วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562

4.หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้าน ผู้บริหารควรแนวคิดการออกแบบงานมาแก้ปัญหานี้อย่างไร

59 ความคิดเห็น:

  1. หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
    -การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
    -การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
    -การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด
    (นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)

    ตอบลบ
  2. การหมุนเวียนงาน (Job rotation)
    เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ และได้เรียนรู้งานใหม่ๆ จะได้ลดความเบื่อหน่าย
    การขยายขอบเขตงานในแนวนอน (Job enlargement)
    เป็นแนวคิดในการเพิ่มเนื้องานที่มีความยากง่ายระดับเดียวกับงานเดิม
    หรืออาจเพิ่มเพื่อความต่อเนื่องจากงานเดิมให้ผู้ปฏิบัติงานให้มากขึ้น
    การขยายขอบเขตงานในแนวดิ่ง (Job Enrichment)
    เป็นแนวคิดในการเพิ่มงานเชิงบริหารของงานเดิมนั้นให้กับผู้ปฏิบัติงานคนนั้น
    ซึ่งแต่เดิมเขาไม่ทำในส่วนนี้
    การจัดทีมงานแบบบริหารตนเอง (self – Managed teams)
    เป็นแนวคิดให้พนักงานทำงานเป็นทีม และขยายขอบเขตงานในแนวดิ่งให้กับทีม
    โดยสมาชิกทุกคนทำงานร่วมกัน
    การปรับรื้อระบบ (Reengineering)
    เป็นแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงจากวิธีการทำงานแบบเดิมๆ ไปสู่วิธีการใหม่โดยพยายาม
    ให้ลดขั้นตอนการทำงานลงให้เหลือแต่กระบวนการหลัก และเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลางของ
    ความสำคัญ (คิดใหม่ ออกแบบใหม่ ใช้เครื่องมือแบบใหม่)
    (ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)

    ตอบลบ
  3. - เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน
    - กำหนดนโยบายการหมุนเวียนงาน โดยผูกเข้ากับระบบการพัฒนาคน และระบบการเติบโตตามสายอาชีพของพนักงานได้ พนักงานก็จะเข้าใจ และไม่เกิดแรงต้าน องค์กรเองก็จะมีพนักงานที่มีความรอบรู้มากขึ้น และสามารถที่จะทำงานในด้านต่างๆ ได้มากขึ้น และที่สำคัญก็คือ เข้าใจว่างานด้านต่างๆ นั้นมีข้อจำกัด และมีความยากในงานของมันเอง ก็จะช่วยลดความขัดแย้งในการทำงานระหว่างฝ่ายงานต่างๆ ลงได้อย่างดี
    (นางสาวชนาวาส บัววงค์) 12590013

    ตอบลบ
  4. พนักงานของคุณเริ่มเบื่องาน ความกระตือรือร้นหด ประสิทธิภาพการทำงานหาย ทั้งที่เขาเคยทำงานแบบนี้ได้ดีมาก่อน เป็นหน้าที่ของคุณที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลองใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ในการจูงใจพนักงาน
    1.ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย คุณควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา
    2.สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ
    3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป
    4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ
    5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป
    (นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)

    ตอบลบ
  5. ขวัญกำลังใจเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้บริหารจะต้องเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่เสมอเพราะถ้าการบำรุงขวัญที่ดีจะทำให้มีการสร้างผลงานที่มีคุณภาพให้แก่หน่วยงาน จึงต้องมีการเสริมสร้างขวัญและบำรุงขวัญของพนักงาน เพื่อรักษาเสถียรภาพของผู้ปฏิบัติงานให้อยู่ในระดับสูงตามความต้องการ และส่งผลไปถึงประสิทธิภาพของงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การ

    ความสำคัญของขวัญในการปฏิบัติงานมีดังนี้

    1. ก่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร

    2. เกิดความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ต่อหมู่คณะและองค์การ

    3. ปฏิบัติอยู่ในกรอบแห่งระเบียบวินัยและศีลธรรมอันดีงาม

    4. เกิดความสามัคคีในหมู่คณะและก่อให้เกิดพลังร่วม (Group Effort) และฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายขององค์กรได้

    5. เกิดความคิดสร้างสรรค์ในกิจการต่าง ๆ ขององค์กร

    6. เกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาในองค์กรที่ตนปฏิบัติอยู่

    (นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)

    ตอบลบ
  6. หากหัวหน้างานมักกังวัลเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทำงานของลูกน้องว่าจะทำอย่างไรให้พวกเขาทำงานกันได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันหัวหน้างานก็มักจะไม่ค่อยรู้วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้
    1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ
    2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมทเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว
    3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้
    4.การสื่อสารในเชิงบวก
    ทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก
    5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ 
    6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้น
    การเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี
    7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้
    8.ให้เกียรติพนักงาน
    การให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร
    9.มีความยุติธรรม
    องค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร 
    (ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)









    ตอบลบ
  7. การหมุนเวียนงาน (Job Rotation) การที่บุคลากรทำงานในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งเป็นเวลานานๆย่อมเกิดความเบื่อหน่ายและอาจเกิดความเครียดในการทำงานอันเนื่องมาการทำงานที่ซ้ำซากจำเจขาดความท้าทายขาดการใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ๆวิธีการหนึ่งซึ่งองค์กรสามารถนำมาใช้แก้ปัญหาดังกล่าวได้คือการหมุนเวียนงานซึ่งหมายถึงการที่องค์กรกำหนดให้พนักงานสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงานเพื่อให้พนักงานกลุ่มดังกล่าวได้มีโอกาสหมุนเวียนไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งงานอื่นๆซึ่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบแตกต่างจากเดิมทั้งนี้เพื่อการหมุนเวียนงานที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้ากำหนดวิธีการและตำแหน่งงานที่ต้องการจะหมุนเวียนกันรวมทั้งกำหนดเวลาที่เหมาะสมในการหมุนเวียนแต่ละครั้งด้วยการหมุนเวียนงานนอกจากจะแก้ปัญหาความเบื่อหน่ายแล้วยังมีประโยชน์อีกหลายประการต่อองค์กรด้วยเช่นช่วยเปิดโอกาสให้พนักงานมีความชำนาญด้านอื่นๆพนักงานเกิดแรงจูงใจและกระตือรือล้นในการทำงานองค์กรมีบุคลากรหลายคนให้เลือกเพื่อไปดำรงตำแหน่งต่างๆเนื่องจากแต่ละตำแหน่งมีผู้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้หลายคนและการเปิดโอกาสให้บุคลากรทดลองทำงานในหลายๆด้านย่อมทำให้องค์กรทราบศักยภาพในการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งของบุคคลดังกล่าวซึ่งนอกจากจะสร้างความพร้อมให้พนักงานแล้วยังเปิดโอกาสให้องค์กรได้มีบุคลากรที่เหมาะสมที่สุดในตำแหน่งที่สูงขึ้นอีกด้วยอย่างไรก็ตามการหมุนเวียนงานยังมีข้อจำกัดอยู่บางประการเช่นเมื่อหมุนเวียนไปได้ระยะหนึ่งความเบื่อหน่ายก็อาจเกิดขึ้นอีกในบางกรณีที่บุคคลนั้นๆไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับการหมุนเวียนได้ดีหรือไม่เหมาะกับตำแหน่งหน้าที่ใหม่องค์กรอาจจำเป็นต้องหมุนเวียนอีกหรือแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นๆ
    (นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)

