วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562

3.จงอธิบายขั้นตอนการออกแบบงาน ตลอดจนอธิบายเปรียบเทียบการออกแบบงานลักษณะต่างๆ

60 ความคิดเห็น:

  1. การออกเเบบงาน (JOb Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    (นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)

    ตอบลบ
  2. การออกแบบงาน การออกแบบงาน (job design) เป็นกระบวนการกําหนดงานเฉพาะอย่างที่จะต้องทํา วิธีการที่ใช่ในการทํางาน และวิธีการที่เกี่ยวข้องกับงานอื่นๆ ในองค์กร หรือเป็นกระบวนการของ การกําหนดงานของพนักงานตามลักษณะโครงสร้างให้สอดคล้องกับลักษณะของบุคคลเพื่อให้ บรรลุผลสําเร็จตามวัตถุประสงค์ขององค์กร เพราะฉะนั้นการออกแบบงานจึงเป็นกระบวนการ กําหนดโครงสร้างของงานและการกําหนดกิจกรรมของงานเฉพาะอย่างให้แก่พนักงานแต่ละคน หรือแต่ละกลุ่มเพื่อให้บรรลุผลสําเร็จตามจุดมุ่งหมายขององค์กร การออกแบบงานจะ ประกอบด้วยการตัดสินใจว่าใคร (who) จะเป็นผู้กระทําอะไร (what) ทําที่ไหน (where) ทํา เมื่อไร (when) ทําไมจึงทํา (why) และทําอย่างไร (how) โดยการออกแบบงานจะต้องดําเนินการ เชื่อมโยงกับการวิเคราะห์งานซึ่งในทางปฏิบัติการวิเคราะห์งานมักจะดําเนินการกับงานที่มีอยู่ แล้วแต่ถ้าเป็นการออกแบบงานใหม่ (redesigned) จะต้องดําเนินการวิเคราะหางานหลังจากการ ออกแบบงาน
    (ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)

    ตอบลบ

  3. ความหมายของการออกแบบงาน (Job Design)
    หมายถึง การพิจารณางาน หน้าที่ ความรับผิดชอบขององค์การ รายละเอียดงานที่เกี่ยวกับเนื้อหา วิธีการ และความสัมพันธ์ของงาน เพื่อให้เกิดความพึงพอใจแก่คน และกลุ่มงาน
    การออกแบบงาน เป็นกระบวนการวางแผนในการทำงานที่ต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้น จนสิ้นสุดกระบวนการ

    ความสำคัญของการวิเคราะห์ และการออกแบบงาน
    - สร้างความพึงพอใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน
    - มีโครงสร้างองค์การที่ชัดเจน
    - สามารถกำหนดคุณภาพของแรงงาน
    1.การออกแบบงานตามแนวคิดการบริหารที่มีหลักเกณฑ์
    - ศึกษางานทุกอย่าง อย่างรอบคอบ แยกออกเป็นขั้นตอนย่อยๆ
    - งานที่ทำควรผ่านการศึกษาวิเคราะห์ว่าควรจะต้องทำงานแต่ละส่วนให้เสร็จ โดยให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
    - คัดเลือกพนักงานต้องสอดคล้องกับสภาพงาน
    - บุคลากรควรได้รับการฝึกอบรมอย่างดี
    - การจ่ายผลตอบแทนตามผลงาน
    2.การออกแบบงานโดยวิธีเพิ่มคุณค่างาน
    - ความหลากหลายของทักษะ
    - ความเด่นชัดของงาน
    - ความสำคัญของงาน
    - ความเป็นเอกเทศ มีโอกาสรับผิดชอบและทำด้วยตนเอง
    - ข้อมูลย้อนกลับ เพื่อทราบถึงผลงานที่ได้ทำไป
    3.การออกแบบงานด้วยการจัดกลุ่มทำงานโดยให้ความเป็นอิสระ
    - การจัดให้เป็นงานที่ต้องทำร่วมกันเป็นกลุ่ม หรือทีม
    - มีการอบรมโดยการหมุนเวียนงาน ทำงานได้หลายอย่าง
    - ความเป็นเอกเทศ มีเสรีภาพในการตัดสินใจ
    - ให้รางวัลตามกลุ่ม เชื่อมโยงตามผลงาน
    (นางสาวชนาวาส บัววงค์) 12590013

