารสามารถมีขอบเขตการบริหารได้สูงเนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมากเท่ากับกรณีที่มีปัญหาจำนวนมากหรือปัญหาที่เกิดขึ้นมีระดับความรุนแรงสูง3. การมอบหมายงาน (Delegation) การมอบหมายงานหมายถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Authority) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากผู้บริหารมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะส่งผลดีต่อองค์กรหลายประการอาทิการทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วไม่กระจุกตัวอยู่ที่ผู้บริหารเนื่องจากมีผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยปฏิบัติทำงานจนสำเร็จนอกจากนี้การมอบหมายงานยังเป็นการฝึกให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงานสูงขึ้นหากงานที่มอบหมายประสบความสำเร็จย่อมสร้างแรงจูงใจตลอดจนขวัญและกำลังใจในหมู่คนทำงานอีกด้วย(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์(บุญธิดา กะตะศิลา12590043)
ข้อ 7อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้ผู้บริหารควรแบ่งอำนาจหน้าที่ตามสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงาน เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร ผู้บริหารและคนลสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกันใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา ( Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจํานวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกันตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กร(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ (นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์(นางสาวสุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์(จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย(สิริกร ราชมณี 12590084)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย- กิจกรรมที่คล้ายกันควรที่จะให้อยู่ในความรับผิดชอบของคนๆเดียว การแบ่งความรับผิดชอบให้คนหลายคนก่อให้เกิดผลเสียในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ เนื่องจากปัญหาการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบดังกล่าว- พิจารณาคุณสมบัติของผู้รับมอบหมายงาน เช่นมีวามสามารถที่จะทำกิจกรรมนั้นๆได้หรือไม่รัญชริดา มะนุ่น 12590067
อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ตามสายการบังคับบัญชาหมายถึงการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับชั้นภายในองค์กรตั้งแต้ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุด ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหาร การมอบหมายงาน หมายถึง การมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ และการกระจายอำนาจ ลงไปตามลำดับชั้นสู่ระดับอื่นๆนางสาววชิราพร คำกอง 12590068
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (AuthorityAllocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์1.สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) สายการบังคับบัญชาหมายถึงสายการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นภายในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุดซึ่งจะระบุว่าบุคคลใดขึ้นตรงกับบุคคลใดและบุคคลใดมีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานต่อบุคคลใดองค์กรที่ระบุสายการบังคับบัญชาชัดเจนจะลดความสับสนอันอาจเกิดขึ้นจากการสั่งการที่ซ้ำซ้อนและทำให้การรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามลำดับขั้นอย่างชัดเจนอันจะส่งผลให้การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ2.ขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหารโดยจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารจะมีขอบเขตการบริหารได้กว้างหรือมีจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาได้มากเมื่อ-ผู้ใต้บังคับบัญชามีความรู้ความสามารถสูงและสามารถแก้ไขปัญหาได้เอง-ลักษณะงานไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้บริหารใช้เวลากับผู้ใต้บังคับบัญชามากหรืองานของผู้ใต้บังคับบัญชามีลักษณะเหมือนกันจึงทำให้ผู้บริหารสามารถสั่งการได้พร้อมกันหลายคน-จำนวนและระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นต่ำหากปัญหาที่เกิดขึ้นมีจำนวนและระดับความรุนแรงต่ำผู้บริหารสามารถมีขอบเขตการบริหารได้สูงเนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมากเท่ากับกรณีที่มีปัญหาจำนวนมากหรือปัญหาที่เกิดขึ้นมีระดับความรุนแรงสูง3.การมอบหมายงาน (Delegation) การมอบหมายงานหมายถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Authority) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากผู้บริหารมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะส่งผลดีต่อองค์กรหลายประการอาทิการทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วไม่กระจุกตัวอยู่ที่ผู้บริหารเนื่องจากมีผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยปฏิบัติทำงานจนสำเร็จนอกจากนี้การมอบหมายงานยังเป็นการฝึกให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงานสูงขึ้นหากงานที่มอบหมายประสบความสำเร็จย่อมสร้างแรงจูงใจตลอดจนขวัญและกำลังใจในหมู่คนทำงานอีกด้วย(ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย(ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
7. ผู้บริหารควรจัดแบ่งอำนาจหน้าที่อย่างไรเพื่อให้การดำเนินกิจกรรมภายในองค์กรสามารถบรรลุพันธกิจและเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิผลแลประสิทธิภาพตอบ : - ในการจัดแบ่งอำนาจหน้าที่เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมภายในองค์กรสามารถบรรลุพันธกิจและเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิผลแลประสิทธิภาพนั้น ผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง แต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสม - การมอบหมายงานที่ต้องนี้ ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบและอำนาจหน้าที่ ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย แต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถาการณ์ - การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่จะสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อสมาชิกขององค์กรรับทราบสายงานการบังคับบัญชาที่ชัดเจน ผู้บริหารแต่ละคนมีขอบเขตการบริหารที่เหมาะสมและสามารถมอบหมายงานตลอดจนกระจายอำนาจได้สอดคล้องกับสถานการณ์ขององค์กรนั้นๆนางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์นางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย ดวงหทัย โฉมมา 12590029
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ตามสายการบังคับบัญชาหมายถึงการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับชั้นภายในองค์กรตั้งแต้ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุด ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหาร การมอบหมายงาน หมายถึง การมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ และการกระจายอำนาจ ลงไปตามลำดับชั้นสู่ระดับต่าง ๆขององค์กร(หมายขวัญ นวลอุไร 12590099)
ผู้บริหารได้ทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนเเล้ว ผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง เเต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสม โดยการมอบหมายงานที่ถูกต้อง ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ เเละอำนาจหน้าที่ให้เเก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย เเต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบเเละเหมาะสมกับสถานการณ์นางสาวพัชรา จูเอี่ยม (12590054)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์1. สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) สายการบังคับบัญชาหมายถึงสายการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นภายในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุดซึ่งจะระบุว่าบุคคลใดขึ้นตรงกับบุคคลใดและบุคคลใดมีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานต่อบุคคลใดองค์กรที่ระบุสายการบังคับบัญชาชัดเจนจะลดความสับสนอันอาจเกิดขึ้นจากการสั่งการที่ซ้ำซ้อนและทำให้การรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามลำดับขั้นอย่างชัดเจนอันจะส่งผลให้การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในกรณีที่ผู้บริหารในระดับหนึ่งๆไม่สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ผู้บริหารท่านนั้นก็จะทราบว่าตนเองต้องเสนอปัญหาดังกล่าวขึ้นไปต่อใครเป็นลำดับขั้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป2. ขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหารโดยจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารจะมีขอบเขตการบริหารได้กว้างหรือมีจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาได้มากเมื่อ-ผู้ใต้บังคับบัญชามีความรู้ความสามารถสูงและสามารถแก้ไขปัญหาได้เอง-ลักษณะงานไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้บริหารใช้เวลากับผู้ใต้บังคับบัญชามากหรืองานของผู้ใต้บังคับบัญชามีลักษณะเหมือนกันจึงทำให้ผู้บริหารสามารถสั่งการได้พร้อมกันหลายคน-จำนวนและระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นต่ำหากปัญหาที่เกิดขึ้นมีจำนวนและระดับความรุนแรงต่ำผู้บริหารสามารถมีขอบเขตการบริหารได้สูงเนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมากเท่ากับกรณีที่มีปัญหาจำนวนมากหรือปัญหาที่เกิดขึ้นมีระดับความรุนแรงสูง3. การมอบหมายงาน (Delegation) การมอบหมายงานหมายถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Authority) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากผู้บริหารมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะส่งผลดีต่อองค์กรหลายประการอาทิการทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วไม่กระจุกตัวอยู่ที่ผู้บริหารเนื่องจากมีผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยปฏิบัติทำงานจนสำเร็จนอกจากนี้การมอบหมายงานยังเป็นการฝึกให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงานสูงขึ้นหากงานที่มอบหมายประสบความสำเร็จย่อมสร้างแรงจูงใจตลอดจนขวัญและกำลังใจในหมู่คนทำงานอีกด้วย(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วยอำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย(ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896)
ผู้บริหารได้ทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนเเล้ว ผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง เเต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสม โดยการมอบหมายงานที่ถูกต้อง ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ เเละอำนาจหน้าที่ให้เเก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย เเต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบเเละเหมาะสมกับสถานการณ์(นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์1. สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) สายการบังคับบัญชาหมายถึงสายการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นภายในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุดซึ่งจะระบุว่าบุคคลใดขึ้นตรงกับบุคคลใดและบุคคลใดมีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานต่อบุคคลใดองค์กรที่ระบุสายการบังคับบัญชาชัดเจนจะลดความสับสนอันอาจเกิดขึ้นจากการสั่งการที่ซ้ำซ้อนและทำให้การรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามลำดับขั้นอย่างชัดเจนอันจะส่งผลให้การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในกรณีที่ผู้บริหารในระดับหนึ่งๆไม่สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ผู้บริหารท่านนั้นก็จะทราบว่าตนเองต้องเสนอปัญหาดังกล่าวขึ้นไปต่อใครเป็นลำดับขั้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป2. ขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหารโดยจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารจะมีขอบเขตการบริหารได้กว้างหรือมีจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาได้มากเมื่อ-ผู้ใต้บังคับบัญชามีความรู้ความสามารถสูงและสามารถแก้ไขปัญหาได้เอง-ลักษณะงานไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้บริหารใช้เวลากับผู้ใต้บังคับบัญชามากหรืองานของผู้ใต้บังคับบัญชามีลักษณะเหมือนกันจึงทำให้ผู้บริหารสามารถสั่งการได้พร้อมกันหลายคน-จำนวนและระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นต่ำหากปัญหาที่เกิดขึ้นมีจำนวนและระดับความรุนแรงต่ำผู้บริหารสามารถมีขอบเขตการบริหารได้สูงเนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมากเท่ากับกรณีที่มีปัญหาจำนวนมากหรือปัญหาที่เกิดขึ้นมีระดับความรุนแรงสูง3. การมอบหมายงาน (Delegation) การมอบหมายงานหมายถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Authority) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากผู้บริหารมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะส่งผลดีต่อองค์กรหลายประการอาทิการทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วไม่กระจุกตัวอยู่ที่ผู้บริหารเนื่องจากมีผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยปฏิบัติทำงานจนสำเร็จนอกจากนี้การมอบหมายงานยังเป็นการฝึกให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงานสูงขึ้นหากงานที่มอบหมายประสบความสำเร็จย่อมสร้างแรงจูงใจตลอดจนขวัญและกำลังใจในหมู่คนทำงานอีกด้วยสุภัทษา สนธิช่วย 12590096
-ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย -อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย (อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์1. สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) สายการบังคับบัญชาหมายถึงสายการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นภายในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุดซึ่งจะระบุว่าบุคคลใดขึ้นตรงกับบุคคลใดและบุคคลใดมีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานต่อบุคคลใดองค์กรที่ระบุสายการบังคับบัญชาชัดเจนจะลดความสับสนอันอาจเกิดขึ้นจากการสั่งการที่ซ้ำซ้อนและทำให้การรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามลำดับขั้นอย่างชัดเจนอันจะส่งผลให้การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในกรณีที่ผู้บริหารในระดับหนึ่งๆไม่สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ผู้บริหารท่านนั้นก็จะทราบว่าตนเองต้องเสนอปัญหาดังกล่าวขึ้นไปต่อใครเป็นลำดับขั้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป2. ขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหารโดยจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารจะมีขอบเขตการบริหารได้กว้างหรือมีจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาได้มากเมื่อ-ผู้ใต้บังคับบัญชามีความรู้ความสามารถสูงและสามารถแก้ไขปัญหาได้เอง-ลักษณะงานไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้บริหารใช้เวลากับผู้ใต้บังคับบัญชามากหรืองานของผู้ใต้บังคับบัญชามีลักษณะเหมือนกันจึงทำให้ผู้บริหารสามารถสั่งการได้พร้อมกันหลายคน-จำนวนและระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นต่ำหากปัญหาที่เกิดขึ้นมีจำนวนและระดับความรุนแรงต่ำผู้บริหารสามารถมีขอบเขตการบริหารได้สูงเนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมากเท่ากับกรณีที่มีปัญหาจำนวนมากหรือปัญหาที่เกิดขึ้นมีระดับความรุนแรงสูง3. การมอบหมายงาน (Delegation) การมอบหมายงานหมายถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Authority) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากผู้บริหารมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะส่งผลดีต่อองค์กรหลายประการอาทิการทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วไม่กระจุกตัวอยู่ที่ผู้บริหารเนื่องจากมีผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยปฏิบัติทำงานจนสำเร็จนอกจากนี้การมอบหมายงานยังเป็นการฝึกให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงานสูงขึ้นหากงานที่มอบหมายประสบความสำเร็จย่อมสร้างแรงจูงใจตลอดจนขวัญและกำลังใจในหมู่คนทำงานอีกด้วย(ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
เมื่อผู้บริหารได้ทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนเเล้ว ผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง เเต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสม โดยการมอบหมายงานที่ถูกต้อง ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ เเละอำนาจหน้าที่ให้เเก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย เเต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบเเละเหมาะสมกับสถานการณ์1. สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) สายการบังคับบัญชาหมายถึงสายการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นภายในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุด2. ขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหารโดยจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆขององค์กร3. การมอบหมายงาน (Delegation) การมอบหมายงานหมายถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Authority) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากผู้บริหารมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะส่งผลดีต่อองค์กรหลายประการกุลปริยา แย้มเกษร 12590005