    ตอบลบ
  8. ความสำเร็จของบริษัทส่วนหนึ่งก็วัดกันที่ความสามารถของพนักงาน จะเกิดผลเสียขนาดไหนหากจู่ๆ ลูกน้องของเราเกิดขาดแรงจูงใจในการทำงานขึ้นมาเสียเฉยๆ ดังนั้นเราจึงควรศึกษาหาวิธีการแก้ไขสถานการณ์เมื่อลูกน้องเกิดหมดไฟและขาดแรงจูงใจไว้บ้าง
    1.ใกล้ชิดกับพนักงานให้มากขึ้น ควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย ควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา แล้วลองมอบหมายงานชนิดนั้นให้เขาทำ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เขาทำงานอย่างมีความสุข แต่หากเกิดจากปัญหาส่วนตัว เขาต้องการให้ช่วยเหลืออย่างไร
    2สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ จากนั้นกระตุ้นการทำงานร่วมกันและการช่วยเหลือกันภายในทีมให้เกิดเป็นพลังบวก ซึ่งจะทำให้ทุกคนในทีมมีความแน่นแฟ้น และพร้อมช่วยกันฉุดดึงเพื่อนร่วมทีมที่กำลังอ่อนแรง ให้เข้มแข็งขึ้นได้
    3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน
    4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อย่าปล่อยให้เขาทำงานไปวัน ๆ โดยไม่ได้รับความใส่ใจ และมองไม่เห็นโอกาสก้าวหน้า
    5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย ควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้พนักงานอยากจะทำให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแบบอย่างให้แก่เพื่อนร่วมงานคนอื่นอยากจะพยายามมากขึ้นเพื่อให้ได้การยอมรับและชื่นชมเช่นเดียวกัน

    (ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)

    ตอบลบ
  9. หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
    -การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
    -การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
    -การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด
    (นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)

    ตอบลบ
  10. หากหัวหน้างานมักกังวัลเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทำงานของลูกน้องว่าจะทำอย่างไรให้พวกเขาทำงานกันได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันหัวหน้างานก็มักจะไม่ค่อยรู้วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้
    1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ
    2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมทเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว
    3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้
    4.การสื่อสารในเชิงบวก
    ทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก
    5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ
    6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้น
    การเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี
    7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้
    8.ให้เกียรติพนักงาน
    การให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร
    9.มีความยุติธรรม
    องค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
    (นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)

    ตอบลบ
  11. พนักงานของคุณเริ่มเบื่องาน ความกระตือรือร้นหด ประสิทธิภาพการทำงานหาย ทั้งที่เขาเคยทำงานแบบนี้ได้ดีมาก่อน เป็นหน้าที่ของคุณที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลองใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ในการจูงใจพนักงาน
    1.ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย คุณควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา
    2.สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ
    3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป
    4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ
    5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป
    (นางสาว ณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)

    ตอบลบ
  12. หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
    -การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
    -การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
    -การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด

    (นายธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)

    ตอบลบ
  13. เมื่อพนักงานเริ่มเบื่องาน ความกระตือรือร้นหด ประสิทธิภาพการทำงานหาย ทั้งที่เขาเคยทำงานแบบนี้ได้ดีมาก่อน เป็นหน้าที่ของคุณที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลองใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ในการจูงใจพนักงาน
    1.ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย คุณควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา แล้วลองมอบหมายงานชนิดนั้นให้เขาทำ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เขาทำงานอย่างมีความสุข แต่หากเกิดจากปัญหาส่วนตัว เขาต้องการให้คุณช่วยเหลืออย่างไร
    2.สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ จากนั้นกระตุ้นการทำงานร่วมกันและการช่วยเหลือกันภายในทีมให้เกิดเป็นพลังบวก ซึ่งจะทำให้ทุกคนในทีมมีความแน่นแฟ้น และพร้อมช่วยกันฉุดดึงเพื่อนร่วมทีมที่กำลังอ่อนแรง ให้เข้มแข็งขึ้นได้
    3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน
    4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อย่าปล่อยให้เขาทำงานไปวัน ๆ โดยไม่ได้รับความใส่ใจ และมองไม่เห็นโอกาสก้าวหน้า
    5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้พนักงานอยากจะทำให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแบบอย่างให้แก่เพื่อนร่วมงานคนอื่นอยากจะพยายามมากขึ้นเพื่อให้ได้การยอมรับและชื่นชมเช่นเดียวกัน
    (นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)

    ตอบลบ
  14. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  15. 4.นำการหมุนเวียนงานมาแก้ไขปัญหาการเบื่องาน โดยให้พนักงานสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน เพื่อให้กลุ่มพนักงานดังกล่าวได้มีโอกาศหมุนเวียนไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอื่นๆ ซึ่งมีความรับผิดชอบแตกต่างจากเดิม ทั้งนี้เพื่อการหมุนเวียนงานที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้า กำหนดวิธีการและตำแหน่งงานที่ต้องการจะหมุนเวียนกัน รวมทั้งกำหนดเวลาที่เหมาะสมในการหมุนวียนแต่ละครั้งด้วย นอกจากจะแก้ไขปัญหาเบื่องานล้วยังมีประโยชน์อีกหลายประการต่อองค์กรด้วย เช่นช่วยเปิดโอกาสให้พนักงานมีความชำนาญด้านต่างๆ พนักงานเกิดแรงจูงใจและกระตือรือร้นในการทำงาน
    (อารียา ปานทอง 12590109)

    ตอบลบ
  16. หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
    -การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
    -การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
    -การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด
    (อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)

    ตอบลบ
  17. ความสำเร็จของบริษัทส่วนหนึ่งก็วัดกันที่ความสามารถของพนักงาน จะเกิดผลเสียขนาดไหนหากจู่ๆ ลูกน้องของเราเกิดขาดแรงจูงใจในการทำงานขึ้นมาเสียเฉยๆ ดังนั้นเราจึงควรศึกษาหาวิธีการแก้ไขสถานการณ์เมื่อลูกน้องเกิดหมดไฟและขาดแรงจูงใจไว้บ้าง
    1.ใกล้ชิดกับพนักงานให้มากขึ้น ควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย ควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา แล้วลองมอบหมายงานชนิดนั้นให้เขาทำ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เขาทำงานอย่างมีความสุข แต่หากเกิดจากปัญหาส่วนตัว เขาต้องการให้ช่วยเหลืออย่างไร
    2สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ จากนั้นกระตุ้นการทำงานร่วมกันและการช่วยเหลือกันภายในทีมให้เกิดเป็นพลังบวก ซึ่งจะทำให้ทุกคนในทีมมีความแน่นแฟ้น และพร้อมช่วยกันฉุดดึงเพื่อนร่วมทีมที่กำลังอ่อนแรง ให้เข้มแข็งขึ้นได้
    3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน
    4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อย่าปล่อยให้เขาทำงานไปวัน ๆ โดยไม่ได้รับความใส่ใจ และมองไม่เห็นโอกาสก้าวหน้า
    5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย ควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้พนักงานอยากจะทำให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแบบอย่างให้แก่เพื่อนร่วมงานคนอื่นอยากจะพยายามมากขึ้นเพื่อให้ได้การยอมรับและชื่นชมเช่นเดียวกัน (น.ส. อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)

