การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดของ Frederick Herzberb ในปี 1950 และ 1960 ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) ต่อมา Hackman และ Oldham ได้นำมาศึกษาต่อ มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของงาน (Job Characteristics Model) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของ Job Enrichment ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร Job Enrichment จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่องรูปแบบของการเพิ่มคุณค่าในงาน Job Enrichment ที่นิยมใช้อยู่ในองค์การนั้นมี 2 รูปแบบที่แตกต่างกันตามลักษณะงานที่มอบหมายให้พนักงานรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้1) การเพิ่มคุณค่างานในงานที่มีระดับหรือค่างานเช่นเดียวกับงานที่พนักงานได้รับมอบหมายในปัจจุบัน หมายถึง การเพิ่มคุณค่างานให้กับพนักงานได้ทำงานที่มีระดับงานที่เท่ากับงานปัจจุบัน เป็นงานที่มีความหลากหลายทำให้ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น หรือเป็นการทำงานที่ท้าทาย โดยอาจเป็นการทำงานเชิงเทคนิคมากขึ้น2) การเพิ่มคุณค่างานในงานที่มีระดับหรือค่างานสูงกว่างานที่พนักงานได้รับมอบหมายในปัจจุบัน หมายถึง การเพิ่มคุณค่างานโดยมอบหมายให้พนักงานทำงานในขอบเขตงานที่สูงมากขึ้น และพนักงานมีโอกาสในการตัดสินใจมากขึ้น ซึ่งการเพิ่มคุณค่างานในลักษณะนี้เป็นการช่วยกระตุ้น ส่งเสริมให้พนักงานมีความพร้อมที่จะรับผิดชอบงานในตำแหน่งงานที่สูงขึ้นต่อไปได้ (ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วยวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้นจะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป(นางสาวชนาวาส บัววงค์) 12590013
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วยวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้นจะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
การเพิ่มคุณค่างาน ( Job Entrchment) หมายถึง การรยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามี อำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ การยอมรับ มีโอกาสประสบความสำเร็จ แบะมีความก้าวหน้าทางกน้าที่การงานสูงขึ้น ทั้งนี้องค์กรกรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆ ของงาน ดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน 1.ความหลากหลายของทักษะ ( Skill Variety ) หมายถึง การเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้ใช้ทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติม 2.เอกลักษณ์ของงาน ( Task Iderntity ) หมายถึง การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบ3.ความสำคัญของงาน ( Task Significance ) หมายถึง การทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดได้ 4.ความมีอิสระในการทํางาน ( Task Automorry ) หมายถึง การอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงาน สามารถกำหนดวิธีการทำงาน ช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง(ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)
การเพิ่มคุณค่างาน (Job Enrichment) การเพิ่มคุณค่างานหมายถึงการยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบการยอมรับมีโอกาสประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้นหลักการที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่างานเรียกว่าการเพิ่มความลึกของงาน (Job Depth) ทั้งนี้องค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน 1. ความหลากหลายของทักษะ (Skil Variety) หมายถึงการเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆเช่นงานเลขานุการโดยทั่วไปอาจทำหน้าที่เพียงแค่พิมพ์งานจัดแฟ้มและจดบันทึกนัดหมายของผู้บริหารการเพิ่มความหลากหลายของทักษะอาจทำได้โดยเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบอื่นเช่นการร่างจดหมายการจัดเตรียมการนำเสนอข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์การจดบันทึกรายงานการประชุมตลอดจนการให้ความเห็นแก่ผู้บริหารในงานด้านต่างๆขององค์กรจะเห็นได้ว่าหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เลขานุการจำเป็นต้องใช้หรือต้องฝึกฝนทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติมซึ่งทำให้ตนเองตระหนักถึงสำคัญของตำแหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานสร้างแรงจูงใจและทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 2. เอกลักษณ์ของงาน (Task Identity) หมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงานทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบวิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเช่นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์อาจทำหน้าที่เพียงรับแจ้งข้อบกพร่องของคอมพิวเตอร์แล้วส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาและซ่อมแซมต่อไปกรณีนี้การเพิ่มเอกลักษณ์ของงานสามารถทำได้โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์สามารถทำหน้าที่ตลอดกระบวนการได้ตั้งแต่รับแจ้งข้อบกพร่องให้คำแนะนำปรึกษาและจัดการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ 3. ความสำคัญของงาน (Task Significance) หมายถึงการทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากรเบคคลอาจมีหน้าที่สัมภาษณ์พนักงานใหม่ซึ่งโดยปกติแล้วตำแหน่งงานที่รับสมัครแต่ละตำแหน่งคาจมีผู้มาสมัครเป็นจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่เบื่อหน่ายการสัมภาษณ์เนื่องจากต้องตั้งคำถามลักษณะเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนอาจขาดความกระตือรือล้นในการช่วยคัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพเข้ามาในองค์กรด้วยเหตุนี้ผู้บริหารควรชี้แจงให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเห็นว่าหากสามารถคัดและกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติและทัศนคติที่เหมาะสมเข้ามาในองค์กรได้ย่อมทำให้งานในส่วนต่างๆสามารถทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากตนเองซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำเพื่อใช้ในโรงงานแต่หากไม่กรองสิ่งสกปรกออกไปย่อมส่งผลให้เครื่องจักรในโรงงานประสบปัญหาและอาจเสียหายได้ในที่สุด 4. ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy) หมายถึงการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดวิธีการทำงานช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดของ Frederick Herzberb ในปี 1950 และ 1960 ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) ต่อมา Hackman และ Oldham ได้นำมาศึกษาต่อ มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของงาน (Job Characteristics Model) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของ Job Enrichment ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร Job Enrichment จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่องเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์หลักของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment ได้แก่1. Renewal การทำให้เกิดความแปลกใหม่ ไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลง ลักษณะงาน บุคคลที่จะต้องติดต่อประสานงานด้วย เปลี่ยนมุมมองหรือความคิดจากงานเดิม2. Exploration การพัฒนาและการแสวงหาทักษะความชำนาญที่มากขึ้น พัฒนาสัมพันธภาพที่เกิดขึ้นจากการทำงานใหม่ ๆ3. Specialization การชำนาญในงานเป็นพิเศษ ก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการงานนั้นที่ลึกขึ้น ยากและท้าทายมากขึ้น(ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)
การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดของ Frederick Herzberb ในปี 1950 และ 1960 ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) ต่อมา Hackman และ Oldham ได้นำมาศึกษาต่อ มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของงาน (Job Characteristics Model) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของ Job Enrichment ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร “Job Enrichment” จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่องเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์หลักของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment ได้แก่1. Renewal – การทำให้เกิดความแปลกใหม่ ไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลง ลักษณะงาน บุคคลที่จะต้องติดต่อประสานงานด้วย เปลี่ยนมุมมองหรือความคิดจากงานเดิม2. Exploration– การพัฒนาและการแสวงหาทักษะความชำนาญที่มากขึ้น พัฒนาสัมพันธภาพที่เกิดขึ้นจากการทำงานใหม่ ๆ3. Specialization – การชำนาญในงานเป็นพิเศษ ก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการงานนั้นที่ลึกขึ้น ยากและท้าทายมากขึ้น(นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)
การเพิ่มคุณค่างาน (Job Enrichment) การเพิ่มคุณค่างานหมายถึงการยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบการยอมรับมีโอกาสประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้นหลักการที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่างานเรียกว่าการเพิ่มความลึกของงาน (Job Depth) ทั้งนี้องค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน1. ความหลากหลายของทักษะ (Skil Variety) หมายถึงการเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆเช่นงานเลขานุการโดยทั่วไปอาจทำหน้าที่เพียงแค่พิมพ์งานจัดแฟ้มและจดบันทึกนัดหมายของผู้บริหารการเพิ่มความหลากหลายของทักษะอาจทำได้โดยเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบอื่นเช่นการร่างจดหมายการจัดเตรียมการนำเสนอข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์การจดบันทึกรายงานการประชุมตลอดจนการให้ความเห็นแก่ผู้บริหารในงานด้านต่างๆขององค์กรจะเห็นได้ว่าหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เลขานุการจำเป็นต้องใช้หรือต้องฝึกฝนทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติมซึ่งทำให้ตนเองตระหนักถึงสำคัญของตำแหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานสร้างแรงจูงใจและทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น2. เอกลักษณ์ของงาน (Task Identity) หมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงานทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบวิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเช่นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์อาจทำหน้าที่เพียงรับแจ้งข้อบกพร่องของคอมพิวเตอร์แล้วส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาและซ่อมแซมต่อไปกรณีนี้การเพิ่มเอกลักษณ์ของงานสามารถทำได้โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์สามารถทำหน้าที่ตลอดกระบวนการได้ตั้งแต่รับแจ้งข้อบกพร่องให้คำแนะนำปรึกษาและจัดการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ 3. ความสำคัญของงาน (Task Significance) หมายถึงการทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากรเบคคลอาจมีหน้าที่สัมภาษณ์พนักงานใหม่ซึ่งโดยปกติแล้วตำแหน่งงานที่รับสมัครแต่ละตำแหน่งคาจมีผู้มาสมัครเป็นจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่เบื่อหน่ายการสัมภาษณ์เนื่องจากต้องตั้งคำถามลักษณะเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนอาจขาดความกระตือรือล้นในการช่วยคัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพเข้ามาในองค์กรด้วยเหตุนี้ผู้บริหารควรชี้แจงให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเห็นว่าหากสามารถคัดและกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติและทัศนคติที่เหมาะสมเข้ามาในองค์กรได้ย่อมทำให้งานในส่วนต่างๆสามารถทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากตนเองซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำเพื่อใช้ในโรงงานแต่หากไม่กรองสิ่งสกปรกออกไปย่อมส่งผลให้เครื่องจักรในโรงงานประสบปัญหาและอาจเสียหายได้ในที่สุด 4. ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy) หมายถึงการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดวิธีการทำงานช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง(นางสาว ณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง(นายธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วยวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้นจะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
5.การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีความหลากหลายของทักษะการทำงานเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้ใช้ทักษะด้านอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆ เช่นเลขานุการ และการทำให้งานมีเอกลักษณ์ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบ วิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติมองเห็นว่า ตนเองสามารถทำงานได้สมบุรณ์ แล้วทำให้งานมีความสำคัญของงานโดยทำให้ทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากร และความมีอิสระในการทำงาน เป็นการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงาน สามารถกำหนดรายละเอียดในการทำงานได้เอง (อารียา ปานทอง 12590109)
การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