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์(นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ตามสายการบังคับบัญชาหมายถึงการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับชั้นภายในองค์กรตั้งแต้ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุด ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหาร การมอบหมายงาน หมายถึง การมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ และการกระจายอำนาจ ลงไปตามลำดับชั้นสู่ระดับต่างๆขององค์กร( ศศิมา ปานชงค์ 12590077 )
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตนปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วยอำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วยความรับผิดชอบ (Responsibility) เป็นภาระผูกพันของบุคคลในการปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยบุคคลจะต้องรับผิดชอบในการทำงานเพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ในองค์การที่มีการวางโครงสร้างแบบเป็นทางการจะมีการกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลที่ทำหน้าที่ในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างชัดเจนและให้อำนาจหน้าที่แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม เพื่อที่จะสามารถปฏิบัติงานได้ด้วยดี (ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
ผู้บริหารควรแบ่งอำนาจหน้าที่ตามสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงาน เพื่อบรรลุวัคถุประสงค์ขององค์กร ผู้บริหารและคนลสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกันใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา ( Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจํานวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกันตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรการมองหมายงานที่ถูกต้อง ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ C Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย แต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจ้าเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อที่จะทำให้องค์กรสามารถบรรลุพันธกิจและเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วยในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วยนางสาวณัฐนรี สีทองสุก 12590022
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ตามสายการบังคับบัญชาหมายถึงการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับชั้นภายในองค์กรตั้งแต้ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุด ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหาร การมอบหมายงาน หมายถึง การมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ และการกระจายอำนาจ ลงไปตามลำดับชั้นสู่ระดับอื่นๆ (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
อำนาจหน้าที่ หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ตามสายการบังคับบัญชาหมายถึงการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับชั้นภายในองค์กรตั้งแต้ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุด ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหาร การมอบหมายงาน หมายถึง การมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ และการกระจายอำนาจ ลงไปตามลำดับชั้นสู่ระดับต่างๆขององค์กร(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตนปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วยอำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วยความรับผิดชอบ (Responsibility) เป็นภาระผูกพันของบุคคลในการปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยบุคคลจะต้องรับผิดชอบในการทำงานเพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ในองค์การที่มีการวางโครงสร้างแบบเป็นทางการจะมีการกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลที่ทำหน้าที่ในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างชัดเจนและให้อำนาจหน้าที่แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม เพื่อที่จะสามารถปฏิบัติงานได้อีกด้วย(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์(นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตนปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วยอำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วยความรับผิดชอบ (Responsibility) เป็นภาระผูกพันของบุคคลในการปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยบุคคลจะต้องรับผิดชอบในการทำงานเพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ในองค์การที่มีการวางโครงสร้างแบบเป็นทางการจะมีการกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลที่ทำหน้าที่ในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างชัดเจนและให้อำนาจหน้าที่แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม เพื่อที่จะสามารถปฏิบัติงานได้อีกด้วย(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตนปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วยอำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วยความรับผิดชอบ (Responsibility) เป็นภาระผูกพันของบุคคลในการปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยบุคคลจะต้องรับผิดชอบในการทำงานเพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ในองค์การที่มีการวางโครงสร้างแบบเป็นทางการจะมีการกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลที่ทำหน้าที่ในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างชัดเจนและให้อำนาจหน้าที่แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม เพื่อที่จะสามารถปฏิบัติงานได้อีกด้วย(น.ส.ชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย (ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์(สมภพ ขุนทรง 12590079)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วยอำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย(ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)
ผู้บริหารได้ทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนเเล้ว ผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง เเต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสม โดยการมอบหมายงานที่ถูกต้อง ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ เเละอำนาจหน้าที่ให้เเก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย เเต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบเเละเหมาะสมกับสถานการณ์
ตอบลบ(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
ตอบลบอำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
(นางสาวชนาวาส บ้ววงค์) 12590013
ผู้บริหารควรแบ่งอำนาจหน้าที่ตามสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงาน เพื่อบรรลุวัคถุประสงค์ขององค์กร ผู้บริหารและคนลสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกันใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา ( Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจํานวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกันตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กร
ตอบลบการมองหมายงานที่ถูกต้อง ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ C Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย แต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจ้าเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อที่จะทำให้องค์กรสามารถบรรลุพันธกิจและเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
( ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
1. กำหนดหน้าที่การงาน (Function) กำหนดหน้าที่การงาน เป็นกำหนดกลุ่มของกิจกรรมที่ต้องปฎิบัติเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ นอกจากนี้การกำหนดหน้าที่การงานยังต้องพิจารณาขององค์การและขนาดขององค์การด้วย
ตอบลบ2. การแบ่งงาน (Division of Work) การแบ่งงาน เป็นการแยกงานหรือรวมหน้าที่การงานที่มีลักษณะเดี่ยวกันหรือใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน แล้วมอบหมายให้บุคคลตามความสามารถมาปฎิบัติ