    ตอบลบ

  18. ขวัญกำลังใจเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้บริหารจะต้องเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่เสมอเพราะถ้าการบำรุงขวัญที่ดีจะทำให้มีการสร้างผลงานที่มีคุณภาพให้แก่หน่วยงาน จึงต้องมีการเสริมสร้างขวัญและบำรุงขวัญของพนักงาน เพื่อรักษาเสถียรภาพของผู้ปฏิบัติงานให้อยู่ในระดับสูงตามความต้องการ และส่งผลไปถึงประสิทธิภาพของงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การ

    ความสำคัญของขวัญในการปฏิบัติงานมีดังนี้

    1. ก่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร

    2. เกิดความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ต่อหมู่คณะและองค์การ

    3. ปฏิบัติอยู่ในกรอบแห่งระเบียบวินัยและศีลธรรมอันดีงาม

    4. เกิดความสามัคคีในหมู่คณะและก่อให้เกิดพลังร่วม (Group Effort) และฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายขององค์กรได้

    5. เกิดความคิดสร้างสรรค์ในกิจการต่าง ๆ ขององค์กร

    6. เกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาในองค์กรที่ตนปฏิบัติอยู่
    (วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)

    ตอบลบ
  19. มิติสัมพันธภาพระหว่างบุคคลในการ ทางานไว้ 8 องค์ประกอบ ดังนี้
    1. ความมั่นใจและความไว้วางใจที่มีต่องานและเพื่อนร่วมงาน (Confidence and Trust) ความมั่นใจและความไว้วางใจเป็นพฤติกรรมที่อยู่คู่กันไป เมื่อเพื่อนร่วมงานเกิดความไว้วางใจต่อกันก็ จะเกิดความเชื่อมั่นอย่างจริงจังต่อกัน โดยไม่เคลือบแคลงสงสัยว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพราะมีความ เชื่อมั่นอยู่ภายในความรู้สึกปรารถนาดีและเชื่อถือได้ การสร้างความรู้สึกไว้วางใจให้เกิดขึ้นกับบุคคล นั้น ไม่ได้เกิดขึ้นโดยง่ายจากเทคนิควิธีที่ผู้สร้างตั้งใจจะให้เกิดขึ้น หากแต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ความเสมอต้นเสมอปลายมากกว่าความเข้าใจกันได้ บุคคลจะไม่ระบายความรู้สึก หรือบอกข้อมูล สาคัญแก่บุคคลอื่น หากไม่เกิดความไว้วางใจและความมั่นใจว่าจะเชื่อถือได้
    2. การให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (Mutual Help) มีความสาคัญยิ่ง บุคคลควรมีความ ยินดีแบ่งปันช่วยกันทางาน ไม่นิ่งดูดายแม้เป็นงานหนักของผู้อื่น หรือหวงแหนสิ่งที่ตนเองได้มา โดยเฉพาะส่วนที่จะได้ร่วมกัน
    3. การให้ความสนับสนุนซึ่งกันและกัน (Mutual Support) โดยมีหลักสาคัญว่า องค์กรจะมี ผลสัมฤทธิ์สูงได้ก็ต่อเมื่อทุกกระบวนการของความต้องการภายในองค์กรได้รับการสนับสนุนซึ่งกันและ กันนี้อาจแสดงออกงพฤติกรรมได้หลายลักษณะ เช่น ความเต็มใจรับฟังผู้อื่น การให้การยอมรับนับถือ ยกย่อง การให้ข้อมูลย้อนกลับงบวก และยอมรับฟังข้อคิดเห็นของผู้อื่นด้วยความจริงใจ เป็นต้น
    (พัชมน มนต์วิมลพร 12590053)

    ตอบลบ
  20. หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
    -การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
    -การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
    -การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด
    (น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)

    ตอบลบ
  21. ขวัญกำลังใจเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้บริหารจะต้องเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่เสมอเพราะถ้าการบำรุงขวัญที่ดีจะทำให้มีการสร้างผลงานที่มีคุณภาพให้แก่หน่วยงาน จึงต้องมีการเสริมสร้างขวัญและบำรุงขวัญของพนักงาน เพื่อรักษาเสถียรภาพของผู้ปฏิบัติงานให้อยู่ในระดับสูงตามความต้องการ และส่งผลไปถึงประสิทธิภาพของงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การ
    ความสำคัญของขวัญในการปฏิบัติงานมีดังนี้
    1. ก่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร
    2. เกิดความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ต่อหมู่คณะและองค์การ
    3. ปฏิบัติอยู่ในกรอบแห่งระเบียบวินัยและศีลธรรมอันดีงาม
    4. เกิดความสามัคคีในหมู่คณะและก่อให้เกิดพลังร่วม (Group Effort) และฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายขององค์กรได้
    (บุญธิดา กะตะศิลา 12590043)

    ตอบลบ
  22. ข้อ 4
    เมื่อเริ่มเห็นสัญญาณว่า พนักงานเริ่มเบื่องาน ความกระตือรือร้นหด ประสิทธิภาพการทำงานหาย ทั้งที่เขาเคยทำงานแบบนี้ได้ดีมาก่อน เป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลองใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ในการจูงใจพนักงาน ดังนี้
    1. ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว
    2. สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ
    3. เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ
    4. วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน
    5. สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป
    (อรณิชา ศรีสมัย 12590102)

    ตอบลบ
  23. ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
    -การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
    -การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถ
    -การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ
    (นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)

    ตอบลบ
  24. หากหัวหน้างานมักกังวัลเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทำงานของลูกน้องว่าจะทำอย่างไรให้พวกเขาทำงานกันได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันหัวหน้างานก็มักจะไม่ค่อยรู้วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้
    1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ
    2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว
    3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้
    4.การสื่อสารในเชิงบวก
    ทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก
    5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ
    6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้น
    การเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี
    7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้
    8.ให้เกียรติพนักงาน
    การให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร
    9.มีความยุติธรรม
    องค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
    (นางสาวสุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)