การเพิ่มคุณค่างาน (Job Enrichment) การเพิ่มคุณค่างานหมายถึงการยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบการยอมรับมีโอกาสประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้นหลักการที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่างานเรียกว่าการเพิ่มความลึกของงาน (Job Depth) ทั้งนี้องค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน1. ความหลากหลายของทักษะ (Skil Variety) หมายถึงการเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆเช่นงานเลขานุการโดยทั่วไปอาจทำหน้าที่เพียงแค่พิมพ์งานจัดแฟ้มและจดบันทึกนัดหมายของผู้บริหารการเพิ่มความหลากหลายของทักษะอาจทำได้โดยเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบอื่นเช่นการร่างจดหมายการจัดเตรียมการนำเสนอข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์การจดบันทึกรายงานการประชุมตลอดจนการให้ความเห็นแก่ผู้บริหารในงานด้านต่างๆขององค์กรจะเห็นได้ว่าหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เลขานุการจำเป็นต้องใช้หรือต้องฝึกฝนทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติมซึ่งทำให้ตนเองตระหนักถึงสำคัญของตำแหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานสร้างแรงจูงใจและทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น2. เอกลักษณ์ของงาน (Task Identity) หมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงานทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบวิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเช่นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์อาจทำหน้าที่เพียงรับแจ้งข้อบกพร่องของคอมพิวเตอร์แล้วส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาและซ่อมแซมต่อไปกรณีนี้การเพิ่มเอกลักษณ์ของงานสามารถทำได้โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์สามารถทำหน้าที่ตลอดกระบวนการได้ตั้งแต่รับแจ้งข้อบกพร่องให้คำแนะนำปรึกษาและจัดการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ 3. ความสำคัญของงาน (Task Significance) หมายถึงการทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากรเบคคลอาจมีหน้าที่สัมภาษณ์พนักงานใหม่ซึ่งโดยปกติแล้วตำแหน่งงานที่รับสมัครแต่ละตำแหน่งคาจมีผู้มาสมัครเป็นจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่เบื่อหน่ายการสัมภาษณ์เนื่องจากต้องตั้งคำถามลักษณะเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนอาจขาดความกระตือรือล้นในการช่วยคัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพเข้ามาในองค์กรด้วยเหตุนี้ผู้บริหารควรชี้แจงให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเห็นว่าหากสามารถคัดและกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติและทัศนคติที่เหมาะสมเข้ามาในองค์กรได้ย่อมทำให้งานในส่วนต่างๆสามารถทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากตนเองซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำเพื่อใช้ในโรงงานแต่หากไม่กรองสิ่งสกปรกออกไปย่อมส่งผลให้เครื่องจักรในโรงงานประสบปัญหาและอาจเสียหายได้ในที่สุด 4. ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy) หมายถึงการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดวิธีการทำงานช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง (น.ส. อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
การเพิ่มคุณค่างาน (Job Enrichment) การเพิ่มคุณค่างานหมายถึงการยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบการยอมรับมีโอกาสประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้นหลักการที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่างานเรียกว่าการเพิ่มความลึกของงาน (Job Depth) ทั้งนี้องค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน1. ความหลากหลายของทักษะ (Skil Variety) หมายถึงการเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆเช่นงานเลขานุการโดยทั่วไปอาจทำหน้าที่เพียงแค่พิมพ์งานจัดแฟ้มและจดบันทึกนัดหมายของผู้บริหารการเพิ่มความหลากหลายของทักษะอาจทำได้โดยเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบอื่นเช่นการร่างจดหมายการจัดเตรียมการนำเสนอข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์การจดบันทึกรายงานการประชุมตลอดจนการให้ความเห็นแก่ผู้บริหารในงานด้านต่างๆขององค์กรจะเห็นได้ว่าหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เลขานุการจำเป็นต้องใช้หรือต้องฝึกฝนทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติมซึ่งทำให้ตนเองตระหนักถึงสำคัญของตำแหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานสร้างแรงจูงใจและทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น2. เอกลักษณ์ของงาน (Task Identity) หมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงานทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบวิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเช่นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์อาจทำหน้าที่เพียงรับแจ้งข้อบกพร่องของคอมพิวเตอร์แล้วส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาและซ่อมแซมต่อไปกรณีนี้การเพิ่มเอกลักษณ์ของงานสามารถทำได้โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์สามารถทำหน้าที่ตลอดกระบวนการได้ตั้งแต่รับแจ้งข้อบกพร่องให้คำแนะนำปรึกษาและจัดการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ 3. ความสำคัญของงาน (Task Significance) หมายถึงการทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากรเบคคลอาจมีหน้าที่สัมภาษณ์พนักงานใหม่ซึ่งโดยปกติแล้วตำแหน่งงานที่รับสมัครแต่ละตำแหน่งคาจมีผู้มาสมัครเป็นจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่เบื่อหน่ายการสัมภาษณ์เนื่องจากต้องตั้งคำถามลักษณะเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนอาจขาดความกระตือรือล้นในการช่วยคัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพเข้ามาในองค์กรด้วยเหตุนี้ผู้บริหารควรชี้แจงให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเห็นว่าหากสามารถคัดและกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติและทัศนคติที่เหมาะสมเข้ามาในองค์กรได้ย่อมทำให้งานในส่วนต่างๆสามารถทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากตนเองซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำเพื่อใช้ในโรงงานแต่หากไม่กรองสิ่งสกปรกออกไปย่อมส่งผลให้เครื่องจักรในโรงงานประสบปัญหาและอาจเสียหายได้ในที่สุด 4. ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy) หมายถึงการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดวิธีการทำงานช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง(วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)
ในการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร บริษัทที่ประสบความสำเร็จจะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืนโดยการทำให้ความสามารถของบุคลากรสอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจการควบรวมหรือการซื้อกิจการ การปรับโครงสร้างใหม่หรือการเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจเป็นตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกองค์กร ซึ่งทำให้เกิดความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกระบวนการและระบบเพื่อหาจุดโฟกัสและฟื้นฟูศักยภาพขององค์กรในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ(พัชมน มนต์วิมลพร 12590053)
การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดของ Frederick Herzberb ในปี 1950 และ 1960 ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) ต่อมา Hackman และ Oldham ได้นำมาศึกษาต่อ มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของงาน (Job Characteristics Model) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของ Job Enrichment ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร “Job Enrichment” จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่องรูปแบบของการเพิ่มคุณค่าในงานJob Enrichment ที่นิยมใช้อยู่ในองค์การนั้นมี 2 รูปแบบที่แตกต่างกันตามลักษณะงานที่มอบหมายให้พนักงานรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้1) การเพิ่มคุณค่างานในงานที่มีระดับหรือค่างานเช่นเดียวกับงานที่พนักงานได้รับมอบหมายในปัจจุบัน หมายถึง การเพิ่มคุณค่างานให้กับพนักงานได้ทำงานที่มีระดับงานที่เท่ากับงานปัจจุบัน เป็นงานที่มีความหลากหลายทำให้ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น หรือเป็นการทำงานที่ท้าทาย โดยอาจเป็นการทำงานเชิงเทคนิคมากขึ้น2) การเพิ่มคุณค่างานในงานที่มีระดับหรือค่างานสูงกว่างานที่พนักงานได้รับมอบหมายในปัจจุบัน หมายถึง การเพิ่มคุณค่างานโดยมอบหมายให้พนักงานทำงานในขอบเขตงานที่สูงมากขึ้น และพนักงานมีโอกาสในการตัดสินใจมากขึ้น ซึ่งการเพิ่มคุณค่างานในลักษณะนี้เป็นการช่วยกระตุ้น ส่งเสริมให้พนักงานมีความพร้อมที่จะรับผิดชอบงานในตำแหน่งงานที่สูงขึ้นต่อไปได้(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วยวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้นจะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป(บุญธิดา กะตะศิลา 12590043)
ข้อ 5ในการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร บริษัทที่ประสบความสำเร็จจะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืนโดยการทำให้ความสามารถของบุคลากรสอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ การควบรวมหรือการซื้อกิจการ การปรับโครงสร้างใหม่หรือการเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจเป็นตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกองค์กร ซึ่งทำให้เกิดความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกระบวนการและระบบเพื่อหาจุดโฟกัสและฟื้นฟูศักยภาพขององค์กรในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพบริการเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรของเราช่วยนำคุณค่ามาสู่องค์กรของลูกค้าโดยการอำนวยความสะดวกในการบูรณาการและประสานสอดคล้องกลยุทธ์ทางธุรกิจกับกลยุทธ์การบริหารจัดการความรู้ความสามารถที่ใช้ได้จริง(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดของ Frederick Herzberb ในปี 1950 และ 1960 ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) ต่อมา Hackman และ Oldham ได้นำมาศึกษาต่อ มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของงาน (Job Characteristics Model) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของ Job Enrichment ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร “Job Enrichment” จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่องรูปแบบของการเพิ่มคุณค่าในงาน(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วยวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้นจะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป(นางสาวสุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วยวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้นจะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป(จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วยวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้นจะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป(สิริกร ราชมณี 12590084)
การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดของ Frederick Herzberb ในปี 1950 และ 1960 ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) ต่อมา Hackman และ Oldham ได้นำมาศึกษาต่อ มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของงาน (Job Characteristics Model) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของ Job Enrichment ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร Job Enrichment จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่องเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์หลักของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment ได้แก่1. Renewal การทำให้เกิดความแปลกใหม่ ไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลง ลักษณะงาน บุคคลที่จะต้องติดต่อประสานงานด้วย เปลี่ยนมุมมองหรือความคิดจากงานเดิม2. Exploration การพัฒนาและการแสวงหาทักษะความชำนาญที่มากขึ้น พัฒนาสัมพันธภาพที่เกิดขึ้นจากการทำงานใหม่ ๆ3. Specialization การชำนาญในงานเป็นพิเศษ ก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการงานนั้นที่ลึกขึ้น ยากและท้าทายมากขึ้นอย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment จะมีประโยชน์กับพนักงาน แต่มีพนักงานบางกลุ่มที่ต่อต้าน ปฏิเสธไม่ยอมรับงานที่ต้องเพิ่มมากขึ้น พวกเขาจะมองว่าเป็นการสูญเสียเวลาที่จะต้องบริหารจัดการงานที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นหากผู้บังคับบัญชาต้องการที่จะมอบหมายงานให้พนักงานยากและท้าทายขึ้น ผู้บังคับบัญชาจะต้องชี้แจงวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน (Clarity) เชื่อมโยงกับความก้าวหน้าและเป้าหมายในอาชีพ โดยให้คำแนะนำ/กรอบแนวทางปฏิบัติ ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงแก่พนักงานในการบริหารจัดการกับงานที่เพิ่มมากขึ้น (Introduction) เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจในตัวพนักงานว่าพวกเขาสามารถบริหารงานที่ก่อให้เกิดมูลค่าในงาน (Job Value Added) ที่มากขึ้นและยากกว่าเดิมได้ พบว่าเครื่องมือการออกแบบงานที่เน้นการเพิ่มคุณค่าในงานหรือ Job Enrichment จึงเหมาะกับการเตรียมความพร้อมในสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน เพื่อช่วยเตรียมพนักงานให้สามารถรับผิดชอบงานที่เพิ่มขึ้นในตำแหน่งงานที่สูงขึ้นรัญชริดา มะนุ่น 12590067