3. กำหนดหน่วยงานสำคัญขององค์การ กำหนดหน่อยงานสำคัญขององค์การ เป็นการกำหนดหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบงานต่าง ๆ จะปฎิบัติประกอบด้วย
1. หน่วยงานหลัก (Line) หมายถึง หน่วยงานที่ทำหน้าที่โดยตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์การเพื่อผลประโยชน์โดยตรงต่อความสำเร็จขององค์การ
(1) บริษัททำหน้าที่มีผลิตสินค้างานหลัก คือฝ่ายผลิต
(2) บริษัทร้านสรรพสินค้า งานหลัก คือฝ่ายขาย
(3) วิทยาลัยเกษตร งานหลัก ฝ่ายเกี่ยวการสอน
2. หน่วยงานที่ปรึกษา(Staff) หมายถึง หน่วยงานที่ช่วยให้หน่วยงานหลักปฎิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น จะเป็นเชี่ยวชาญเฉพาะงานหรือเป็นคณะกรรการปรึกษา
3. หน่วยงานอนุกรม (Auxliary) หมายถึง หน่วยงานที่ช่วยบริการแก่หน่วยงานหลักและหน่วยงานที่ปรึกษา
4. สายการบังคับบัญชา (Chin of Command)
สายการบังคับบัญชา หมายถึง ความสัมพันธ์ตามลำดับชั้นระหว่างผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ทราบว่าการติดต่อสื่อสารมีทางเดินอย่างไร
สายการบังคับบัญชาที่ดีควรมีลักษณะดังนี้
1. จำนวนชั้นแต่ละสายไม่ควรมีจำนวนมากเกินไป
2. สายการบังคับบัญชาต้องกำหนดไว้ให้ชัดเจน
3. สายการบังคับบัญชาไม่ควรก้าวก่ายกันหรือไม่ควรซ้อนกัน
5. ช่วงการควบคุม (Span of Control) หมายถึง สิ่งที่แสดงให้ทราบว่าผู้บังคับบัญชาคนหนึ่งมีขอบเขตความรับผิดชอบเพียงใด มีผู้ใต้บังคับบัญชากี่คน ในอดีตหัวหน้างาน 1 คน ต้องดูแลรับผิดชอบผู้ใต้บังคับบัญชา 10-20 คน จึงจะเหมาะสม อย่างไรก็ตามช่วงการควบคุมจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ
1. ความสามารถของผู้บังคับบัญชา หากผู้บังคับบัญชามีความสามารถมากก็สามารถปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาได้จำนวนมาก
2. การได้รับการฝึกฝนอบรมของพนักงาน หมายความว่า หากพนักงานได้รับการฝึกฝนอบรมมีความรู้ดีการบังคับบัญชาก็จะง่าย
3. ความยุ่งยากสลับซับซ้อนของงาน
4. ความสัมพันธ์กับหน่วยงานอื่น หากมีความสัมพันธ์มากผู้บังคับบัญชาก็ต้องใช้ผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมากขึ้น
5. ลักษณะการควบคุมแบบต่างๆ
(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
ตอบลบ1. สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) สายการบังคับบัญชาหมายถึงสายการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นภายในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุดซึ่งจะระบุว่าบุคคลใดขึ้นตรงกับบุคคลใดและบุคคลใดมีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานต่อบุคคลใดองค์กรที่ระบุสายการบังคับบัญชาชัดเจนจะลดความสับสนอันอาจเกิดขึ้นจากการสั่งการที่ซ้ำซ้อนและทำให้การรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามลำดับขั้นอย่างชัดเจนอันจะส่งผลให้การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในกรณีที่ผู้บริหารในระดับหนึ่งๆไม่สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ผู้บริหารท่านนั้นก็จะทราบว่าตนเองต้องเสนอปัญหาดังกล่าวขึ้นไปต่อใครเป็นลำดับขั้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป
2. ขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหารโดยจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารจะมีขอบเขตการบริหารได้กว้างหรือมีจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาได้มากเมื่อ
-ผู้ใต้บังคับบัญชามีความรู้ความสามารถสูงและสามารถแก้ไขปัญหาได้เอง
-ลักษณะงานไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้บริหารใช้เวลากับผู้ใต้บังคับบัญชามากหรืองานของผู้ใต้บังคับบัญชามีลักษณะเหมือนกันจึงทำให้ผู้บริหารสามารถสั่งการได้พร้อมกันหลายคน
-จำนวนและระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นต่ำหากปัญหาที่เกิดขึ้นมีจำนวนและระดับความรุนแรงต่ำผู้บริหารสามารถมีขอบเขตการบริหารได้สูงเนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมากเท่ากับกรณีที่มีปัญหาจำนวนมากหรือปัญหาที่เกิดขึ้นมีระดับความรุนแรงสูง
3. การมอบหมายงาน (Delegation) การมอบหมายงานหมายถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Authority) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากผู้บริหารมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะส่งผลดีต่อองค์กรหลายประการอาทิการทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วไม่กระจุกตัวอยู่ที่ผู้บริหารเนื่องจากมีผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยปฏิบัติทำงานจนสำเร็จนอกจากนี้การมอบหมายงานยังเป็นการฝึกให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงานสูงขึ้นหากงานที่มอบหมายประสบความสำเร็จย่อมสร้างแรงจูงใจตลอดจนขวัญและกำลังใจในหมู่คนทำงานอีกด้วย
(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
ผู้บริหารได้ทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนเเล้ว ผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง เเต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสม โดยการมอบหมายงานที่ถูกต้อง ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ เเละอำนาจหน้าที่ให้เเก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย เเต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบเเละเหมาะสมกับสถานการณ์
ตอบลบ(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
ตอบลบในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
(ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
ตอบลบ1. สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) สายการบังคับบัญชาหมายถึงสายการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นภายในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุดซึ่งจะระบุว่าบุคคลใดขึ้นตรงกับบุคคลใดและบุคคลใดมีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานต่อบุคคลใดองค์กรที่ระบุสายการบังคับบัญชาชัดเจนจะลดความสับสนอันอาจเกิดขึ้นจากการสั่งการที่ซ้ำซ้อนและทำให้การรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามลำดับขั้นอย่างชัดเจนอันจะส่งผลให้การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในกรณีที่ผู้บริหารในระดับหนึ่งๆไม่สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ผู้บริหารท่านนั้นก็จะทราบว่าตนเองต้องเสนอปัญหาดังกล่าวขึ้นไปต่อใครเป็นลำดับขั้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป
2. ขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหารโดยจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารจะมีขอบเขตการบริหารได้กว้างหรือมีจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาได้มากเมื่อ
-ผู้ใต้บังคับบัญชามีความรู้ความสามารถสูงและสามารถแก้ไขปัญหาได้เอง
-ลักษณะงานไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้บริหารใช้เวลากับผู้ใต้บังคับบัญชามากหรืองานของผู้ใต้บังคับบัญชามีลักษณะเหมือนกันจึงทำให้ผู้บริหารสามารถสั่งการได้พร้อมกันหลายคน
-จำนวนและระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นต่ำหากปัญหาที่เกิดขึ้นมีจำนวนและระดับความรุนแรงต่ำผู้บริหารสามารถมีขอบเขตการบริหารได้สูงเนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมากเท่ากับกรณีที่มีปัญหาจำนวนมากหรือปัญหาที่เกิดขึ้นมีระดับความรุนแรงสูง
3. การมอบหมายงาน (Delegation) การมอบหมายงานหมายถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Authority) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากผู้บริหารมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะส่งผลดีต่อองค์กรหลายประการอาทิการทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วไม่กระจุกตัวอยู่ที่ผู้บริหารเนื่องจากมีผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยปฏิบัติทำงานจนสำเร็จนอกจากนี้การมอบหมายงานยังเป็นการฝึกให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงานสูงขึ้นหากงานที่มอบหมายประสบความสำเร็จย่อมสร้างแรงจูงใจตลอดจนขวัญและกำลังใจในหมู่คนทำงานอีกด้วย
(นางสาว ณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
ตอบลบอำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
(นายธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
1. กำหนดหน้าที่การงาน (Function) กำหนดหน้าที่การงาน เป็นกำหนดกลุ่มของกิจกรรมที่ต้องปฎิบัติเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ นอกจากนี้การกำหนดหน้าที่การงานยังต้องพิจารณาขององค์การและขนาดขององค์การด้วย
ตอบลบ2. การแบ่งงาน (Division of Work) การแบ่งงาน เป็นการแยกงานหรือรวมหน้าที่การงานที่มีลักษณะเดี่ยวกันหรือใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน แล้วมอบหมายให้บุคคลตามความสามารถมาปฎิบัติ