    ตอบลบ
  25. การหมุนเวียนงาน (Job rotation)
    เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ และได้เรียนรู้งานใหม่ๆ จะได้ลดความเบื่อหน่าย
    การขยายขอบเขตงานในแนวนอน (Job enlargement)
    เป็นแนวคิดในการเพิ่มเนื้องานที่มีความยากง่ายระดับเดียวกับงานเดิม
    หรืออาจเพิ่มเพื่อความต่อเนื่องจากงานเดิมให้ผู้ปฏิบัติงานให้มากขึ้น
    การขยายขอบเขตงานในแนวดิ่ง (Job Enrichment)
    เป็นแนวคิดในการเพิ่มงานเชิงบริหารของงานเดิมนั้นให้กับผู้ปฏิบัติงานคนนั้น
    ซึ่งแต่เดิมเขาไม่ทำในส่วนนี้
    การจัดทีมงานแบบบริหารตนเอง (self – Managed teams)
    เป็นแนวคิดให้พนักงานทำงานเป็นทีม และขยายขอบเขตงานในแนวดิ่งให้กับทีม
    โดยสมาชิกทุกคนทำงานร่วมกัน
    การปรับรื้อระบบ (Reengineering)
    เป็นแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงจากวิธีการทำงานแบบเดิมๆ ไปสู่วิธีการใหม่โดยพยายาม
    ให้ลดขั้นตอนการทำงานลงให้เหลือแต่กระบวนการหลัก และเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลางของ
    ความสำคัญ (คิดใหม่ ออกแบบใหม่ ใช้เครื่องมือแบบใหม่)
    (จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)

    ตอบลบ
  26. ขวัญกำลังใจเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้บริหารจะต้องเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่เสมอเพราะถ้าการบำรุงขวัญที่ดีจะทำให้มีการสร้างผลงานที่มีคุณภาพให้แก่หน่วยงาน จึงต้องมีการเสริมสร้างขวัญและบำรุงขวัญของพนักงาน เพื่อรักษาเสถียรภาพของผู้ปฏิบัติงานให้อยู่ในระดับสูงตามความต้องการ และส่งผลไปถึงประสิทธิภาพของงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การ

    ความสำคัญของขวัญในการปฏิบัติงานมีดังนี้

    1. ก่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร
    2. เกิดความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ต่อหมู่คณะและองค์การ
    3. ปฏิบัติอยู่ในกรอบแห่งระเบียบวินัยและศีลธรรมอันดีงาม
    4. เกิดความสามัคคีในหมู่คณะและก่อให้เกิดพลังร่วม (Group Effort) และฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายขององค์กรได้
    5. เกิดความคิดสร้างสรรค์ในกิจการต่าง ๆ ขององค์กร
    6. เกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาในองค์กรที่ตนปฏิบัติอยู่
    (สิริกร ราชมณี 12590084)

    ตอบลบ
  27. เมื่อบริหารเริ่มเห็นสัญญาณว่า พนักงานที่อยู่ในความดูแลเริ่มเบื่องาน ความกระตือรือร้นหด ประสิทธิภาพการทำงานหาย ทั้งที่เขาเคยทำงานแบบนี้ได้ดีมาก่อน เป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลองใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ในการจูงใจพนักงานดู

    1. ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น ผู้บรหารควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย คุณควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา แล้วลองมอบหมายงานชนิดนั้นให้เขาทำ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เขาทำงานอย่างมีความสุข แต่หากเกิดจากปัญหาส่วนตัว เขาต้องการให้คุณช่วยเหลืออย่างไร
    2. สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ จากนั้นกระตุ้นการทำงานร่วมกันและการช่วยเหลือกันภายในทีมให้เกิดเป็นพลังบวก ซึ่งจะทำให้ทุกคนในทีมมีความแน่นแฟ้น และพร้อมช่วยกันฉุดดึงเพื่อนร่วมทีมที่กำลังอ่อนแรง ให้เข้มแข็งขึ้นได้
    3. เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน
    4. วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อย่าปล่อยให้เขาทำงานไปวัน ๆ โดยไม่ได้รับความใส่ใจ และมองไม่เห็นโอกาสก้าวหน้า
    5. สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้พนักงานอยากจะทำให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแบบอย่างให้แก่เพื่อนร่วมงานคนอื่นอยากจะพยายามมากขึ้นเพื่อให้ได้การยอมรับและชื่นชมเช่นเดียวกัน

    รัญชรดา มะนุ่น 12590067

    ตอบลบ
  28. 1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ
    2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมทเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว
    3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้
    4.การสื่อสารในเชิงบวก
    ทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก
    5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ
    6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้น
    การเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี
    7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้
    8.ให้เกียรติพนักงาน
    การให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร
    9.มีความยุติธรรม
    องค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
    นางสาววชิราพร คำกอง 12590068

    ตอบลบ
  29. 4. หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้าน ผู้บริหารควรนำแนวความคิดการออกแบบงานมาแก้ปัญหานี้อย่างไร
    ตอบ : หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้าน ผู้บริหารควรนำแนวความคิดการออกแบบงาน “การหมุนเวียนงาน” มาใช้ในการแก้ไขปัญหา
    - การที่บุคลากรทำงานในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งเป็นเวลานานๆ ย่อมเกิดความเบื่อหน่ายและอาจเกิดความเครียดในการทำงาน อันเนื่องมาจากการทำงานที่ซ้ำซากจำเจ ขาดความท้าทาย การใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ๆ การนำวิธีการหมุนเวียนงาน มาใช้แก้ไขปัญหาจึงเป็นวิธีที่ตอบโจทย์ที่สุด เพื่อให้พนักงานกลุ่มดังกล่าวได้มีโอกาสหมุนเวียนไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งงานอื่นๆ ซึ่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบแตกต่างจากเดิม ทั้งนี้เพื่อการหมุนเวียนที่มีประสิทธภาพ ผู้บริหารจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้า กำหนดวิธีการและตำแหน่งงานที่ต้องการจะหมุนเวียนกัน รวมทั้งกำหนดเวลาที่เหมาะสมในการหมุนเวียนแต่ละครั้งด้วย
    นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)

    ตอบลบ
  30. หากหัวหน้างานมักกังวัลเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทำงานของลูกน้องว่าจะทำอย่างไรให้พวกเขาทำงานกันได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันหัวหน้างานก็มักจะไม่ค่อยรู้วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้
    1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ
    2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมทเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว
    3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้
    4.การสื่อสารในเชิงบวก
    ทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก
    5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ
    6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้น
    การเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี
    7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้
    8.ให้เกียรติพนักงาน
    การให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร
    9.มีความยุติธรรม
    องค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)

    ตอบลบ
  31. พนักงานของคุณเริ่มเบื่องาน ความกระตือรือร้นหด ประสิทธิภาพการทำงานหาย ทั้งที่เขาเคยทำงานแบบนี้ได้ดีมาก่อน เป็นหน้าที่ของคุณที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลองใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ในการจูงใจพนักงาน
    1.ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย คุณควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา
    2.สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ
    3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป
    4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ
    5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป
    นางสาว ภัทราพร ผังรักษ์ 12590061