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วยวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้นนางสาววชิราพร คำกอง 12590068
5. การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไรตอบ : การเพิมคุณค่างาน หมายถึง การยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ การยอมรับ มีโอกาสประสบความสำเร็จ และมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้น หลักการที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่างาน เรียกว่า การเพิ่มความลึกของงาน ที่งนี้ องค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะในด้านต่างๆ ของงานดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่1. ความหลากหลายของทักษะ หมายถึง การเพิ่มหน้าที่ความรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้ใช้ทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติม2. เอกลักษณ์ของงาน หมายถึง การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบ3. ความสำคัญของงาน หมายถึง การทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด4. ความมีอิสระในการทำงาน หมายถึง การอนุญาติให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดรายละเอียดในการทำงานเองได้ -การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานมีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น มีความพึงพอใจในการทำงานมากขึ้นทำให้ผลของงานออกมาดีและมีประสิทธภาพมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความก้าวหน้าขององค์ในการดำเนินงานนางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดของ Frederick Herzberb ในปี 1950 และ 1960 ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) ต่อมา Hackman และ Oldham ได้นำมาศึกษาต่อ มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของงาน (Job Characteristics Model) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของ Job Enrichment ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร “Job Enrichment” จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่องรูปแบบของการเพิ่มคุณค่าในงานJob Enrichment ที่นิยมใช้อยู่ในองค์การนั้นมี 2 รูปแบบที่แตกต่างกันตามลักษณะงานที่มอบหมายให้พนักงานรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้1) การเพิ่มคุณค่างานในงานที่มีระดับหรือค่างานเช่นเดียวกับงานที่พนักงานได้รับมอบหมายในปัจจุบัน หมายถึง การเพิ่มคุณค่างานให้กับพนักงานได้ทำงานที่มีระดับงานที่เท่ากับงานปัจจุบัน เป็นงานที่มีความหลากหลายทำให้ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น หรือเป็นการทำงานที่ท้าทาย โดยอาจเป็นการทำงานเชิงเทคนิคมากขึ้น2) การเพิ่มคุณค่างานในงานที่มีระดับหรือค่างานสูงกว่างานที่พนักงานได้รับมอบหมายในปัจจุบัน หมายถึง การเพิ่มคุณค่างานโดยมอบหมายให้พนักงานทำงานในขอบเขตงานที่สูงมากขึ้น และพนักงานมีโอกาสในการตัดสินใจมากขึ้น ซึ่งการเพิ่มคุณค่างานในลักษณะนี้เป็นการช่วยกระตุ้น ส่งเสริมให้พนักงานมีความพร้อมที่จะรับผิดชอบงานในตำแหน่งงานที่สูงขึ้นต่อไปได้ (ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเองนางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061
การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเองดวงหทัย โฉมมา 12590029
การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีความหลากหลายของทักษะการทำงานเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้ใช้ทักษะด้านอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆ เช่นเลขานุการ และการทำให้งานมีเอกลักษณ์ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบ วิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติมองเห็นว่า ตนเองสามารถทำงานได้สมบุรณ์ แล้วทำให้งานมีความสำคัญของงานโดยทำให้ทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากร และความมีอิสระในการทำงาน เป็นการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงาน สามารถกำหนดรายละเอียดในการทำงานได้เอง (นางสาว หมายขวัญ นวลอุไร 1250099)
การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดของ Frederick Herzberb ในปี 1950 และ 1960 ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) ต่อมา Hackman และ Oldham ได้นำมาศึกษาต่อ มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของงาน (Job Characteristics Model) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของ Job Enrichment ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร “Job Enrichment” จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่องเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์หลักของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment ได้แก่1. Renewal – การทำให้เกิดความแปลกใหม่ ไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลง ลักษณะงาน บุคคลที่จะต้องติดต่อประสานงานด้วย เปลี่ยนมุมมองหรือความคิดจากงานเดิม2. Exploration– การพัฒนาและการแสวงหาทักษะความชำนาญที่มากขึ้น พัฒนาสัมพันธภาพที่เกิดขึ้นจากการทำงานใหม่ ๆ3. Specialization – การชำนาญในงานเป็นพิเศษ ก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการงานนั้นที่ลึกขึ้น ยากและท้าทายมากขึ้น(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเองนางสาวพัชรา จูเอี่บม (12590054)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วยวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น(ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896)
การเพิ่มคุณค่างาน (Job Enrichment) การเพิ่มคุณค่างานหมายถึงการยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบการยอมรับมีโอกาสประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้นหลักการที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่างานเรียกว่าการเพิ่มความลึกของงาน (Job Depth) ทั้งนี้องค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน 1. ความหลากหลายของทักษะ (Skil Variety) หมายถึงการเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆเช่นงานเลขานุการโดยทั่วไปอาจทำหน้าที่เพียงแค่พิมพ์งานจัดแฟ้มและจดบันทึกนัดหมายของผู้บริหารการเพิ่มความหลากหลายของทักษะอาจทำได้โดยเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบอื่นเช่นการร่างจดหมายการจัดเตรียมการนำเสนอข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์การจดบันทึกรายงานการประชุมตลอดจนการให้ความเห็นแก่ผู้บริหารในงานด้านต่างๆขององค์กรจะเห็นได้ว่าหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เลขานุการจำเป็นต้องใช้หรือต้องฝึกฝนทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติมซึ่งทำให้ตนเองตระหนักถึงสำคัญของตำแหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานสร้างแรงจูงใจและทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 2. เอกลักษณ์ของงาน (Task Identity) หมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงานทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบวิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเช่นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์อาจทำหน้าที่เพียงรับแจ้งข้อบกพร่องของคอมพิวเตอร์แล้วส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาและซ่อมแซมต่อไปกรณีนี้การเพิ่มเอกลักษณ์ของงานสามารถทำได้โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์สามารถทำหน้าที่ตลอดกระบวนการได้ตั้งแต่รับแจ้งข้อบกพร่องให้คำแนะนำปรึกษาและจัดการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ 3. ความสำคัญของงาน (Task Significance) หมายถึงการทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากรเบคคลอาจมีหน้าที่สัมภาษณ์พนักงานใหม่ซึ่งโดยปกติแล้วตำแหน่งงานที่รับสมัครแต่ละตำแหน่งคาจมีผู้มาสมัครเป็นจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่เบื่อหน่ายการสัมภาษณ์เนื่องจากต้องตั้งคำถามลักษณะเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนอาจขาดความกระตือรือล้นในการช่วยคัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพเข้ามาในองค์กรด้วยเหตุนี้ผู้บริหารควรชี้แจงให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเห็นว่าหากสามารถคัดและกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติและทัศนคติที่เหมาะสมเข้ามาในองค์กรได้ย่อมทำให้งานในส่วนต่างๆสามารถทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากตนเองซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำเพื่อใช้ในโรงงานแต่หากไม่กรองสิ่งสกปรกออกไปย่อมส่งผลให้เครื่องจักรในโรงงานประสบปัญหาและอาจเสียหายได้ในที่สุด 4. ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy) หมายถึงการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดวิธีการทำงานช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง(นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วยวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้นจะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไปสุภัทษา สนธิช่วย 12590096
การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญ ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร “Job Enrichment” จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่องเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์หลักของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment ได้แก่1. Renewal คือ การทำให้เกิดความแปลกใหม่ ไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลง ลักษณะงาน บุคคลที่จะต้องติดต่อประสานงานด้วย เปลี่ยนมุมมองหรือความคิดจากงานเดิม2. Explorationคือ การพัฒนาและการแสวงหาทักษะความชำนาญที่มากขึ้น พัฒนาสัมพันธภาพที่เกิดขึ้นจากการทำงานใหม่ ๆ3. Specialization คือการชำนาญในงานเป็นพิเศษ ก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการงานนั้นที่ลึกขึ้น ยากและท้าทายมากขึ้น(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
การเพิ่มคุณค่างาน (Job Enrichment) การเพิ่มคุณค่างานหมายถึงการยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบการยอมรับมีโอกาสประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้นหลักการที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่างานเรียกว่าการเพิ่มความลึกของงาน (Job Depth) ทั้งนี้องค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน1. ความหลากหลายของทักษะ (Skil Variety) หมายถึงการเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆเช่นงานเลขานุการโดยทั่วไปอาจทำหน้าที่เพียงแค่พิมพ์งานจัดแฟ้มและจดบันทึกนัดหมายของผู้บริหารการเพิ่มความหลากหลายของทักษะอาจทำได้โดยเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบอื่นเช่นการร่างจดหมายการจัดเตรียมการนำเสนอข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์การจดบันทึกรายงานการประชุมตลอดจนการให้ความเห็นแก่ผู้บริหารในงานด้านต่างๆขององค์กรจะเห็นได้ว่าหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เลขานุการจำเป็นต้องใช้หรือต้องฝึกฝนทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติมซึ่งทำให้ตนเองตระหนักถึงสำคัญของตำแหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานสร้างแรงจูงใจและทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น2. เอกลักษณ์ของงาน (Task Identity) หมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงานทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบวิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเช่นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์อาจทำหน้าที่เพียงรับแจ้งข้อบกพร่องของคอมพิวเตอร์แล้วส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาและซ่อมแซมต่อไปกรณีนี้การเพิ่มเอกลักษณ์ของงานสามารถทำได้โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์สามารถทำหน้าที่ตลอดกระบวนการได้ตั้งแต่รับแจ้งข้อบกพร่องให้คำแนะนำปรึกษาและจัดการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ 3. ความสำคัญของงาน (Task Significance) หมายถึงการทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากรเบคคลอาจมีหน้าที่สัมภาษณ์พนักงานใหม่ซึ่งโดยปกติแล้วตำแหน่งงานที่รับสมัครแต่ละตำแหน่งคาจมีผู้มาสมัครเป็นจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่เบื่อหน่ายการสัมภาษณ์เนื่องจากต้องตั้งคำถามลักษณะเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนอาจขาดความกระตือรือล้นในการช่วยคัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพเข้ามาในองค์กรด้วยเหตุนี้ผู้บริหารควรชี้แจงให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเห็นว่าหากสามารถคัดและกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติและทัศนคติที่เหมาะสมเข้ามาในองค์กรได้ย่อมทำให้งานในส่วนต่างๆสามารถทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากตนเองซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำเพื่อใช้ในโรงงานแต่หากไม่กรองสิ่งสกปรกออกไปย่อมส่งผลให้เครื่องจักรในโรงงานประสบปัญหาและอาจเสียหายได้ในที่สุด 4. ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy) หมายถึงการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดวิธีการทำงานช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง(ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วยวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้นจะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