3. กำหนดหน่วยงานสำคัญขององค์การ กำหนดหน่อยงานสำคัญขององค์การ เป็นการกำหนดหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบงานต่าง ๆ จะปฎิบัติประกอบด้วย
1. หน่วยงานหลัก (Line) หมายถึง หน่วยงานที่ทำหน้าที่โดยตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์การเพื่อผลประโยชน์โดยตรงต่อความสำเร็จขององค์การ
(1) บริษัททำหน้าที่มีผลิตสินค้างานหลัก คือฝ่ายผลิต
(2) บริษัทร้านสรรพสินค้า งานหลัก คือฝ่ายขาย
(3) วิทยาลัยเกษตร งานหลัก ฝ่ายเกี่ยวการสอน
2. หน่วยงานที่ปรึกษา(Staff) หมายถึง หน่วยงานที่ช่วยให้หน่วยงานหลักปฎิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น จะเป็นเชี่ยวชาญเฉพาะงานหรือเป็นคณะกรรการปรึกษา
3. หน่วยงานอนุกรม (Auxliary) หมายถึง หน่วยงานที่ช่วยบริการแก่หน่วยงานหลักและหน่วยงานที่ปรึกษา
4. สายการบังคับบัญชา (Chin of Command)
สายการบังคับบัญชา หมายถึง ความสัมพันธ์ตามลำดับชั้นระหว่างผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ทราบว่าการติดต่อสื่อสารมีทางเดินอย่างไร
สายการบังคับบัญชาที่ดีควรมีลักษณะดังนี้
1. จำนวนชั้นแต่ละสายไม่ควรมีจำนวนมากเกินไป
2. สายการบังคับบัญชาต้องกำหนดไว้ให้ชัดเจน
3. สายการบังคับบัญชาไม่ควรก้าวก่ายกันหรือไม่ควรซ้อนกัน
5. ช่วงการควบคุม (Span of Control) หมายถึง สิ่งที่แสดงให้ทราบว่าผู้บังคับบัญชาคนหนึ่งมีขอบเขตความรับผิดชอบเพียงใด มีผู้ใต้บังคับบัญชากี่คน ในอดีตหัวหน้างาน 1 คน ต้องดูแลรับผิดชอบผู้ใต้บังคับบัญชา 10-20 คน จึงจะเหมาะสม อย่างไรก็ตามช่วงการควบคุมจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ
1. ความสามารถของผู้บังคับบัญชา หากผู้บังคับบัญชามีความสามารถมากก็สามารถปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาได้จำนวนมาก
2. การได้รับการฝึกฝนอบรมของพนักงาน หมายความว่า หากพนักงานได้รับการฝึกฝนอบรมมีความรู้ดีการบังคับบัญชาก็จะง่าย
3. ความยุ่งยากสลับซับซ้อนของงาน
4. ความสัมพันธ์กับหน่วยงานอื่น หากมีความสัมพันธ์มากผู้บังคับบัญชาก็ต้องใช้ผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมากขึ้น
5. ลักษณะการควบคุมแบบต่างๆ
(นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
ตอบลบอำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
7. การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ตามสายการบังคับบัญชาหมายถึงการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับชั้นภายในองค์กรตั้งแต้ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุด ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหาร การมอบหมายงาน หมายถึง การมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ และการกระจายอำนาจ ลงไปตามลำดับชั้นสู่ระดับต่าง ๆขององค์กร
ตอบลบ(อารียา ปานทอง 12590109)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบ
ตอบลบในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
ตอบลบอำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย (น.ส. อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
การบริหารงานอย่างเป็นระบบ (System Approach to management)
ตอบลบคือ การมององค์กรจากโครงสร้าง ที่ประกอบด้วยฝ่ายต่างๆ ซึ่งมีหน้าที่เฉพาะ แต่การบริหารงานอย่างเป็นระบบ คือความสามารถในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกันให้ระบบความทสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายหรือหน่วยงานมีประสิทธิภาพมากพอจะสร้างผลงานคุณภาพขององค์กร การบริหาร ให้ระบบความสัมพันธ์เกิดประสิทธิภาพทำได้โดย
5.1 วางโครงสร้างขององค์กรให้เกิดระบบความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน ไม่คลุมเครือ แบ่งแยกหน้าที่แต่มีความเกี่ยวข้อง
5.2 สร้างระบบความสัมพันธ์ โดยตั้งจุดประสงค์คุณภาพร่วมกัน
5.3 กำหนดวิธีการดำเนินงาน ให้เชื่อมโยงกันอย่างราบรื่น
5.4 การประเมินผลของฝ่ายและหน่วยงาน เป็นกาประเมินโดยมองการเชื่อมโยงระหว่างฝ่ายหรือหน่วยงาน
5.5 การปรับปรุงงานของฝ่ายและหน่วยงานต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อคุณภาพโดยรวมขององค์กร
(พัชมน มนต์วิมลพร 12590053)
ตอบลบผู้บริหารควรแบ่งอำนาจหน้าที่ตามสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงาน เพื่อบรรลุวัคถุประสงค์ขององค์กร ผู้บริหารและคนลสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกันใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา ( Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจํานวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกันตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กร
การมองหมายงานที่ถูกต้อง ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ C Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย แต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจ้าเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อที่จะทำให้องค์กรสามารถบรรลุพันธกิจและเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
(วิลาสินี เกตุแก้ว12590073)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
ตอบลบ1. สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) สายการบังคับบัญชาหมายถึงสายการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นภายในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุดซึ่งจะระบุว่าบุคคลใดขึ้นตรงกับบุคคลใดและบุคคลใดมีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานต่อบุคคลใดองค์กรที่ระบุสายการบังคับบัญชาชัดเจนจะลดความสับสนอันอาจเกิดขึ้นจากการสั่งการที่ซ้ำซ้อนและทำให้การรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามลำดับขั้นอย่างชัดเจนอันจะส่งผลให้การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในกรณีที่ผู้บริหารในระดับหนึ่งๆไม่สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ผู้บริหารท่านนั้นก็จะทราบว่าตนเองต้องเสนอปัญหาดังกล่าวขึ้นไปต่อใครเป็นลำดับขั้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป
2. ขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหารโดยจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารจะมีขอบเขตการบริหารได้กว้างหรือมีจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาได้มากเมื่อ
-ผู้ใต้บังคับบัญชามีความรู้ความสามารถสูงและสามารถแก้ไขปัญหาได้เอง
-ลักษณะงานไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้บริหารใช้เวลากับผู้ใต้บังคับบัญชามากหรืองานของผู้ใต้บังคับบัญชามีลักษณะเหมือนกันจึงทำให้ผู้บริหารสามารถสั่งการได้พร้อมกันหลายคน
-จำนวนและระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นต่ำหากปัญหาที่เกิดขึ้นมีจำนวนและระดับความรุนแรงต่ำผู้บริหารสามารถมีขอบเขตการบริหารได้สูงเนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมากเท่ากับกรณีที่มีปัญหาจำนวนมากหรือปัญหาที่เกิดขึ้นมีระดับความรุนแรงสูง
3. การมอบหมายงาน (Delegation) การมอบหมายงานหมายถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Authority) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากผู้บริหารมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะส่งผลดีต่อองค์กรหลายประการอาทิการทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วไม่กระจุกตัวอยู่ที่ผู้บริหารเนื่องจากมีผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยปฏิบัติทำงานจนสำเร็จนอกจากนี้การมอบหมายงานยังเป็นการฝึกให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงานสูงขึ้นหากงานที่มอบหมายประสบความสำเร็จย่อมสร้างแรงจูงใจตลอดจนขวัญและกำลังใจในหมู่คนทำงานอีกด้วย
(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
ตอบลบ(บุญธิดา กะตะศิลา12590043)
ข้อ 7
ตอบลบอำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้
ผู้บริหารควรแบ่งอำนาจหน้าที่ตามสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงาน เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร ผู้บริหารและคนลสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกันใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา ( Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจํานวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกันตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กร
(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
ตอบลบในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้
(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
ตอบลบ(นางสาวสุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