    ตอบลบ
  32. การหมุนเวียนงาน (Job rotation)
    เพื่อให้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ และได้เรียนรู้งานใหม่ๆ จะได้ลดความเบื่อหน่าย
    การขยายขอบเขตงานในแนวนอน (Job enlargement)
    เป็นแนวคิดในการเพิ่มเนื้องานที่มีความยากง่ายระดับเดียวกับงานเดิม
    หรืออาจเพิ่มเพื่อความต่อเนื่องจากงานเดิมให้ผู้ปฏิบัติงานให้มากขึ้น
    การขยายขอบเขตงานในแนวดิ่ง (Job Enrichment)
    เป็นแนวคิดในการเพิ่มงานเชิงบริหารของงานเดิมนั้นให้กับผู้ปฏิบัติงานคนนั้น
    ซึ่งแต่เดิมเขาไม่ทำในส่วนนี้
    การจัดทีมงานแบบบริหารตนเอง (self – Managed teams)
    เป็นแนวคิดให้พนักงานทำงานเป็นทีม และขยายขอบเขตงานในแนวดิ่งให้กับทีม
    โดยสมาชิกทุกคนทำงานร่วมกัน
    การปรับรื้อระบบ (Reengineering)
    เป็นแนวคิดที่จะเปลี่ยนแปลงจากวิธีการทำงานแบบเดิมๆ ไปสู่วิธีการใหม่โดยพยายาม
    ให้ลดขั้นตอนการทำงานลงให้เหลือแต่กระบวนการหลัก และเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลางของ
    ความสำคัญ (คิดใหม่ ออกแบบใหม่ ใช้เครื่องมือแบบใหม่)
    นางสาวดวงหทัย โฉมมา 12590029

    ตอบลบ
  33. การนำการหมุนเวียนงานมาแก้ไขปัญหาการเบื่องาน โดยให้พนักงานสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน เพื่อให้กลุ่มพนักงานดังกล่าวได้มีโอกาศหมุนเวียนไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอื่นๆ ซึ่งมีความรับผิดชอบแตกต่างจากเดิม ทั้งนี้เพื่อการหมุนเวียนงานที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้า กำหนดวิธีการและตำแหน่งงานที่ต้องการจะหมุนเวียนกัน รวมทั้งกำหนดเวลาที่เหมาะสมในการหมุนวียนแต่ละครั้งด้วย นอกจากจะแก้ไขปัญหาเบื่องานล้วยังมีประโยชน์อีกหลายประการต่อองค์กรด้วย เช่นช่วยเปิดโอกาสให้พนักงานมีความชำนาญด้านต่างๆ พนักงานเกิดแรงจูงใจและกระตือรือร้นในการทำงาน
    (นางสาว หมายขวัญ นวลอุไร 12590099)

    ตอบลบ
  34. ขวัญกำลังใจเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้บริหารจะต้องเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่เสมอเพราะถ้าการบำรุงขวัญที่ดีจะทำให้มีการสร้างผลงานที่มีคุณภาพให้แก่หน่วยงาน จึงต้องมีการเสริมสร้างขวัญและบำรุงขวัญของพนักงาน เพื่อรักษาเสถียรภาพของผู้ปฏิบัติงานให้อยู่ในระดับสูงตามความต้องการ และส่งผลไปถึงประสิทธิภาพของงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ขององค์การ

    ความสำคัญของขวัญในการปฏิบัติงานมีดังนี้

    1. ก่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร

    2. เกิดความจงรักภักดี ซื่อสัตย์ต่อหมู่คณะและองค์การ

    3. ปฏิบัติอยู่ในกรอบแห่งระเบียบวินัยและศีลธรรมอันดีงาม

    4. เกิดความสามัคคีในหมู่คณะและก่อให้เกิดพลังร่วม (Group Effort) และฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายขององค์กรได้

    5. เกิดความคิดสร้างสรรค์ในกิจการต่าง ๆ ขององค์กร

    6. เกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาในองค์กรที่ตนปฏิบัติอยู่
    นางสาวพัชรา จูเอี่ยม (12590054)

    ตอบลบ
  35. หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
    -การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
    -การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
    -การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด
    (ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896)

    ตอบลบ
  36. หากหัวหน้างานมักกังวัลเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทำงานของลูกน้องว่าจะทำอย่างไรให้พวกเขาทำงานกันได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันหัวหน้างานก็มักจะไม่ค่อยรู้วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้
    1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ
    2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมทเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว
    3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้
    4.การสื่อสารในเชิงบวก
    ทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก
    5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ
    6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้น
    การเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี
    7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้
    8.ให้เกียรติพนักงาน
    การให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร
    9.มีความยุติธรรม
    องค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
    (นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)

    ตอบลบ
  37. หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
    -การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
    -การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
    -การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด
    สุภัทษา สนธิช่วย 12590096

    ตอบลบ
  38. ไม่ระบุชื่อ10 กันยายน 2562 เวลา 03:44

    หากพนักงานมีความเบื่อหน่ายกับงาน ควรทำดังนี้
    1.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน
    2.กำหนดนโยบายการหมุนเวียนงาน โดยผูกเข้ากับระบบการพัฒนาคน และระบบการเติบโตตามสายอาชีพของพนักงานได้ พนักงานก็จะเข้าใจ และไม่เกิดแรงต้าน องค์กรเองก็จะมีพนักงานที่มีความรอบรู้มากขึ้น และสามารถที่จะทำงานในด้านต่างๆ ได้มากขึ้น และที่สำคัญก็คือ เข้าใจว่างานด้านต่างๆ นั้นมีข้อจำกัด และมีความยากในงานของมันเอง ก็จะช่วยลดความขัดแย้งในการทำงานระหว่างฝ่ายงานต่างๆ ลงได้อย่างดี
    (อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)

    ตอบลบ
  39. 1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ
    2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมทเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว
    3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้
    4.การสื่อสารในเชิงบวก
    ทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก
    5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ
    6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้น
    การเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี
    7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้
    8.ให้เกียรติพนักงาน
    การให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร
    9.มีความยุติธรรม
    องค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
    (ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)