การเพิ่มคุณค่างาน (Job Enrichment) การเพิ่มคุณค่างานหมายถึงการยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบการยอมรับมีโอกาสประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้นหลักการที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่างานเรียกว่าการเพิ่มความลึกของงาน (Job Depth) ทั้งนี้องค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน 1. ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety) หมายถึงการเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆเช่นงานเลขานุการโดยทั่วไปอาจทำหน้าที่เพียงแค่พิมพ์งานจัดแฟ้มและจดบันทึกนัดหมายของผู้บริหารการเพิ่มความหลากหลายของทักษะอาจทำได้โดยเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบอื่นเช่นการร่างจดหมายการจัดเตรียมการนำเสนอข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์การจดบันทึกรายงานการประชุมตลอดจนการให้ความเห็นแก่ผู้บริหารในงานด้านต่างๆขององค์กรจะเห็นได้ว่าหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เลขานุการจำเป็นต้องใช้หรือต้องฝึกฝนทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติมซึ่งทำให้ตนเองตระหนักถึงสำคัญของตำแหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานสร้างแรงจูงใจและทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 2. เอกลักษณ์ของงาน (Task Identity) หมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงานทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบวิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเช่นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์อาจทำหน้าที่เพียงรับแจ้งข้อบกพร่องของคอมพิวเตอร์แล้วส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาและซ่อมแซมต่อไปกรณีนี้การเพิ่มเอกลักษณ์ของงานสามารถทำได้โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์สามารถทำหน้าที่ตลอดกระบวนการได้ตั้งแต่รับแจ้งข้อบกพร่องให้คำแนะนำปรึกษาและจัดการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ 3. ความสำคัญของงาน (Task Significance) หมายถึงการทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากรบุคคลอาจมีหน้าที่สัมภาษณ์พนักงานใหม่ซึ่งโดยปกติแล้วตำแหน่งงานที่รับสมัครแต่ละตำแหน่งอาจมีผู้มาสมัครเป็นจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่เบื่อหน่ายการสัมภาษณ์เนื่องจากต้องตั้งคำถามลักษณะเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนอาจขาดความกระตือรือล้นในการช่วยคัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพเข้ามาในองค์กรด้วยเหตุนี้ผู้บริหารควรชี้แจงให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเห็นว่าหากสามารถคัดและกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติและทัศนคติที่เหมาะสมเข้ามาในองค์กรได้ย่อมทำให้งานในส่วนต่างๆสามารถทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากตนเองซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำเพื่อใช้ในโรงงานแต่หากไม่กรองสิ่งสกปรกออกไปย่อมส่งผลให้เครื่องจักรในโรงงานประสบปัญหาและอาจเสียหายได้ในที่สุด 4. ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy) หมายถึงการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดวิธีการทำงานช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเองกุลปริยา แย้มเกษร 12590005
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วยวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้นจะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป(นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วยวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้นจะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป( ศศิมา ปานชงค์ 12590078 )
การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ ดังนี้1. ช่วยทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนกระบวนการหรือวิธีการทำงานใหม่ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล2. ช่วยเพิ่มกลยุทธ์ในการสร้างความสำเร็จในการทำงานและช่วยลดความซ้ำซ้อนของงาน3. ช่วยทำให้การทำงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ด้วยวิธีการที่รวดเร็ว4. ช่วยทำให้องค์กรมีความเจริญก้าวหน้า หรือพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ5. ทำให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพ ลดความสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ประหยัดเวลา ทรัพยากร และกำลังคน6. องค์กรมีความสามารถในการกำหนดกลยุทธ์ เทคนิค วิธีการ ด้วยวิธีการทำงานที่เหมาะสม ลดปัญหาอุปสรรคและมีความสุขในการทำงาน7. ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง เมื่อพัฒนาตนเองแล้วจะสามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการพัฒนานั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่องานและองค์กรต่อไป(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
การเพิ่มคุณค่างาน ( Job Entrchment) หมายถึง การรยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามี อำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ การยอมรับ มีโอกาสประสบความสำเร็จ แบะมีความก้าวหน้าทางกน้าที่การงานสูงขึ้น ทั้งนี้องค์กรกรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆ ของงาน ดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน1.ความหลากหลายของทักษะ ( Skill Variety ) หมายถึง การเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้ใช้ทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติม2.เอกลักษณ์ของงาน ( Task Iderntity ) หมายถึง การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบ3.ความสำคัญของงาน ( Task Significance ) หมายถึง การทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดได้4.ความมีอิสระในการทํางาน ( Task Automorry ) หมายถึง การอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงาน สามารถกำหนดวิธีการทำงาน ช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วยวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้นจะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไปนางสาวณัฐนรี สทองสุก 12590022
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วยวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้1.Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม2.Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ3.Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้นจะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วยวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้1.Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม2.Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ3.Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้นจะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งานดังนี้1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักถึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธีทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง(ศุภิสรา นรินยา 12590717)
การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
การเพิ่มคุณค่างาน ( Job Enrichment) หมายถึง การรยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามี อำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ การยอมรับ มีโอกาสประสบความสำเร็จ แบะมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้น ทั้งนี้องค์กรกรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่าง ๆ ของงาน ดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน1. ความหลากหลายของทักษะ ( Skill Variety ) หมายถึง การเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้ใช้ทักษะด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม2. เอกลักษณ์ของงาน ( Task Identity ) หมายถึง การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบ3. ความสำคัญของงาน ( Task Significance ) หมายถึง การทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด4. ความมีอิสระในการทํางาน ( Task Autonomy) หมายถึง การอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงาน สามารถกำหนดวิธีการทำงาน ช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วยวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้นจะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป(นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
การเพิ่มคุณค่างาน ( Job Enrichment) หมายถึง การรยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามี อำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ การยอมรับ มีโอกาสประสบความสำเร็จ แบะมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้น ทั้งนี้องค์กรกรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่าง ๆ ของงาน ดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน1. ความหลากหลายของทักษะ ( Skill Variety ) หมายถึง การเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้ใช้ทักษะด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม2. เอกลักษณ์ของงาน ( Task Identity ) หมายถึง การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบ3. ความสำคัญของงาน ( Task Significance ) หมายถึง การทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด4. ความมีอิสระในการทํางาน ( Task Autonomy) หมายถึง การอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงาน สามารถกำหนดวิธีการทำงาน ช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้1.ความหลากหลายของทักษะ การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ2.เอกลักษณ์ของงาน การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ3.ความสำคัญของงาน การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด4.ความมีอิสระในการทำงาน การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วยวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้นจะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป(น.ส.ชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วยวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้นจะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป (นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วยวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้นจะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วยวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้นจะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป(สมภพ ขุนทรง 12590079)
การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง(ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)
การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้
ตอบลบ1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ
3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดของ Frederick Herzberb ในปี 1950 และ 1960 ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) ต่อมา Hackman และ Oldham ได้นำมาศึกษาต่อ มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของงาน (Job Characteristics Model) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของ Job Enrichment ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร Job Enrichment จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
ตอบลบรูปแบบของการเพิ่มคุณค่าในงาน
Job Enrichment ที่นิยมใช้อยู่ในองค์การนั้นมี 2 รูปแบบที่แตกต่างกันตามลักษณะงานที่มอบหมายให้พนักงานรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้
1) การเพิ่มคุณค่างานในงานที่มีระดับหรือค่างานเช่นเดียวกับงานที่พนักงานได้รับมอบหมายในปัจจุบัน หมายถึง การเพิ่มคุณค่างานให้กับพนักงานได้ทำงานที่มีระดับงานที่เท่ากับงานปัจจุบัน เป็นงานที่มีความหลากหลายทำให้ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น หรือเป็นการทำงานที่ท้าทาย โดยอาจเป็นการทำงานเชิงเทคนิคมากขึ้น
2) การเพิ่มคุณค่างานในงานที่มีระดับหรือค่างานสูงกว่างานที่พนักงานได้รับมอบหมายในปัจจุบัน หมายถึง การเพิ่มคุณค่างานโดยมอบหมายให้พนักงานทำงานในขอบเขตงานที่สูงมากขึ้น และพนักงานมีโอกาสในการตัดสินใจมากขึ้น ซึ่งการเพิ่มคุณค่างานในลักษณะนี้เป็นการช่วยกระตุ้น ส่งเสริมให้พนักงานมีความพร้อมที่จะรับผิดชอบงานในตำแหน่งงานที่สูงขึ้นต่อไปได้
(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
ตอบลบJob Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
วัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
(นางสาวชนาวาส บัววงค์) 12590013
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
ตอบลบวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
การเพิ่มคุณค่างาน ( Job Entrchment) หมายถึง การรยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามี อำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ การยอมรับ มีโอกาสประสบความสำเร็จ แบะมีความก้าวหน้าทางกน้าที่การงานสูงขึ้น ทั้งนี้องค์กรกรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆ ของงาน ดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน
ตอบลบ1.ความหลากหลายของทักษะ ( Skill Variety ) หมายถึง การเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้ใช้ทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติม
2.เอกลักษณ์ของงาน ( Task Iderntity ) หมายถึง การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบ
3.ความสำคัญของงาน ( Task Significance ) หมายถึง การทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดได้
4.ความมีอิสระในการทํางาน ( Task Automorry ) หมายถึง การอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงาน สามารถกำหนดวิธีการทำงาน ช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
(ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)
การเพิ่มคุณค่างาน (Job Enrichment) การเพิ่มคุณค่างานหมายถึงการยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบการยอมรับมีโอกาสประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้นหลักการที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่างานเรียกว่าการเพิ่มความลึกของงาน (Job Depth) ทั้งนี้องค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน
ตอบลบ1. ความหลากหลายของทักษะ (Skil Variety) หมายถึงการเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆเช่นงานเลขานุการโดยทั่วไปอาจทำหน้าที่เพียงแค่พิมพ์งานจัดแฟ้มและจดบันทึกนัดหมายของผู้บริหารการเพิ่มความหลากหลายของทักษะอาจทำได้โดยเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบอื่นเช่นการร่างจดหมายการจัดเตรียมการนำเสนอข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์การจดบันทึกรายงานการประชุมตลอดจนการให้ความเห็นแก่ผู้บริหารในงานด้านต่างๆขององค์กรจะเห็นได้ว่าหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เลขานุการจำเป็นต้องใช้หรือต้องฝึกฝนทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติมซึ่งทำให้ตนเองตระหนักถึงสำคัญของตำแหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานสร้างแรงจูงใจและทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
2. เอกลักษณ์ของงาน (Task Identity) หมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงานทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบวิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเช่นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์อาจทำหน้าที่เพียงรับแจ้งข้อบกพร่องของคอมพิวเตอร์แล้วส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาและซ่อมแซมต่อไปกรณีนี้การเพิ่มเอกลักษณ์ของงานสามารถทำได้โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์สามารถทำหน้าที่ตลอดกระบวนการได้ตั้งแต่รับแจ้งข้อบกพร่องให้คำแนะนำปรึกษาและจัดการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ 3. ความสำคัญของงาน (Task Significance) หมายถึงการทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากรเบคคลอาจมีหน้าที่สัมภาษณ์พนักงานใหม่ซึ่งโดยปกติแล้วตำแหน่งงานที่รับสมัครแต่ละตำแหน่งคาจมีผู้มาสมัครเป็นจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่เบื่อหน่ายการสัมภาษณ์เนื่องจากต้องตั้งคำถามลักษณะเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนอาจขาดความกระตือรือล้นในการช่วยคัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพเข้ามาในองค์กรด้วยเหตุนี้ผู้บริหารควรชี้แจงให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเห็นว่าหากสามารถคัดและกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติและทัศนคติที่เหมาะสมเข้ามาในองค์กรได้ย่อมทำให้งานในส่วนต่างๆสามารถทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากตนเองซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำเพื่อใช้ในโรงงานแต่หากไม่กรองสิ่งสกปรกออกไปย่อมส่งผลให้เครื่องจักรในโรงงานประสบปัญหาและอาจเสียหายได้ในที่สุด 4. ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy) หมายถึงการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดวิธีการทำงานช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดของ Frederick Herzberb ในปี 1950 และ 1960 ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) ต่อมา Hackman และ Oldham ได้นำมาศึกษาต่อ มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของงาน (Job Characteristics Model) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของ Job Enrichment ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร Job Enrichment จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
ตอบลบเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์หลักของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment ได้แก่
1. Renewal การทำให้เกิดความแปลกใหม่ ไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลง ลักษณะงาน บุคคลที่จะต้องติดต่อประสานงานด้วย เปลี่ยนมุมมองหรือความคิดจากงานเดิม
2. Exploration การพัฒนาและการแสวงหาทักษะความชำนาญที่มากขึ้น พัฒนาสัมพันธภาพที่เกิดขึ้นจากการทำงานใหม่ ๆ
3. Specialization การชำนาญในงานเป็นพิเศษ ก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการงานนั้นที่ลึกขึ้น ยากและท้าทายมากขึ้น
(ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)
การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้
ตอบลบ1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ
3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดของ Frederick Herzberb ในปี 1950 และ 1960 ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) ต่อมา Hackman และ Oldham ได้นำมาศึกษาต่อ มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของงาน (Job Characteristics Model) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของ Job Enrichment ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร “Job Enrichment” จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
ตอบลบเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์หลักของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment ได้แก่
1. Renewal – การทำให้เกิดความแปลกใหม่ ไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลง ลักษณะงาน บุคคลที่จะต้องติดต่อประสานงานด้วย เปลี่ยนมุมมองหรือความคิดจากงานเดิม
2. Exploration– การพัฒนาและการแสวงหาทักษะความชำนาญที่มากขึ้น พัฒนาสัมพันธภาพที่เกิดขึ้นจากการทำงานใหม่ ๆ
3. Specialization – การชำนาญในงานเป็นพิเศษ ก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการงานนั้นที่ลึกขึ้น ยากและท้าทายมากขึ้น
(นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)
การเพิ่มคุณค่างาน (Job Enrichment) การเพิ่มคุณค่างานหมายถึงการยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบการยอมรับมีโอกาสประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้นหลักการที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่างานเรียกว่าการเพิ่มความลึกของงาน (Job Depth) ทั้งนี้องค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน
ตอบลบ1. ความหลากหลายของทักษะ (Skil Variety) หมายถึงการเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆเช่นงานเลขานุการโดยทั่วไปอาจทำหน้าที่เพียงแค่พิมพ์งานจัดแฟ้มและจดบันทึกนัดหมายของผู้บริหารการเพิ่มความหลากหลายของทักษะอาจทำได้โดยเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบอื่นเช่นการร่างจดหมายการจัดเตรียมการนำเสนอข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์การจดบันทึกรายงานการประชุมตลอดจนการให้ความเห็นแก่ผู้บริหารในงานด้านต่างๆขององค์กรจะเห็นได้ว่าหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เลขานุการจำเป็นต้องใช้หรือต้องฝึกฝนทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติมซึ่งทำให้ตนเองตระหนักถึงสำคัญของตำแหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานสร้างแรงจูงใจและทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
2. เอกลักษณ์ของงาน (Task Identity) หมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงานทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบวิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเช่นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์อาจทำหน้าที่เพียงรับแจ้งข้อบกพร่องของคอมพิวเตอร์แล้วส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาและซ่อมแซมต่อไปกรณีนี้การเพิ่มเอกลักษณ์ของงานสามารถทำได้โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์สามารถทำหน้าที่ตลอดกระบวนการได้ตั้งแต่รับแจ้งข้อบกพร่องให้คำแนะนำปรึกษาและจัดการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ 3. ความสำคัญของงาน (Task Significance) หมายถึงการทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากรเบคคลอาจมีหน้าที่สัมภาษณ์พนักงานใหม่ซึ่งโดยปกติแล้วตำแหน่งงานที่รับสมัครแต่ละตำแหน่งคาจมีผู้มาสมัครเป็นจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่เบื่อหน่ายการสัมภาษณ์เนื่องจากต้องตั้งคำถามลักษณะเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนอาจขาดความกระตือรือล้นในการช่วยคัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพเข้ามาในองค์กรด้วยเหตุนี้ผู้บริหารควรชี้แจงให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเห็นว่าหากสามารถคัดและกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติและทัศนคติที่เหมาะสมเข้ามาในองค์กรได้ย่อมทำให้งานในส่วนต่างๆสามารถทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากตนเองซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำเพื่อใช้ในโรงงานแต่หากไม่กรองสิ่งสกปรกออกไปย่อมส่งผลให้เครื่องจักรในโรงงานประสบปัญหาและอาจเสียหายได้ในที่สุด 4. ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy) หมายถึงการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดวิธีการทำงานช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
(นางสาว ณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้
ตอบลบ1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ
3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
(นายธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
ตอบลบวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
5.การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีความหลากหลายของทักษะการทำงานเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้ใช้ทักษะด้านอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆ เช่นเลขานุการ และการทำให้งานมีเอกลักษณ์ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบ วิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติมองเห็นว่า ตนเองสามารถทำงานได้สมบุรณ์ แล้วทำให้งานมีความสำคัญของงานโดยทำให้ทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากร และความมีอิสระในการทำงาน เป็นการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงาน สามารถกำหนดรายละเอียดในการทำงานได้เอง
ตอบลบ(อารียา ปานทอง 12590109)
การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้
ตอบลบ1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ
3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
การเพิ่มคุณค่างาน (Job Enrichment) การเพิ่มคุณค่างานหมายถึงการยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบการยอมรับมีโอกาสประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้นหลักการที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่างานเรียกว่าการเพิ่มความลึกของงาน (Job Depth) ทั้งนี้องค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน
ตอบลบ1. ความหลากหลายของทักษะ (Skil Variety) หมายถึงการเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆเช่นงานเลขานุการโดยทั่วไปอาจทำหน้าที่เพียงแค่พิมพ์งานจัดแฟ้มและจดบันทึกนัดหมายของผู้บริหารการเพิ่มความหลากหลายของทักษะอาจทำได้โดยเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบอื่นเช่นการร่างจดหมายการจัดเตรียมการนำเสนอข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์การจดบันทึกรายงานการประชุมตลอดจนการให้ความเห็นแก่ผู้บริหารในงานด้านต่างๆขององค์กรจะเห็นได้ว่าหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เลขานุการจำเป็นต้องใช้หรือต้องฝึกฝนทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติมซึ่งทำให้ตนเองตระหนักถึงสำคัญของตำแหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานสร้างแรงจูงใจและทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