ตอบลบ(จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
ตอบลบอำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
(สิริกร ราชมณี 12590084)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
ตอบลบ- กิจกรรมที่คล้ายกันควรที่จะให้อยู่ในความรับผิดชอบของคนๆเดียว การแบ่งความรับผิดชอบให้คนหลายคนก่อให้เกิดผลเสียในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ เนื่องจากปัญหาการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบดังกล่าว
- พิจารณาคุณสมบัติของผู้รับมอบหมายงาน เช่นมีวามสามารถที่จะทำกิจกรรมนั้นๆได้หรือไม่
รัญชริดา มะนุ่น 12590067
อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้
ตอบลบการจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ตามสายการบังคับบัญชาหมายถึงการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับชั้นภายในองค์กรตั้งแต้ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุด ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหาร การมอบหมายงาน หมายถึง การมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ และการกระจายอำนาจ ลงไปตามลำดับชั้นสู่ระดับอื่นๆ
นางสาววชิราพร คำกอง 12590068
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (AuthorityAllocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
ตอบลบ1.สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) สายการบังคับบัญชาหมายถึงสายการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นภายในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุดซึ่งจะระบุว่าบุคคลใดขึ้นตรงกับบุคคลใดและบุคคลใดมีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานต่อบุคคลใดองค์กรที่ระบุสายการบังคับบัญชาชัดเจนจะลดความสับสนอันอาจเกิดขึ้นจากการสั่งการที่ซ้ำซ้อนและทำให้การรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามลำดับขั้นอย่างชัดเจนอันจะส่งผลให้การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
2.ขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหารโดยจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารจะมีขอบเขตการบริหารได้กว้างหรือมีจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาได้มากเมื่อ
-ผู้ใต้บังคับบัญชามีความรู้ความสามารถสูงและสามารถแก้ไขปัญหาได้เอง
-ลักษณะงานไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้บริหารใช้เวลากับผู้ใต้บังคับบัญชามากหรืองานของผู้ใต้บังคับบัญชามีลักษณะเหมือนกันจึงทำให้ผู้บริหารสามารถสั่งการได้พร้อมกันหลายคน
-จำนวนและระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นต่ำหากปัญหาที่เกิดขึ้นมีจำนวนและระดับความรุนแรงต่ำผู้บริหารสามารถมีขอบเขตการบริหารได้สูงเนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมากเท่ากับกรณีที่มีปัญหาจำนวนมากหรือปัญหาที่เกิดขึ้นมีระดับความรุนแรงสูง
3.การมอบหมายงาน (Delegation) การมอบหมายงานหมายถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Authority) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากผู้บริหารมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะส่งผลดีต่อองค์กรหลายประการอาทิการทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วไม่กระจุกตัวอยู่ที่ผู้บริหารเนื่องจากมีผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยปฏิบัติทำงานจนสำเร็จนอกจากนี้การมอบหมายงานยังเป็นการฝึกให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงานสูงขึ้นหากงานที่มอบหมายประสบความสำเร็จย่อมสร้างแรงจูงใจตลอดจนขวัญและกำลังใจในหมู่คนทำงานอีกด้วย
(ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
ตอบลบอำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย(ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบ7. ผู้บริหารควรจัดแบ่งอำนาจหน้าที่อย่างไรเพื่อให้การดำเนินกิจกรรมภายในองค์กรสามารถบรรลุพันธกิจและเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิผลแลประสิทธิภาพ
ตอบลบตอบ : - ในการจัดแบ่งอำนาจหน้าที่เพื่อให้การดำเนินกิจกรรมภายในองค์กรสามารถบรรลุพันธกิจและเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิผลแลประสิทธิภาพนั้น ผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง แต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสม
- การมอบหมายงานที่ต้องนี้ ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบและอำนาจหน้าที่ ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย แต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถาการณ์
- การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่จะสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อสมาชิกขององค์กรรับทราบสายงานการบังคับบัญชาที่ชัดเจน ผู้บริหารแต่ละคนมีขอบเขตการบริหารที่เหมาะสมและสามารถมอบหมายงานตลอดจนกระจายอำนาจได้สอดคล้องกับสถานการณ์ขององค์กรนั้นๆ
นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
ตอบลบนางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
ตอบลบอำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
ดวงหทัย โฉมมา 12590029
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ตามสายการบังคับบัญชาหมายถึงการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับชั้นภายในองค์กรตั้งแต้ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุด ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหาร การมอบหมายงาน หมายถึง การมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ และการกระจายอำนาจ ลงไปตามลำดับชั้นสู่ระดับต่าง ๆขององค์กร
ตอบลบ(หมายขวัญ นวลอุไร 12590099)
ตอบลบผู้บริหารได้ทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนเเล้ว ผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง เเต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสม โดยการมอบหมายงานที่ถูกต้อง ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ เเละอำนาจหน้าที่ให้เเก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย เเต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบเเละเหมาะสมกับสถานการณ์
นางสาวพัชรา จูเอี่ยม (12590054)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
ตอบลบ1. สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) สายการบังคับบัญชาหมายถึงสายการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นภายในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุดซึ่งจะระบุว่าบุคคลใดขึ้นตรงกับบุคคลใดและบุคคลใดมีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานต่อบุคคลใดองค์กรที่ระบุสายการบังคับบัญชาชัดเจนจะลดความสับสนอันอาจเกิดขึ้นจากการสั่งการที่ซ้ำซ้อนและทำให้การรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามลำดับขั้นอย่างชัดเจนอันจะส่งผลให้การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในกรณีที่ผู้บริหารในระดับหนึ่งๆไม่สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ผู้บริหารท่านนั้นก็จะทราบว่าตนเองต้องเสนอปัญหาดังกล่าวขึ้นไปต่อใครเป็นลำดับขั้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป
2. ขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหารโดยจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารจะมีขอบเขตการบริหารได้กว้างหรือมีจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาได้มากเมื่อ
-ผู้ใต้บังคับบัญชามีความรู้ความสามารถสูงและสามารถแก้ไขปัญหาได้เอง
-ลักษณะงานไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้บริหารใช้เวลากับผู้ใต้บังคับบัญชามากหรืองานของผู้ใต้บังคับบัญชามีลักษณะเหมือนกันจึงทำให้ผู้บริหารสามารถสั่งการได้พร้อมกันหลายคน
-จำนวนและระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นต่ำหากปัญหาที่เกิดขึ้นมีจำนวนและระดับความรุนแรงต่ำผู้บริหารสามารถมีขอบเขตการบริหารได้สูงเนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมากเท่ากับกรณีที่มีปัญหาจำนวนมากหรือปัญหาที่เกิดขึ้นมีระดับความรุนแรงสูง
3. การมอบหมายงาน (Delegation) การมอบหมายงานหมายถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Authority) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากผู้บริหารมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะส่งผลดีต่อองค์กรหลายประการอาทิการทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วไม่กระจุกตัวอยู่ที่ผู้บริหารเนื่องจากมีผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยปฏิบัติทำงานจนสำเร็จนอกจากนี้การมอบหมายงานยังเป็นการฝึกให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงานสูงขึ้นหากงานที่มอบหมายประสบความสำเร็จย่อมสร้างแรงจูงใจตลอดจนขวัญและกำลังใจในหมู่คนทำงานอีกด้วย