    ตอบลบ
  40. การหมุนเวียนงาน (Job Rotation) การที่บุคลากรทำงานในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งเป็นเวลานานๆย่อมเกิดความเบื่อหน่ายและอาจเกิดความเครียดในการทำงานอันเนื่องมาการทำงานที่ซ้ำซากจำเจขาดความท้าทายขาดการใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ๆวิธีการหนึ่งซึ่งองค์กรสามารถนำมาใช้แก้ปัญหาดังกล่าวได้คือการหมุนเวียนงานซึ่งหมายถึงการที่องค์กรกำหนดให้พนักงานสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงานเพื่อให้พนักงานกลุ่มดังกล่าวได้มีโอกาสหมุนเวียนไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งงานอื่นๆซึ่งมีหน้าที่ความรับผิดชอบแตกต่างจากเดิมทั้งนี้เพื่อการหมุนเวียนงานที่มีประสิทธิภาพผู้บริหารจำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้ากำหนดวิธีการและตำแหน่งงานที่ต้องการจะหมุนเวียนกันรวมทั้งกำหนดเวลาที่เหมาะสมในการหมุนเวียนแต่ละครั้งด้วยการหมุนเวียนงานนอกจากจะแก้ปัญหาความเบื่อหน่ายแล้วยังมีประโยชน์อีกหลายประการต่อองค์กรด้วยเช่นช่วยเปิดโอกาสให้พนักงานมีความชำนาญด้านอื่นๆพนักงานเกิดแรงจูงใจและกระตือรือล้นในการทำงานองค์กรมีบุคลากรหลายคนให้เลือกเพื่อไปดำรงตำแหน่งต่างๆเนื่องจากแต่ละตำแหน่งมีผู้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้หลายคนและการเปิดโอกาสให้บุคลากรทดลองทำงานในหลายๆด้านย่อมทำให้องค์กรทราบศักยภาพในการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งของบุคคลดังกล่าวซึ่งนอกจากจะสร้างความพร้อมให้พนักงานแล้วยังเปิดโอกาสให้องค์กรได้มีบุคลากรที่เหมาะสมที่สุดในตำแหน่งที่สูงขึ้นอีกด้วยอย่างไรก็ตามการหมุนเวียนงานยังมีข้อจำกัดอยู่บางประการเช่นเมื่อหมุนเวียนไปได้ระยะหนึ่งความเบื่อหน่ายก็อาจเกิดขึ้นอีกในบางกรณีที่บุคคลนั้นๆไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับการหมุนเวียนได้ดีหรือไม่เหมาะกับตำแหน่งหน้าที่ใหม่องค์กรอาจจำเป็นต้องหมุนเวียนอีกหรือแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นๆ
    (ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)

    ตอบลบ
  41. 1.ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย คุณควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา แล้วลองมอบหมายงานชนิดนั้นให้เขาทำ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เขาทำงานอย่างมีความสุข แต่หากเกิดจากปัญหาส่วนตัว เขาต้องการให้คุณช่วยเหลืออย่างไร
    2.สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ จากนั้นกระตุ้นการทำงานร่วมกันและการช่วยเหลือกันภายในทีมให้เกิดเป็นพลังบวก ซึ่งจะทำให้ทุกคนในทีมมีความแน่นแฟ้น และพร้อมช่วยกันฉุดดึงเพื่อนร่วมทีมที่กำลังอ่อนแรง ให้เข้มแข็งขึ้นได้
    3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน
    4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อย่าปล่อยให้เขาทำงานไปวัน ๆ โดยไม่ได้รับความใส่ใจ และมองไม่เห็นโอกาสก้าวหน้า
    5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้พนักงานอยากจะทำให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแบบอย่างให้แก่เพื่อนร่วมงานคนอื่นอยากจะพยายามมากขึ้นเพื่อให้ได้การยอมรับและชื่นชมเช่นเดียวกัน


    กุลปริยา แย้มเกษร 12590005

    ตอบลบ
  42. ความสำเร็จของบริษัทส่วนหนึ่งก็วัดกันที่ความสามารถของพนักงาน จะเกิดผลเสียขนาดไหนหากจู่ๆ ลูกน้องของเราเกิดขาดแรงจูงใจในการทำงานขึ้นมาเสียเฉยๆ ดังนั้นเราจึงควรศึกษาหาวิธีการแก้ไขสถานการณ์เมื่อลูกน้องเกิดหมดไฟและขาดแรงจูงใจไว้บ้าง
    1.ใกล้ชิดกับพนักงานให้มากขึ้น ควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย ควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา แล้วลองมอบหมายงานชนิดนั้นให้เขาทำ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เขาทำงานอย่างมีความสุข แต่หากเกิดจากปัญหาส่วนตัว เขาต้องการให้ช่วยเหลืออย่างไร
    2สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ จากนั้นกระตุ้นการทำงานร่วมกันและการช่วยเหลือกันภายในทีมให้เกิดเป็นพลังบวก ซึ่งจะทำให้ทุกคนในทีมมีความแน่นแฟ้น และพร้อมช่วยกันฉุดดึงเพื่อนร่วมทีมที่กำลังอ่อนแรง ให้เข้มแข็งขึ้นได้
    3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน
    4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อย่าปล่อยให้เขาทำงานไปวัน ๆ โดยไม่ได้รับความใส่ใจ และมองไม่เห็นโอกาสก้าวหน้า
    5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย ควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้พนักงานอยากจะทำให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแบบอย่างให้แก่เพื่อนร่วมงานคนอื่นอยากจะพยายามมากขึ้นเพื่อให้ได้การยอมรับและชื่นชมเช่นเดียวกัน
    (นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)

    ตอบลบ
  43. หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
    1. การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
    2. การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
    3. การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด

    ( ศศิมา ปานชงค์ 12590077 )

    ตอบลบ
  44. เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นผู้บริหารจึงไม่ควรละเลยที่จะใส่ใจในความคิดความรู้สึกของพนักงาน การบริหารคนควบคู่ไปกับการบริหารงาน ซึ่งหน้าที่งานอย่างหนึ่งที่ผู้บริหารพึงปฏิบัตินั่นก็คือการหาวิธีจูงใจพนักงานในการทำงาน ด้วยวิธี D-R-I-V-E
    1. Development - การพัฒนาและฝึกอบรม เช่น การสอนงานเพื่อให้ลูกน้องเข้าใจวิธีการ และขอบเขตหน้าที่งานที่ต้องรับผิดชอบ การส่งเข้าฝึกอบรมกับหน่วยงานภายนอก เพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น การให้คำปรึกษาแนะนำ เพื่อช่วยในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และการโยกย้ายสับเปลี่ยนงาน เพื่อส่งเสริมให้เกิดทักษะที่หลากหลายมากขึ้น
    2. Relation – สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับพนักงาน เช่น การพาพนักงานไปเลี้ยงอาหารกลางวันหรืออาหารเย็นเนื่องในโอกาสพิเศษ หรือรับฟังและเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาของพนักงานที่ไม่ใช่ปัญหาจากการทำงาน และหรือสร้างอารมณ์ขัน สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะกับพนักงาน
    3. Individual Motivation – ในฐานะของผู้บริหารจำเป็นที่จะต้องวิเคราะห์พนักงานแต่ละคนว่าพวกเขามีนิสัย บุคลิกลักษณะและความต้องการอย่างไร เช่น หากพบว่าพนักงานชอบที่จะแสดงความคิดสร้างสรรค์ ผู้บริหารควรจะมอบหมายงานที่ส่งเสริมให้พวกเขาได้ใช้ความคิดและสามารถนำเสนอแนวคิดต่างๆ กับคุณได้
    4. Verbal Communication - คำพูดเปรียบเสมือนดาบสองคมที่ส่งผลทั้งด้านบวกและด้านลบกับตัวคุณเองในฐานะของผู้บริหารบางครั้งการไม่พูดหรือนิ่งเฉย จะดูดีกว่าการพูดออกไป โดยเฉพาะคำพูดในทางลบที่อยากให้คุณจงหลีกเลี่ยง จงพยายามเลือกใช้คำพูดทางบวกที่สร้างสรรค์และจูงใจให้พวกเขาอยากทำงานให้กับคุณ
    5. Environment Arrangement - สภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถจูงใจให้พนักงานอยากทำงาน เช่น การปรับเปลี่ยนรูปโฉมออฟฟิศใหม่ หรือการจัดหาอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการทำงานต่างๆ ให้พร้อมในการทำงาน เป็นต้น
    (ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)