2. เอกลักษณ์ของงาน (Task Identity) หมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงานทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบวิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเช่นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์อาจทำหน้าที่เพียงรับแจ้งข้อบกพร่องของคอมพิวเตอร์แล้วส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาและซ่อมแซมต่อไปกรณีนี้การเพิ่มเอกลักษณ์ของงานสามารถทำได้โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์สามารถทำหน้าที่ตลอดกระบวนการได้ตั้งแต่รับแจ้งข้อบกพร่องให้คำแนะนำปรึกษาและจัดการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ 3. ความสำคัญของงาน (Task Significance) หมายถึงการทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากรเบคคลอาจมีหน้าที่สัมภาษณ์พนักงานใหม่ซึ่งโดยปกติแล้วตำแหน่งงานที่รับสมัครแต่ละตำแหน่งคาจมีผู้มาสมัครเป็นจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่เบื่อหน่ายการสัมภาษณ์เนื่องจากต้องตั้งคำถามลักษณะเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนอาจขาดความกระตือรือล้นในการช่วยคัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพเข้ามาในองค์กรด้วยเหตุนี้ผู้บริหารควรชี้แจงให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเห็นว่าหากสามารถคัดและกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติและทัศนคติที่เหมาะสมเข้ามาในองค์กรได้ย่อมทำให้งานในส่วนต่างๆสามารถทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากตนเองซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำเพื่อใช้ในโรงงานแต่หากไม่กรองสิ่งสกปรกออกไปย่อมส่งผลให้เครื่องจักรในโรงงานประสบปัญหาและอาจเสียหายได้ในที่สุด 4. ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy) หมายถึงการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดวิธีการทำงานช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง (น.ส. อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
การเพิ่มคุณค่างาน (Job Enrichment) การเพิ่มคุณค่างานหมายถึงการยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบการยอมรับมีโอกาสประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้นหลักการที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่างานเรียกว่าการเพิ่มความลึกของงาน (Job Depth) ทั้งนี้องค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน
ตอบลบ1. ความหลากหลายของทักษะ (Skil Variety) หมายถึงการเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆเช่นงานเลขานุการโดยทั่วไปอาจทำหน้าที่เพียงแค่พิมพ์งานจัดแฟ้มและจดบันทึกนัดหมายของผู้บริหารการเพิ่มความหลากหลายของทักษะอาจทำได้โดยเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบอื่นเช่นการร่างจดหมายการจัดเตรียมการนำเสนอข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์การจดบันทึกรายงานการประชุมตลอดจนการให้ความเห็นแก่ผู้บริหารในงานด้านต่างๆขององค์กรจะเห็นได้ว่าหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เลขานุการจำเป็นต้องใช้หรือต้องฝึกฝนทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติมซึ่งทำให้ตนเองตระหนักถึงสำคัญของตำแหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานสร้างแรงจูงใจและทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
2. เอกลักษณ์ของงาน (Task Identity) หมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงานทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบวิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเช่นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์อาจทำหน้าที่เพียงรับแจ้งข้อบกพร่องของคอมพิวเตอร์แล้วส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาและซ่อมแซมต่อไปกรณีนี้การเพิ่มเอกลักษณ์ของงานสามารถทำได้โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์สามารถทำหน้าที่ตลอดกระบวนการได้ตั้งแต่รับแจ้งข้อบกพร่องให้คำแนะนำปรึกษาและจัดการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ 3. ความสำคัญของงาน (Task Significance) หมายถึงการทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากรเบคคลอาจมีหน้าที่สัมภาษณ์พนักงานใหม่ซึ่งโดยปกติแล้วตำแหน่งงานที่รับสมัครแต่ละตำแหน่งคาจมีผู้มาสมัครเป็นจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่เบื่อหน่ายการสัมภาษณ์เนื่องจากต้องตั้งคำถามลักษณะเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนอาจขาดความกระตือรือล้นในการช่วยคัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพเข้ามาในองค์กรด้วยเหตุนี้ผู้บริหารควรชี้แจงให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเห็นว่าหากสามารถคัดและกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติและทัศนคติที่เหมาะสมเข้ามาในองค์กรได้ย่อมทำให้งานในส่วนต่างๆสามารถทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากตนเองซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำเพื่อใช้ในโรงงานแต่หากไม่กรองสิ่งสกปรกออกไปย่อมส่งผลให้เครื่องจักรในโรงงานประสบปัญหาและอาจเสียหายได้ในที่สุด 4. ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy) หมายถึงการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดวิธีการทำงานช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
(วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)
ในการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร บริษัทที่ประสบความสำเร็จจะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืนโดยการทำให้ความสามารถของบุคลากรสอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ
ตอบลบการควบรวมหรือการซื้อกิจการ การปรับโครงสร้างใหม่หรือการเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจเป็นตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกองค์กร ซึ่งทำให้เกิดความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกระบวนการและระบบเพื่อหาจุดโฟกัสและฟื้นฟูศักยภาพขององค์กรในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(พัชมน มนต์วิมลพร 12590053)
การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดของ Frederick Herzberb ในปี 1950 และ 1960 ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) ต่อมา Hackman และ Oldham ได้นำมาศึกษาต่อ มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของงาน (Job Characteristics Model) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของ Job Enrichment ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร “Job Enrichment” จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
ตอบลบรูปแบบของการเพิ่มคุณค่าในงาน
Job Enrichment ที่นิยมใช้อยู่ในองค์การนั้นมี 2 รูปแบบที่แตกต่างกันตามลักษณะงานที่มอบหมายให้พนักงานรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้
1) การเพิ่มคุณค่างานในงานที่มีระดับหรือค่างานเช่นเดียวกับงานที่พนักงานได้รับมอบหมายในปัจจุบัน หมายถึง การเพิ่มคุณค่างานให้กับพนักงานได้ทำงานที่มีระดับงานที่เท่ากับงานปัจจุบัน เป็นงานที่มีความหลากหลายทำให้ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น หรือเป็นการทำงานที่ท้าทาย โดยอาจเป็นการทำงานเชิงเทคนิคมากขึ้น
2) การเพิ่มคุณค่างานในงานที่มีระดับหรือค่างานสูงกว่างานที่พนักงานได้รับมอบหมายในปัจจุบัน หมายถึง การเพิ่มคุณค่างานโดยมอบหมายให้พนักงานทำงานในขอบเขตงานที่สูงมากขึ้น และพนักงานมีโอกาสในการตัดสินใจมากขึ้น ซึ่งการเพิ่มคุณค่างานในลักษณะนี้เป็นการช่วยกระตุ้น ส่งเสริมให้พนักงานมีความพร้อมที่จะรับผิดชอบงานในตำแหน่งงานที่สูงขึ้นต่อไปได้
(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
ตอบลบวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
(บุญธิดา กะตะศิลา 12590043)
ข้อ 5
ตอบลบในการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร บริษัทที่ประสบความสำเร็จจะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืนโดยการทำให้ความสามารถของบุคลากรสอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ การควบรวมหรือการซื้อกิจการ การปรับโครงสร้างใหม่หรือการเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจเป็นตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกองค์กร ซึ่งทำให้เกิดความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกระบวนการและระบบเพื่อหาจุดโฟกัสและฟื้นฟูศักยภาพขององค์กรในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพบริการเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรของเราช่วยนำคุณค่ามาสู่องค์กรของลูกค้าโดยการอำนวยความสะดวกในการบูรณาการและประสานสอดคล้องกลยุทธ์ทางธุรกิจกับกลยุทธ์การบริหารจัดการความรู้ความสามารถที่ใช้ได้จริง
(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
ตอบลบการเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดของ Frederick Herzberb ในปี 1950 และ 1960 ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) ต่อมา Hackman และ Oldham ได้นำมาศึกษาต่อ มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของงาน (Job Characteristics Model) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของ Job Enrichment ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร “Job Enrichment” จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
รูปแบบของการเพิ่มคุณค่าในงาน
(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
ตอบลบวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
(นางสาวสุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
ตอบลบวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
(จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
ตอบลบวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
(สิริกร ราชมณี 12590084)
การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดของ Frederick Herzberb ในปี 1950 และ 1960 ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) ต่อมา Hackman และ Oldham ได้นำมาศึกษาต่อ มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของงาน (Job Characteristics Model) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของ Job Enrichment ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร Job Enrichment จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
ตอบลบเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์หลักของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment ได้แก่
1. Renewal การทำให้เกิดความแปลกใหม่ ไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลง ลักษณะงาน บุคคลที่จะต้องติดต่อประสานงานด้วย เปลี่ยนมุมมองหรือความคิดจากงานเดิม
2. Exploration การพัฒนาและการแสวงหาทักษะความชำนาญที่มากขึ้น พัฒนาสัมพันธภาพที่เกิดขึ้นจากการทำงานใหม่ ๆ
3. Specialization การชำนาญในงานเป็นพิเศษ ก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการงานนั้นที่ลึกขึ้น ยากและท้าทายมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment จะมีประโยชน์กับพนักงาน แต่มีพนักงานบางกลุ่มที่ต่อต้าน ปฏิเสธไม่ยอมรับงานที่ต้องเพิ่มมากขึ้น พวกเขาจะมองว่าเป็นการสูญเสียเวลาที่จะต้องบริหารจัดการงานที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นหากผู้บังคับบัญชาต้องการที่จะมอบหมายงานให้พนักงานยากและท้าทายขึ้น ผู้บังคับบัญชาจะต้องชี้แจงวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน (Clarity) เชื่อมโยงกับความก้าวหน้าและเป้าหมายในอาชีพ โดยให้คำแนะนำ/กรอบแนวทางปฏิบัติ ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงแก่พนักงานในการบริหารจัดการกับงานที่เพิ่มมากขึ้น (Introduction) เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจในตัวพนักงานว่าพวกเขาสามารถบริหารงานที่ก่อให้เกิดมูลค่าในงาน (Job Value Added) ที่มากขึ้นและยากกว่าเดิมได้ พบว่าเครื่องมือการออกแบบงานที่เน้นการเพิ่มคุณค่าในงานหรือ Job Enrichment จึงเหมาะกับการเตรียมความพร้อมในสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน เพื่อช่วยเตรียมพนักงานให้สามารถรับผิดชอบงานที่เพิ่มขึ้นในตำแหน่งงานที่สูงขึ้น
รัญชริดา มะนุ่น 12590067
ตอบลบJob Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
วัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
นางสาววชิราพร คำกอง 12590068
5. การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร
ตอบลบตอบ : การเพิมคุณค่างาน หมายถึง การยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ การยอมรับ มีโอกาสประสบความสำเร็จ และมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้น หลักการที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่างาน เรียกว่า การเพิ่มความลึกของงาน ที่งนี้ องค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะในด้านต่างๆ ของงานดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่
1. ความหลากหลายของทักษะ หมายถึง การเพิ่มหน้าที่ความรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้ใช้ทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติม
2. เอกลักษณ์ของงาน หมายถึง การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบ
3. ความสำคัญของงาน หมายถึง การทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
4. ความมีอิสระในการทำงาน หมายถึง การอนุญาติให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดรายละเอียดในการทำงานเองได้
-การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานมีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น มีความพึงพอใจในการทำงานมากขึ้นทำให้ผลของงานออกมาดีและมีประสิทธภาพมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความก้าวหน้าขององค์ในการดำเนินงาน
นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดของ Frederick Herzberb ในปี 1950 และ 1960 ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) ต่อมา Hackman และ Oldham ได้นำมาศึกษาต่อ มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของงาน (Job Characteristics Model) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของ Job Enrichment ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร “Job Enrichment” จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
ตอบลบรูปแบบของการเพิ่มคุณค่าในงาน
Job Enrichment ที่นิยมใช้อยู่ในองค์การนั้นมี 2 รูปแบบที่แตกต่างกันตามลักษณะงานที่มอบหมายให้พนักงานรับผิดชอบ ดังต่อไปนี้
1) การเพิ่มคุณค่างานในงานที่มีระดับหรือค่างานเช่นเดียวกับงานที่พนักงานได้รับมอบหมายในปัจจุบัน หมายถึง การเพิ่มคุณค่างานให้กับพนักงานได้ทำงานที่มีระดับงานที่เท่ากับงานปัจจุบัน เป็นงานที่มีความหลากหลายทำให้ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น หรือเป็นการทำงานที่ท้าทาย โดยอาจเป็นการทำงานเชิงเทคนิคมากขึ้น
2) การเพิ่มคุณค่างานในงานที่มีระดับหรือค่างานสูงกว่างานที่พนักงานได้รับมอบหมายในปัจจุบัน หมายถึง การเพิ่มคุณค่างานโดยมอบหมายให้พนักงานทำงานในขอบเขตงานที่สูงมากขึ้น และพนักงานมีโอกาสในการตัดสินใจมากขึ้น ซึ่งการเพิ่มคุณค่างานในลักษณะนี้เป็นการช่วยกระตุ้น ส่งเสริมให้พนักงานมีความพร้อมที่จะรับผิดชอบงานในตำแหน่งงานที่สูงขึ้นต่อไปได้ (ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้
ตอบลบ1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ
3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
นางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061
การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้
ตอบลบ1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ
3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
ดวงหทัย โฉมมา 12590029
การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีความหลากหลายของทักษะการทำงานเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้ใช้ทักษะด้านอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆ เช่นเลขานุการ และการทำให้งานมีเอกลักษณ์ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบ วิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติมองเห็นว่า ตนเองสามารถทำงานได้สมบุรณ์ แล้วทำให้งานมีความสำคัญของงานโดยทำให้ทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากร และความมีอิสระในการทำงาน เป็นการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงาน สามารถกำหนดรายละเอียดในการทำงานได้เอง
ตอบลบ(นางสาว หมายขวัญ นวลอุไร 1250099)
ตอบลบการเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญมาจากแนวคิดของ Frederick Herzberb ในปี 1950 และ 1960 ผู้ศึกษาเกี่ยวกับความพึงพอใจในงาน (Job Satisfaction) ต่อมา Hackman และ Oldham ได้นำมาศึกษาต่อ มุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะของงาน (Job Characteristics Model) ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญของ Job Enrichment ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร “Job Enrichment” จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์หลักของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment ได้แก่
1. Renewal – การทำให้เกิดความแปลกใหม่ ไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลง ลักษณะงาน บุคคลที่จะต้องติดต่อประสานงานด้วย เปลี่ยนมุมมองหรือความคิดจากงานเดิม
2. Exploration– การพัฒนาและการแสวงหาทักษะความชำนาญที่มากขึ้น พัฒนาสัมพันธภาพที่เกิดขึ้นจากการทำงานใหม่ ๆ
3. Specialization – การชำนาญในงานเป็นพิเศษ ก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการงานนั้นที่ลึกขึ้น ยากและท้าทายมากขึ้น
(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
ตอบลบการเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้
1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ
3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
นางสาวพัชรา จูเอี่บม (12590054)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
ตอบลบวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
(ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896)
การเพิ่มคุณค่างาน (Job Enrichment) การเพิ่มคุณค่างานหมายถึงการยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบการยอมรับมีโอกาสประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้นหลักการที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่างานเรียกว่าการเพิ่มความลึกของงาน (Job Depth) ทั้งนี้องค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน
ตอบลบ1. ความหลากหลายของทักษะ (Skil Variety) หมายถึงการเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆเช่นงานเลขานุการโดยทั่วไปอาจทำหน้าที่เพียงแค่พิมพ์งานจัดแฟ้มและจดบันทึกนัดหมายของผู้บริหารการเพิ่มความหลากหลายของทักษะอาจทำได้โดยเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบอื่นเช่นการร่างจดหมายการจัดเตรียมการนำเสนอข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์การจดบันทึกรายงานการประชุมตลอดจนการให้ความเห็นแก่ผู้บริหารในงานด้านต่างๆขององค์กรจะเห็นได้ว่าหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เลขานุการจำเป็นต้องใช้หรือต้องฝึกฝนทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติมซึ่งทำให้ตนเองตระหนักถึงสำคัญของตำแหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานสร้างแรงจูงใจและทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
2. เอกลักษณ์ของงาน (Task Identity) หมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงานทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบวิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเช่นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์อาจทำหน้าที่เพียงรับแจ้งข้อบกพร่องของคอมพิวเตอร์แล้วส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาและซ่อมแซมต่อไปกรณีนี้การเพิ่มเอกลักษณ์ของงานสามารถทำได้โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์สามารถทำหน้าที่ตลอดกระบวนการได้ตั้งแต่รับแจ้งข้อบกพร่องให้คำแนะนำปรึกษาและจัดการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ 3. ความสำคัญของงาน (Task Significance) หมายถึงการทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากรเบคคลอาจมีหน้าที่สัมภาษณ์พนักงานใหม่ซึ่งโดยปกติแล้วตำแหน่งงานที่รับสมัครแต่ละตำแหน่งคาจมีผู้มาสมัครเป็นจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่เบื่อหน่ายการสัมภาษณ์เนื่องจากต้องตั้งคำถามลักษณะเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนอาจขาดความกระตือรือล้นในการช่วยคัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพเข้ามาในองค์กรด้วยเหตุนี้ผู้บริหารควรชี้แจงให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเห็นว่าหากสามารถคัดและกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติและทัศนคติที่เหมาะสมเข้ามาในองค์กรได้ย่อมทำให้งานในส่วนต่างๆสามารถทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากตนเองซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำเพื่อใช้ในโรงงานแต่หากไม่กรองสิ่งสกปรกออกไปย่อมส่งผลให้เครื่องจักรในโรงงานประสบปัญหาและอาจเสียหายได้ในที่สุด 4. ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy) หมายถึงการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดวิธีการทำงานช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
(นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
ตอบลบวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
สุภัทษา สนธิช่วย 12590096
การเพิ่มคุณค่าในงาน
ตอบลบเป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานที่มีพื้นฐานสำคัญ ดังนั้นแนวคิดของเครื่องมือการพัฒนาบุคลากร “Job Enrichment” จึงเป็นกิจกรรมด้านการบริหารจัดการที่เน้นการออกแบบลักษณะงาน เป็นงานที่แตกต่างจากเดิมที่เคยปฏิบัติ เน้นให้พนักงานเกิดความชำนาญในงานที่หลากหลายขึ้น (Skill Variety) เกิดความรับผิดชอบในงานของตน (Task Identity) เป็นลักษณะงานที่มีความสำคัญ (Task Significance) มีอิสระสามารถบริหารจัดการงานนั้นด้วยตนเอง (Autonomy) และการได้รับข้อมูลป้อนกลับจากผู้บังคับบัญชา (Feedback) เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง
เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์หลักของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment ได้แก่
1. Renewal
คือ การทำให้เกิดความแปลกใหม่ ไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลง ลักษณะงาน บุคคลที่จะต้องติดต่อประสานงานด้วย เปลี่ยนมุมมองหรือความคิดจากงานเดิม
2. Exploration
คือ การพัฒนาและการแสวงหาทักษะความชำนาญที่มากขึ้น พัฒนาสัมพันธภาพที่เกิดขึ้นจากการทำงานใหม่ ๆ
3. Specialization
คือการชำนาญในงานเป็นพิเศษ ก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการงานนั้นที่ลึกขึ้น ยากและท้าทายมากขึ้น
(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
การเพิ่มคุณค่างาน (Job Enrichment) การเพิ่มคุณค่างานหมายถึงการยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบการยอมรับมีโอกาสประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้นหลักการที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่างานเรียกว่าการเพิ่มความลึกของงาน (Job Depth) ทั้งนี้องค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน
ตอบลบ1. ความหลากหลายของทักษะ (Skil Variety) หมายถึงการเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆเช่นงานเลขานุการโดยทั่วไปอาจทำหน้าที่เพียงแค่พิมพ์งานจัดแฟ้มและจดบันทึกนัดหมายของผู้บริหารการเพิ่มความหลากหลายของทักษะอาจทำได้โดยเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบอื่นเช่นการร่างจดหมายการจัดเตรียมการนำเสนอข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์การจดบันทึกรายงานการประชุมตลอดจนการให้ความเห็นแก่ผู้บริหารในงานด้านต่างๆขององค์กรจะเห็นได้ว่าหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เลขานุการจำเป็นต้องใช้หรือต้องฝึกฝนทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติมซึ่งทำให้ตนเองตระหนักถึงสำคัญของตำแหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานสร้างแรงจูงใจและทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
2. เอกลักษณ์ของงาน (Task Identity) หมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงานทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบวิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเช่นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์อาจทำหน้าที่เพียงรับแจ้งข้อบกพร่องของคอมพิวเตอร์แล้วส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาและซ่อมแซมต่อไปกรณีนี้การเพิ่มเอกลักษณ์ของงานสามารถทำได้โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์สามารถทำหน้าที่ตลอดกระบวนการได้ตั้งแต่รับแจ้งข้อบกพร่องให้คำแนะนำปรึกษาและจัดการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ
3. ความสำคัญของงาน (Task Significance) หมายถึงการทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากรเบคคลอาจมีหน้าที่สัมภาษณ์พนักงานใหม่ซึ่งโดยปกติแล้วตำแหน่งงานที่รับสมัครแต่ละตำแหน่งคาจมีผู้มาสมัครเป็นจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่เบื่อหน่ายการสัมภาษณ์เนื่องจากต้องตั้งคำถามลักษณะเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนอาจขาดความกระตือรือล้นในการช่วยคัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพเข้ามาในองค์กรด้วยเหตุนี้ผู้บริหารควรชี้แจงให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเห็นว่าหากสามารถคัดและกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติและทัศนคติที่เหมาะสมเข้ามาในองค์กรได้ย่อมทำให้งานในส่วนต่างๆสามารถทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากตนเองซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำเพื่อใช้ในโรงงานแต่หากไม่กรองสิ่งสกปรกออกไปย่อมส่งผลให้เครื่องจักรในโรงงานประสบปัญหาและอาจเสียหายได้ในที่สุด
4. ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy) หมายถึงการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดวิธีการทำงานช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
(ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
ตอบลบวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
การเพิ่มคุณค่างาน (Job Enrichment) การเพิ่มคุณค่างานหมายถึงการยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบการยอมรับมีโอกาสประสบความสำเร็จและมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้นหลักการที่ใช้ในการเพิ่มคุณค่างานเรียกว่าการเพิ่มความลึกของงาน (Job Depth) ทั้งนี้องค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน
ตอบลบ1. ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety) หมายถึงการเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำแหน่งงานนั้นๆเช่นงานเลขานุการโดยทั่วไปอาจทำหน้าที่เพียงแค่พิมพ์งานจัดแฟ้มและจดบันทึกนัดหมายของผู้บริหารการเพิ่มความหลากหลายของทักษะอาจทำได้โดยเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบอื่นเช่นการร่างจดหมายการจัดเตรียมการนำเสนอข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์การจดบันทึกรายงานการประชุมตลอดจนการให้ความเห็นแก่ผู้บริหารในงานด้านต่างๆขององค์กรจะเห็นได้ว่าหน้าที่และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้เลขานุการจำเป็นต้องใช้หรือต้องฝึกฝนทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติมซึ่งทำให้ตนเองตระหนักถึงสำคัญของตำแหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงานสร้างแรงจูงใจและทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
2. เอกลักษณ์ของงาน (Task Identity) หมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงานทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบวิธีนี้ทำให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นจนจบเช่นเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์อาจทำหน้าที่เพียงรับแจ้งข้อบกพร่องของคอมพิวเตอร์แล้วส่งต่อเรื่องไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อให้คำแนะนำปรึกษาและซ่อมแซมต่อไปกรณีนี้การเพิ่มเอกลักษณ์ของงานสามารถทำได้โดยเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์สามารถทำหน้าที่ตลอดกระบวนการได้ตั้งแต่รับแจ้งข้อบกพร่องให้คำแนะนำปรึกษาและจัดการซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ
3. ความสำคัญของงาน (Task Significance) หมายถึงการทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดเช่นเจ้าหน้าที่ประจำฝ่ายทรัพยากรบุคคลอาจมีหน้าที่สัมภาษณ์พนักงานใหม่ซึ่งโดยปกติแล้วตำแหน่งงานที่รับสมัครแต่ละตำแหน่งอาจมีผู้มาสมัครเป็นจำนวนมากทำให้เจ้าหน้าที่เบื่อหน่ายการสัมภาษณ์เนื่องจากต้องตั้งคำถามลักษณะเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำอีกจนอาจขาดความกระตือรือล้นในการช่วยคัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพเข้ามาในองค์กรด้วยเหตุนี้ผู้บริหารควรชี้แจงให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเห็นว่าหากสามารถคัดและกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติและทัศนคติที่เหมาะสมเข้ามาในองค์กรได้ย่อมทำให้งานในส่วนต่างๆสามารถทำงานได้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากตนเองซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำเพื่อใช้ในโรงงานแต่หากไม่กรองสิ่งสกปรกออกไปย่อมส่งผลให้เครื่องจักรในโรงงานประสบปัญหาและอาจเสียหายได้ในที่สุด
4. ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy) หมายถึงการอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถกำหนดวิธีการทำงานช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
กุลปริยา แย้มเกษร 12590005
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
ตอบลบวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
(นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
ตอบลบวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
( ศศิมา ปานชงค์ 12590078 )
การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ ดังนี้
ตอบลบ1. ช่วยทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนกระบวนการหรือวิธีการทำงานใหม่ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
2. ช่วยเพิ่มกลยุทธ์ในการสร้างความสำเร็จในการทำงานและช่วยลดความซ้ำซ้อนของงาน
3. ช่วยทำให้การทำงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ด้วยวิธีการที่รวดเร็ว
4. ช่วยทำให้องค์กรมีความเจริญก้าวหน้า หรือพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ
5. ทำให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพ ลดความสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย ประหยัดเวลา ทรัพยากร และกำลังคน
6. องค์กรมีความสามารถในการกำหนดกลยุทธ์ เทคนิค วิธีการ ด้วยวิธีการทำงานที่เหมาะสม ลดปัญหาอุปสรรคและมีความสุขในการทำงาน
7. ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาตนเอง เมื่อพัฒนาตนเองแล้วจะสามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการพัฒนานั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่องานและองค์กรต่อไป
(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
การเพิ่มคุณค่างาน ( Job Entrchment) หมายถึง การรยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามี อำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ การยอมรับ มีโอกาสประสบความสำเร็จ แบะมีความก้าวหน้าทางกน้าที่การงานสูงขึ้น ทั้งนี้องค์กรกรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆ ของงาน ดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน
ตอบลบ1.ความหลากหลายของทักษะ ( Skill Variety ) หมายถึง การเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้ใช้ทักษะด้านอื่นๆเพิ่มเติม
2.เอกลักษณ์ของงาน ( Task Iderntity ) หมายถึง การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบ
3.ความสำคัญของงาน ( Task Significance ) หมายถึง การทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใดได้
4.ความมีอิสระในการทํางาน ( Task Automorry ) หมายถึง การอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงาน สามารถกำหนดวิธีการทำงาน ช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
ตอบลบวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
นางสาวณัฐนรี สทองสุก 12590022
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
ตอบลบวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
1.Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
2.Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
3.Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
ตอบลบJob Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
วัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
1.Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
2.Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
3.Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งานดังนี้
ตอบลบ1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักถึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธีทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ
3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
(ศุภิสรา นรินยา 12590717)
การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้
ตอบลบ1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)
การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)
การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ
3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)
การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)
การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
การเพิ่มคุณค่างาน ( Job Enrichment) หมายถึง การรยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามี อำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ การยอมรับ มีโอกาสประสบความสำเร็จ แบะมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้น ทั้งนี้องค์กรกรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่าง ๆ ของงาน ดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน
ตอบลบ1. ความหลากหลายของทักษะ ( Skill Variety ) หมายถึง การเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้ใช้ทักษะด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม
2. เอกลักษณ์ของงาน ( Task Identity ) หมายถึง การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบ
3. ความสำคัญของงาน ( Task Significance ) หมายถึง การทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
4. ความมีอิสระในการทํางาน ( Task Autonomy) หมายถึง การอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงาน สามารถกำหนดวิธีการทำงาน ช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
ตอบลบวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
(นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
การเพิ่มคุณค่างาน ( Job Enrichment) หมายถึง การรยกระดับขอบเขตของเนื้องานจนผู้ปฏิบัติงานรับรู้ว่ามี อำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ การยอมรับ มีโอกาสประสบความสำเร็จ แบะมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานสูงขึ้น ทั้งนี้องค์กรกรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยการเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่าง ๆ ของงาน ดังต่อไปนี้เข้าไปในตำแหน่งหน้าที่งาน
ตอบลบ1. ความหลากหลายของทักษะ ( Skill Variety ) หมายถึง การเพิ่มหน้าที่และความรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติได้ใช้ทักษะด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม
2. เอกลักษณ์ของงาน ( Task Identity ) หมายถึง การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งแต่ต้นจนจบ
3. ความสำคัญของงาน ( Task Significance ) หมายถึง การทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของตนมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
4. ความมีอิสระในการทํางาน ( Task Autonomy) หมายถึง การอนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงาน สามารถกำหนดวิธีการทำงาน ช่วงเวลาในการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้
ตอบลบ1.ความหลากหลายของทักษะ การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
2.เอกลักษณ์ของงาน การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ
3.ความสำคัญของงาน การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
4.ความมีอิสระในการทำงาน การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
ตอบลบวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
(น.ส.ชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
ตอบลบวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
ตอบลบวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
Job Enrichment คือ การเพิ่มคุณค่าในงาน เป็นเครื่องมือที่ช่วยเน้นให้พนักงานเกิดความชํานาญในงานที่ต่างไปจากงานที่เคยปฏิบัติหรืองานที่หลากหลายขึ้น ช่วยให้พนักงานเกิดความรับผิดชอบงานของตนเอง พนักงานจะมองเห็นว่า งานที่ได้รับมอบหมายนั้นเป็นงานที่สําคัญ พนักงานยังสามารถบริหารจัดการงานนั้นๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการท้าทายความสามารถของพนักงานอีกด้วย
ตอบลบวัตถุประสงค์ของการออกแบบงานในลักษณะของ Job Enrichment มีดังนี้
1. Renewal คือ การทําให้งานเกิดความน่าสนใจ แปลกใหม่กว่างานเดิมที่ทําอยู่ เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเบื่อหน่าย โดยการเปลี่ยนแปลงลักษณะงานของพนักงาน และเป็นการเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานเดิม
2. Exploration คือ การค้นหาและพัฒนาทักษะความชํานาญของพนักงานให้มากขึ้น ทั้งยังช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานด้วยกันเองจากการทํางานใหม่ๆ
3. Specialization คือ การที่พนักงานมีความชํานาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งก่อให้เกิดความสามารถในการบริหารจัดการนั้นๆที่ลึกมากขึ้นและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่า Job Enrichment หรือ การเพิ่มคุณค่าในงาน นั้น ช่วยให้พนักงานได้ทํางานที่ท้าทายและแปลกใหม่มากขึ้น พนักงานได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีและบริหารจัดการงานได้ด้วยตนเอง ทั้งยังก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดความรู้ใหม่ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีพนักงานบางคนที่ไม่ยอมรับภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะทําให้พวกเค้าได้รับความยากลําบาก มีงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาควรอธิบาย ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของการทํา Job Enrichment ให้ชัดเจนก่อนว่า Job Enrichment ช่วยเตรียมความพร้อมในเรื่องความก้าวหน้าทางสายอาชีพ (Career Path) ให้กับพนักงาน ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ตําแหน่งที่สูงขึ้นต่อไป
(สมภพ ขุนทรง 12590079)
การเพิ่มคุณค่างานช่วยให้การดำเนินกิจกรรมขององค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นได้ โดยองค์กรสามารถเพิ่มคุณค่างานได้โดยารเพิ่มคุณลักษณะหลักในด้านต่างๆของงานในตำเเหน่งหน้าที่งาน ดังนี้
ตอบลบ1.ความหลากหลายของทักษะ (Skill Variety)การเพิ่มหน้าที่เเละความรับผิดชอบ ซึ่งผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ทักษะประเภทอื่นๆนอกเหนือจากทักษะประเภทเดิมที่ตนใช้อยู่ในตำเเหน่งงานนั้นๆ ซึ่งทำให้ตนเองตระหนักภึงความสำคัญของตำเเหน่งงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน สร้างเเรงจูงใจ เเละทำให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพ
2.เอกลักษณ์ของงาน (Task ladetity)การเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเดิมอาจทำหน้าที่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่งของงาน ทำหน้าที่เพิ่มเติมโดยรับผิดชอบงานตั้งเเต่ต้นจนจบ วิธี้ทำให้มองเห็นว่าตนเองสามารถทำงานได้สมบูรณ์ตั้งเเต่ต้นจนจบ
3.ความสำคัญของงาน (Task Significance)การทำงานให้ผู้ปฏิบัติงานทราบว่าผลงานของมีผลกระทบหรือสำคัญต่อบุคคลอื่นเพียงใด
4.ความมีอิสระในการทำงาน (Task Autonomy)การอนุญาตให้ปฏิบัติงานสามรถกำหนดวิธีการทำงานตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้ด้วยตนเอง
(ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)