(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
ตอบลบอำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
(ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896)
ผู้บริหารได้ทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนเเล้ว ผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง เเต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสม โดยการมอบหมายงานที่ถูกต้อง ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ เเละอำนาจหน้าที่ให้เเก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย เเต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบเเละเหมาะสมกับสถานการณ์
ตอบลบ(นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
ตอบลบ1. สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) สายการบังคับบัญชาหมายถึงสายการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นภายในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุดซึ่งจะระบุว่าบุคคลใดขึ้นตรงกับบุคคลใดและบุคคลใดมีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานต่อบุคคลใดองค์กรที่ระบุสายการบังคับบัญชาชัดเจนจะลดความสับสนอันอาจเกิดขึ้นจากการสั่งการที่ซ้ำซ้อนและทำให้การรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามลำดับขั้นอย่างชัดเจนอันจะส่งผลให้การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในกรณีที่ผู้บริหารในระดับหนึ่งๆไม่สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ผู้บริหารท่านนั้นก็จะทราบว่าตนเองต้องเสนอปัญหาดังกล่าวขึ้นไปต่อใครเป็นลำดับขั้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป
2. ขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหารโดยจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารจะมีขอบเขตการบริหารได้กว้างหรือมีจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาได้มากเมื่อ
-ผู้ใต้บังคับบัญชามีความรู้ความสามารถสูงและสามารถแก้ไขปัญหาได้เอง
-ลักษณะงานไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้บริหารใช้เวลากับผู้ใต้บังคับบัญชามากหรืองานของผู้ใต้บังคับบัญชามีลักษณะเหมือนกันจึงทำให้ผู้บริหารสามารถสั่งการได้พร้อมกันหลายคน
-จำนวนและระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นต่ำหากปัญหาที่เกิดขึ้นมีจำนวนและระดับความรุนแรงต่ำผู้บริหารสามารถมีขอบเขตการบริหารได้สูงเนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมากเท่ากับกรณีที่มีปัญหาจำนวนมากหรือปัญหาที่เกิดขึ้นมีระดับความรุนแรงสูง
3. การมอบหมายงาน (Delegation) การมอบหมายงานหมายถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Authority) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากผู้บริหารมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะส่งผลดีต่อองค์กรหลายประการอาทิการทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วไม่กระจุกตัวอยู่ที่ผู้บริหารเนื่องจากมีผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยปฏิบัติทำงานจนสำเร็จนอกจากนี้การมอบหมายงานยังเป็นการฝึกให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงานสูงขึ้นหากงานที่มอบหมายประสบความสำเร็จย่อมสร้างแรงจูงใจตลอดจนขวัญและกำลังใจในหมู่คนทำงานอีกด้วย
สุภัทษา สนธิช่วย 12590096
-ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
ตอบลบ-อำนาจหน้าที่ (Authority)
หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
ตอบลบ1. สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) สายการบังคับบัญชาหมายถึงสายการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นภายในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุดซึ่งจะระบุว่าบุคคลใดขึ้นตรงกับบุคคลใดและบุคคลใดมีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานต่อบุคคลใดองค์กรที่ระบุสายการบังคับบัญชาชัดเจนจะลดความสับสนอันอาจเกิดขึ้นจากการสั่งการที่ซ้ำซ้อนและทำให้การรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นไปตามลำดับขั้นอย่างชัดเจนอันจะส่งผลให้การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในกรณีที่ผู้บริหารในระดับหนึ่งๆไม่สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ผู้บริหารท่านนั้นก็จะทราบว่าตนเองต้องเสนอปัญหาดังกล่าวขึ้นไปต่อใครเป็นลำดับขั้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป
2. ขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหารโดยจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารจะมีขอบเขตการบริหารได้กว้างหรือมีจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาได้มากเมื่อ
-ผู้ใต้บังคับบัญชามีความรู้ความสามารถสูงและสามารถแก้ไขปัญหาได้เอง
-ลักษณะงานไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้บริหารใช้เวลากับผู้ใต้บังคับบัญชามากหรืองานของผู้ใต้บังคับบัญชามีลักษณะเหมือนกันจึงทำให้ผู้บริหารสามารถสั่งการได้พร้อมกันหลายคน
-จำนวนและระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้นต่ำหากปัญหาที่เกิดขึ้นมีจำนวนและระดับความรุนแรงต่ำผู้บริหารสามารถมีขอบเขตการบริหารได้สูงเนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้เวลาในการดูแลแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมากเท่ากับกรณีที่มีปัญหาจำนวนมากหรือปัญหาที่เกิดขึ้นมีระดับความรุนแรงสูง
3. การมอบหมายงาน (Delegation) การมอบหมายงานหมายถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Authority) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากผู้บริหารมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะส่งผลดีต่อองค์กรหลายประการอาทิการทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็วไม่กระจุกตัวอยู่ที่ผู้บริหารเนื่องจากมีผู้ใต้บังคับบัญชาช่วยปฏิบัติทำงานจนสำเร็จนอกจากนี้การมอบหมายงานยังเป็นการฝึกให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีทักษะและความเชี่ยวชาญในการทำงานสูงขึ้นหากงานที่มอบหมายประสบความสำเร็จย่อมสร้างแรงจูงใจตลอดจนขวัญและกำลังใจในหมู่คนทำงานอีกด้วย
(ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
ตอบลบ(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
เมื่อผู้บริหารได้ทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนเเล้ว ผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง เเต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสม โดยการมอบหมายงานที่ถูกต้อง ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ เเละอำนาจหน้าที่ให้เเก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย เเต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบเเละเหมาะสมกับสถานการณ์
ตอบลบ1. สายการบังคับบัญชา (Chain of Command) สายการบังคับบัญชาหมายถึงสายการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับขั้นภายในองค์กรตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุด
2. ขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหารโดยจำนวนที่เหมาะสมจะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นกับปัจจัยและสภาพแวดล้อมต่างๆขององค์กร
3. การมอบหมายงาน (Delegation) การมอบหมายงานหมายถึงการมอบหมายอำนาจหน้าที่ (Authority) และความรับผิดชอบ (Responsibility) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหากผู้บริหารมอบหมายงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจะส่งผลดีต่อองค์กรหลายประการ
กุลปริยา แย้มเกษร 12590005
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
ตอบลบ(นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ตามสายการบังคับบัญชาหมายถึงการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับชั้นภายในองค์กรตั้งแต้ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุด ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหาร การมอบหมายงาน หมายถึง การมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ และการกระจายอำนาจ ลงไปตามลำดับชั้นสู่ระดับต่างๆขององค์กร
ตอบลบ( ศศิมา ปานชงค์ 12590077 )
ตอบลบในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตนปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