    ตอบลบ
  45. หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
    -การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
    -การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
    -การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด
    (สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)

    ตอบลบ
  46. หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
    -การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
    -การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
    -การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด
    นางสาวณัฐนรี สีทองสุก 12590022

    ตอบลบ
  47. หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
    - การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
    - การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
    - การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด
    (วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)

    ตอบลบ
  48. หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
    - การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
    - การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
    - การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด
    (นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)

    ตอบลบ
  49. หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
    -การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
    -การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
    -การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด (ศุภิสรา นรินยา 12590717)

    ตอบลบ
  50. วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน มีวิธีดังต่อไปนี้
    1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ
    2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมทเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว
    3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้
    4.การสื่อสารในเชิงบวก ทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก
    5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ
    6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้น การเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี
    7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคค ควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้
    8.ให้เกียรติพนักงาน การให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร
    9.มีความยุติธรรม องค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
    (ณัฐฌา ปักกัง 12590019)

    ตอบลบ
  51. หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้าน ผู้บริหารควรแนวคิดการออกแบบงาน ในเรื่องการหมุนเวียนงานมาแก้ปัญหา เนื่องจากเป็นการที่องค์กรกำหนดให้พนักงานสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่งนาระหว่างกลุ่มพนักงาน เพื่อให้พนักงานมีโอกาสหมุนเวียนไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอื่น ซึ่งมีความรับผิดชอบแตกต่างจากเดิม นอกจากจะแก้ความเบื่อหน่ายแล้วยังมีประโยชน์ต่อองค์กรอีกด้วย
    (นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)

    ตอบลบ
  52. หากหัวหน้างานมักกังวัลเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทำงานของลูกน้องว่าจะทำอย่างไรให้พวกเขาทำงานกันได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันหัวหน้างานก็มักจะไม่ค่อยรู้วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้
    1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ
    2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมทเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว
    3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้
    4.การสื่อสารในเชิงบวก
    ทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก
    5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ
    6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้น
    การเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี
    7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้
    8.ให้เกียรติพนักงาน
    การให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร
    9.มีความยุติธรรม
    องค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
    (นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)

    ตอบลบ
  53. เมื่อเริ่มเห็นสัญญาณว่า พนักงานเริ่มเบื่องาน ความกระตือรือร้นหด ประสิทธิภาพการทำงานหาย ทั้งที่เขาเคยทำงานแบบนี้ได้ดีมาก่อน เป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลองใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ในการจูงใจพนักงาน ดังนี้
    1. ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว
    2. สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ
    3. เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ
    4. วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน
    5. สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป
    (นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)

    ตอบลบ
  54. พนักงานของคุณเริ่มเบื่องาน ความกระตือรือร้นหด ประสิทธิภาพการทำงานหาย ทั้งที่เขาเคยทำงานแบบนี้ได้ดีมาก่อน เป็นหน้าที่ของคุณที่จะสร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ลองใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้ในการจูงใจพนักงาน
    1.ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย คุณควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา
    2.สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ
    3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป
    4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ
    5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป
    (นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)

    ตอบลบ
  55. 1.ใกล้ชิดกับพนักงานของคุณให้มากขึ้น คุณควรพูดคุยกับเขา ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร งานไม่ท้าทาย หรือปัญหาส่วนตัว หากเกิดจากเขาเริ่มรู้สึกว่างานไม่ท้าทาย คุณควรหางานที่เขาสนใจและเป็นงาน ท้าทายสำหรับเขา แล้วลองมอบหมายงานชนิดนั้นให้เขาทำ เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เขาทำงานอย่างมีความสุข แต่หากเกิดจากปัญหาส่วนตัว เขาต้องการให้คุณช่วยเหลืออย่างไร
    2.สร้างพลังบวกภายในทีม อธิบายให้พนักงานเข้าใจเป้าหมายกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจขององค์กร และรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทอย่างไรในแผนกและมีความสำคัญอย่างไรต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ จากนั้นกระตุ้นการทำงานร่วมกันและการช่วยเหลือกันภายในทีมให้เกิดเป็นพลังบวก ซึ่งจะทำให้ทุกคนในทีมมีความแน่นแฟ้น และพร้อมช่วยกันฉุดดึงเพื่อนร่วมทีมที่กำลังอ่อนแรง ให้เข้มแข็งขึ้นได้
    3.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน
    4.วางแผนพัฒนาพนักงานเป็นรายบุคคล พนักงานแต่ละคนมีความสามารถและทักษะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน คุณควรวางแผนพัฒนาพนักงานแต่ละคนอย่างเหมาะสม เช่น คนนี้เก่งเรื่องนี้ คนนั้นเก่งด้านนั้น ก็ควรมีการโค้ชงาน และให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวเพื่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ อย่างลึกซึ้งมากขึ้น อย่าปล่อยให้เขาทำงานไปวัน ๆ โดยไม่ได้รับความใส่ใจ และมองไม่เห็นโอกาสก้าวหน้า
    5.สังเกตความก้าวหน้าของพนักงานและให้รางวัล แรงจูงใจที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับพนักงาน คือมีคนเห็นในความตั้งใจ และความสามารถของเขา เมื่อพนักงานทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย คุณควรมีรางวัลเพื่อจูงใจให้เขา รักษาความดีนี้สืบไป รวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้พนักงานอยากจะทำให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นแบบอย่างให้แก่เพื่อนร่วมงานคนอื่นอยากจะพยายามมากขึ้นเพื่อให้ได้การยอมรับและชื่นชมเช่นเดียวกัน
    (น.ส.ชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)