ความรับผิดชอบ (Responsibility) เป็นภาระผูกพันของบุคคลในการปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยบุคคลจะต้องรับผิดชอบในการทำงานเพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ในองค์การที่มีการวางโครงสร้างแบบเป็นทางการจะมีการกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลที่ทำหน้าที่ในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างชัดเจนและให้อำนาจหน้าที่แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม เพื่อที่จะสามารถปฏิบัติงานได้ด้วยดี
(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
ผู้บริหารควรแบ่งอำนาจหน้าที่ตามสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงาน เพื่อบรรลุวัคถุประสงค์ขององค์กร ผู้บริหารและคนลสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกันใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา ( Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจํานวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกันตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กร
ตอบลบการมองหมายงานที่ถูกต้อง ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ C Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย แต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจ้าเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อที่จะทำให้องค์กรสามารถบรรลุพันธกิจและเป้าหมายขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
ตอบลบในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
นางสาวณัฐนรี สีทองสุก 12590022
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
ตอบลบอำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้
(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
ตอบลบอำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้
(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้
ตอบลบการจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ตามสายการบังคับบัญชาหมายถึงการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับชั้นภายในองค์กรตั้งแต้ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุด ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหาร การมอบหมายงาน หมายถึง การมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ และการกระจายอำนาจ ลงไปตามลำดับชั้นสู่ระดับอื่นๆ (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
อำนาจหน้าที่ หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้
ตอบลบการจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ตามสายการบังคับบัญชาหมายถึงการสั่งการและรายงานผลการปฏิบัติงานตามลำดับชั้นภายในองค์กรตั้งแต้ระดับบนสุดจนถึงระดับล่างสุด ขอบเขตการบริหารหมายถึงจำนวนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อผู้บริหาร
การมอบหมายงาน หมายถึง การมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ และการกระจายอำนาจ ลงไปตามลำดับชั้นสู่ระดับต่างๆขององค์กร
(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตนปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
ตอบลบอำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
ความรับผิดชอบ (Responsibility) เป็นภาระผูกพันของบุคคลในการปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยบุคคลจะต้องรับผิดชอบในการทำงานเพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ในองค์การที่มีการวางโครงสร้างแบบเป็นทางการจะมีการกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลที่ทำหน้าที่ในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างชัดเจนและให้อำนาจหน้าที่แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม เพื่อที่จะสามารถปฏิบัติงานได้อีกด้วย
(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
ตอบลบ(นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตนปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
ตอบลบอำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
ความรับผิดชอบ (Responsibility) เป็นภาระผูกพันของบุคคลในการปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยบุคคลจะต้องรับผิดชอบในการทำงานเพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ในองค์การที่มีการวางโครงสร้างแบบเป็นทางการจะมีการกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลที่ทำหน้าที่ในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างชัดเจนและให้อำนาจหน้าที่แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม เพื่อที่จะสามารถปฏิบัติงานได้อีกด้วย
(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
ตอบลบ(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตนปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
ตอบลบอำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
ความรับผิดชอบ (Responsibility) เป็นภาระผูกพันของบุคคลในการปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยบุคคลจะต้องรับผิดชอบในการทำงานเพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ในองค์การที่มีการวางโครงสร้างแบบเป็นทางการจะมีการกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลที่ทำหน้าที่ในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างชัดเจนและให้อำนาจหน้าที่แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม เพื่อที่จะสามารถปฏิบัติงานได้อีกด้วย
(น.ส.ชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
ตอบลบ(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
ตอบลบในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
การจัดแบ่งอำนาจหน้าที่ (Authority Allocation) อำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึงสิทธิอันชอบธรรมของผู้บริหารในการสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กรผู้บริหารแต่ละคนสามารถใช้อำนาจหน้าที่ของตนกับใครในองค์กรได้บ้างนั้นย่อมขึ้นอยู่กับสายการบังคับบัญชา (Chain of Command) ซึ่งจะระบุว่าผู้บริหารคนหนึ่งจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนเท่าใดและใครบ้างที่ขึ้นตรงกับตนเองโดยจะเรียงลำดับตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดขององค์กรลงไปจนถึงพนักงานระดับล่างสุดขององค์กรโดยปกติแล้วผู้บริหารแต่ละคนจะมีผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนแต่จะมีมากน้อยเพียงใดและใช้อำนาจหน้าที่ได้กว้างขวางเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขอบเขตการบริหาร (Span of Management) ในตำแหน่งหน้าที่นั้นๆเมื่อผู้บริหารได้รับทราบอำนาจหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนแล้วผู้บริหารพึงตระหนักว่าการบริหารงานองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้ย่อมไม่สามารถทำได้เพียงลำพังแต่จำเป็นต้องมีการมอบหมายงาน (Delegation) ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมการมอบหมายงานที่ถูกต้องนี้ผู้บริหารจำเป็นต้องมอบทั้งภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Responsibility) และอำนาจหน้าที่ (Authority) ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยแต่จะกระจายอำนาจหน้าที่ (Decentralization) ของตนออกไปมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์
ตอบลบ(สมภพ ขุนทรง 12590079)
ในการจัดองค์การจะสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เมื่อมีการแบ่งงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และทุกคนรู้จักงานและหน้าที่ของตน ปฏิบัติงานภายในขอบเขตที่องค์การมอบหมายมา แต่งานที่ดำเนินการจะสามารถสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารที่มีอำนาจในการมอบหมายอำนาจหน้าที่นั้นจะต้องกำหนดความรับผิดชอบของบุคคลแต่ละคนในการปฏิบัติงานอีกด้วย
ตอบลบอำนาจหน้าที่ (Authority) หมายถึง สิทธิอันชอบธรรมที่ได้รับมอบหมายมาให้สั่งบุคคลอื่นปฏิบัติตามที่ตนต้องการได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้บริหารระดับสูงจะมีการมอบหมายงานให้ผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่อไปเมื่อมีการสั่งงานเพื่อให้บุคคลนั้นสามารถปฏิบัติงาน ส่วนมากแล้วอำนาจหน้าที่จะต้องมีอำนาจในการสั่งการและการตัดสินใจควบคู่กันไปด้วย โดยรู้จักการสั่งการ คือมอบหมายงานให้กับใต้ผู้บังคับบัญชาทำงานอย่างต่อเนื่อง และตัดสินใจ ในลักษณะงานที่อยู่ภายในขอบเขตแห่งอำนาจตน อำนาจหน้าที่เป็นอำนาจที่บุคคลผู้มีอยู่ได้รับมอบหมายมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย และขณะเดียวกันก็มีสิทธิให้รางวัลและลงโทษผู้ที่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่นั้นได้อีกด้วย
(ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)