    ตอบลบ
  56. หากหัวหน้างานมักกังวัลเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทำงานของลูกน้องว่าจะทำอย่างไรให้พวกเขาทำงานกันได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันหัวหน้างานก็มักจะไม่ค่อยรู้วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงาน ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้
    1.จัดการฝึกอบรมและพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนให้พวกเขามีความรู้ ตลอดจนมีทักษะเพิ่มมากขึ้น โดยการจัดการอมรมนั้นมีหลากหลายวิธี เช่นการหมุนเวียนตำแหน่งงาน (Job Rotation) การสับเปลี่ยน โยกย้าย หรือหมุนเวียนตำแหน่งงานนั้น มีประโยชน์ตรงที่ทำให้พนักงานไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำงาน ทั้งยังได้พัฒนาทักษะใหม่ๆ
    2.สวัสดิการและสิทธิพิเศษอื่นๆการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้ หัวหน้างานสามารถใช้สวัสดิการและสิทธิพิเศษที่เหมาะสมเพื่อเป็นแรงจูงใจพนักงานได้ เช่น สวัสดิการด้านการท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ อย่างเช่นการจัดทริปประจำปี การให้ตั๋วเครื่องบินท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งเป็นการให้รางวัลพนักงานที่ทำงานหนักมาทั้งปี และช่วยให้พนักงานได้พักผ่อนอย่างมีความสุข เป็นการกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว
    3.ให้สิ่งตอบที่องค์กรจัดทำขึ้นพิเศษ องค์กรอาจให้สิ่งตอบแทนเพิ่มเติมที่แสดงถึงการขอบคุณจากองค์กร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยของขวัญนั้นควรเป็นของพิเศษที่องค์กรจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ หาซื้อที่ไหนไม่ได้
    4.การสื่อสารในเชิงบวก
    ทั้งนี้คำพูดขึ้นอยู่กับกาลเทศะและสถานการณ์แต่ละครั้งได้เหมือนกัน ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีความหมายในทางลบ ควรพูดในเชิงบวก พูดด้วยไมตรี สุภาพ ไม่พูดโกหก
    5.สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทํางาน กระตุ้นให้เกิดการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ลดความเบื่อหน่ายกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ
    6.เพิ่มเวลาส่วนตัวตลอดจนเวลาพักผ่อนให้พนักงานมากขึ้น
    การเพิ่มเวลาส่วนตัวให้พนักงาน ตลอดจนเพิ่มเวลาพักผ่อนให้กับบุคลากรในองค์กรให้ผ่อนคลายมากขึ้น ก็เป็นการสร้างพลังในการทำงานที่ดี
    7.สร้างแรงจูงใจส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเหมาะสม หัวหน้างานตลอดจนฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรวิเคราะห์ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ และความต้องการของพนักงานแต่ละคนได้
    8.ให้เกียรติพนักงาน
    การให้เกียรติพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดี แสดงความจริงใจ มีไมตรี เปิดใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ในยามที่มีปัญหา และต้องแสดงให้พนักงานเห็นว่าทุกคนมีความสำคัญกับองค์กร
    9.มีความยุติธรรม
    องค์กรตลอดจนบุคลากรทุกคนควรมีความยุติธรรม โดยเฉพาะหัวหน้างานที่ต้องไม่ลำเอียง ไม่เลือกปฎิบัติ ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความเท่าเทียม ตลอดจนไม่ใส่ใจคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
    (นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)

    ตอบลบ
  57. มิติสัมพันธภาพระหว่างบุคคลในการ ทางานไว้ 8 องค์ประกอบ ดังนี้
    1. ความมั่นใจและความไว้วางใจที่มีต่องานและเพื่อนร่วมงาน (Confidence and Trust) ความมั่นใจและความไว้วางใจเป็นพฤติกรรมที่อยู่คู่กันไป เมื่อเพื่อนร่วมงานเกิดความไว้วางใจต่อกันก็ จะเกิดความเชื่อมั่นอย่างจริงจังต่อกัน โดยไม่เคลือบแคลงสงสัยว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพราะมีความ เชื่อมั่นอยู่ภายในความรู้สึกปรารถนาดีและเชื่อถือได้ การสร้างความรู้สึกไว้วางใจให้เกิดขึ้นกับบุคคล นั้น ไม่ได้เกิดขึ้นโดยง่ายจากเทคนิควิธีที่ผู้สร้างตั้งใจจะให้เกิดขึ้น หากแต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ความเสมอต้นเสมอปลายมากกว่าความเข้าใจกันได้ บุคคลจะไม่ระบายความรู้สึก หรือบอกข้อมูล สาคัญแก่บุคคลอื่น หากไม่เกิดความไว้วางใจและความมั่นใจว่าจะเชื่อถือได้
    2. การให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน (Mutual Help) มีความสาคัญยิ่ง บุคคลควรมีความ ยินดีแบ่งปันช่วยกันทางาน ไม่นิ่งดูดายแม้เป็นงานหนักของผู้อื่น หรือหวงแหนสิ่งที่ตนเองได้มา โดยเฉพาะส่วนที่จะได้ร่วมกัน
    3. การให้ความสนับสนุนซึ่งกันและกัน (Mutual Support) โดยมีหลักสาคัญว่า องค์กรจะมี ผลสัมฤทธิ์สูงได้ก็ต่อเมื่อทุกกระบวนการของความต้องการภายในองค์กรได้รับการสนับสนุนซึ่งกันและ กันนี้อาจแสดงออกงพฤติกรรมได้หลายลักษณะ เช่น ความเต็มใจรับฟังผู้อื่น การให้การยอมรับนับถือ ยกย่อง การให้ข้อมูลย้อนกลับงบวก และยอมรับฟังข้อคิดเห็นของผู้อื่นด้วยความจริงใจ
    (ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)

    ตอบลบ
  58. หากพนักงานมีความเบื่อหน่ายกับงาน ควรทำดังนี้
    1.เปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ทุกคนล้วนอยากเรียนรู้ เติบโต และประสบความสำเร็จทั้งนั้น คุณจึงควรเปิดโอกาสให้พนักงานได้เปิดหูเปิดตา ไปดูงาน หรือส่งไปฝึกอบรมคอร์สที่น่าสนใจ เพื่อนำมาใช้พัฒนาการทำงานของพนักงานต่อไป เมื่อเขาได้รับการส่งเสริม เขาจะเกิดความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน ว่าองค์กรนี้มีเส้นทางให้เขาเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เขาก็จะไม่รู้สึกเบื่องาน
    2.กำหนดนโยบายการหมุนเวียนงาน โดยผูกเข้ากับระบบการพัฒนาคน และระบบการเติบโตตามสายอาชีพของพนักงานได้ พนักงานก็จะเข้าใจ และไม่เกิดแรงต้าน องค์กรเองก็จะมีพนักงานที่มีความรอบรู้มากขึ้น และสามารถที่จะทำงานในด้านต่างๆ ได้มากขึ้น และที่สำคัญก็คือ เข้าใจว่างานด้านต่างๆ นั้นมีข้อจำกัด และมีความยากในงานของมันเอง ก็จะช่วยลดความขัดแย้งในการทำงานระหว่างฝ่ายงานต่างๆ ลงได้อย่างดี
    (สมภพ ขุนทรง 12590079)

    ตอบลบ
  59. หากพนักงานในองค์กรเกิดความเบื่อหน่ายกับการปฏิบัติหน้าที่เฉพาะด้วย ผู้บริหารควรหารทางเลือกอื่นในการออกเเบบงาน จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่น ได้เเก่
    -การหมุนเวียน องค์กรกำหนดให้พนักงานสนับสับเปลี่ยนตำเเหน่งหน้าที่งานระหว่างกลุ่มพนักงาน
    -การขยายขอบเขตงาน การเพิ่มปริมาณเเละความหลากหลายของเนื้องานในตำเเหน่งหน้าที่หนึ่งๆโดยปริมาณเเละความหลากหลายที่เพิ่มขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติงานสามาถใช้ทักษะเเละความรู้ความสามารถในลักษณะเดียวกับการทำหน้าที่เดิม
    -การเพิ่มคุณค่างาน การยกระดับขอบเขตงานของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานบรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีโอกาสประสบความสำเร็จ เเละความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงสุด
    (ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)

    ตอบลบ