    ตอบลบ
  4. การออกแบบงาน (job design) เป็นกระบวนการกําหนดงานเฉพาะอย่างที่จะต้องทํา วิธีการที่ใช่ในการทํางาน และวิธีการที่เกี่ยวข้องกับงานอื่นๆ ในองค์กร หรือเป็นกระบวนการของ การกําหนดงานของพนักงานตามลักษณะโครงสร้างให้สอดคล้องกับลักษณะของบุคคลเพื่อให้บรรลุผลสําเร็จตามวัตถุประสงค์ขององค์กร เพราะฉะนั้นการออกแบบงานจึงเป็นกระบวนการ กําหนดโครงสร้างของงานและการกําหนดกิจกรรมของงานเฉพาะอย่างให้แก่พนักงานแต่ละคน หรือแต่ละกลุ่มเพื่อให้บรรลุผลสําเร็จตามจุดมุ่งหมายขององค์กร การออกแบบงานจะ ประกอบด้วยการตัดสินใจว่าใคร (who) จะเป็นผู้กระทําอะไร (what) ทําที่ไหน (where) ทํา เมื่อไร (when) ทําไมจึงทํา (why) และทําอย่างไร (how) โดยการออกแบบงานจะต้องดําเนินการ เชื่อมโยงกับการวิเคราะห์งานซึ่งในทางปฏิบัติ การวิเคราะห์งานมักจะดําเนินการกับงานท่ีมีอยู่แล้วแต่ถ้าเป็นการออกแบบงานใหม่(redesigned) จะต้องดําเนินการวิเคราะห่งานหลังจากการ ออกแบบงาน
    กระบวนการออกแบบงานสามารถแบ่งออกได้เป็น3ลักษณะคือ
    1. ลักษณะเฉพาะอย่างของแต่ละงาน (the specification of individual tasks) หมายถึงงาน ที่แตกต่างกนั ที่พนักงานแต่ละคนทํา
    2. ลักษณะเฉพาะอย่างของวิธีการปฏิบัติงาน (the specification of the method of performing each task) หมายถึงงานแต่ละงานมีวิธีการทําอย่างไร
    3. การรวมแต่ละงานให้เป็นงานเฉพาะของแต่ละคน (the combination of individual tasks into specific jobs to be assigned to individuals) หมายถึงวิธีการที่งานในหน้าที่ที่ แตกต่าง ได้รับการรวบรวมขึ้นเพื่อสร้างรูปแบบงาน
    (นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)

    ตอบลบ
  5. การออกเเบบงาน (JOb Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)

    (นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)

    ตอบลบ
  6. การออกเเบบงาน (JOb Design) คือ การพิจารณางาน หน้าที่ ความรับผิดชอบขององค์การ รายละเอียดงานที่เกี่ยวกับเนื้อหา วิธีการ และความสัมพันธ์การพิจารณางาน หน้าที่ ความรับผิดชอบขององค์การ รายละเอียดงานที่เกี่ยวกับเนื้อหา วิธีการ และความสัมพันธ์ของงาน เพื่อให้เกิดความพึงพอใจแก่คน และกลุ่มงาน
    การออกแบบงาน เป็นกระบวนการวางแผนในการทำงานที่ต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้น จนสิ้นสุดกระบวนการงาน เพื่อให้เกิดความพึงพอใจแก่คน และกลุ่มงาน
    การออกแบบงาน เป็นกระบวนการวางแผนในการทำงานที่ต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้น จนสิ้นสุดกระบวนการโดยขั้นตอนการออกเเบบงาน ดังนี้
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation) 
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    (ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)

    ตอบลบ
  7. 1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้านหมายถึงการกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานแต่ละตำแหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำกัดเพียงไม่กี่ประเภทเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้านวิธีนี้สอดคล้องกับหลักคิดของอดัมสมิธ (Adam Smith) นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังของโลกในอดีตซึ่งพบว่าประสิทธิภาพการทำงานจะเพิ่มขึ้นโดยการแบ่งงานกันทำและสอดคล้องกับแนวคิดของเฟรดเดอริกวินสโลว์เทย์เลอร์ (Frederick Winslow Taylor) บิดาแห่งการจัดการเชิงวิทยาศาสตร์ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าการแบ่งงานกันทำจะทำให้ผลผลิตในการทำงานสูงขึ้น
    2.ทางเลือกอื่นในการออกแบบงาน (Alternatives to Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกแบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้านจึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางเลือกอื่นซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กรทางเลือกดังกล่าว ได้แก่ การหมุนเวียนงาน (Job Rotation) การขยายขอบเขตงาน (Job Enlargement) และการเพิ่มคุณค่าในงาน (Job Enrichment)
    (นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)

    ตอบลบ
  8. การออกแบบนี้ (Job Design) นี้เป็นการวิเคราะห์งานรูปแบบหนึ่งและเป็นขั้นตอนหลังจากการที่คุณได้ทำการวิเคราะห์งานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะทำการสรุปงาน ทำหน้าที่ และความรับผิดชอบในการทำงานเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของตำแหน่งงานนั้นๆ การออกแบบงานหลักเกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบในการบูรณาการคุณสมบัติของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานนั้นๆ อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังช่วยให้ในการพิจารณาผู้สมัครที่มีคุณสมบัติ มีประสบการณ์ และ ความสามารถที่เชี่ยวชาญ การออกแบบงาน มีขั้นตอนที่เป็นลำดับและมีตรรกะที่ชัดเจน ดังนี้
    1.สิ่งที่จะต้องทำ หรือ สิ่งที่จำเป็นพิเศษสำหรับงานนั้นๆ เช่น ความสามารถพิเศษของผู้สมัคร ประสบการณ์ของผู้สมัคร อายุของผู้สมัคร ต้องกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของงาน ?
    2.งานที่จะดำเนินการ จะต้องมีลักษณะรายละเอียดที่ชัดเจน และระบุวิธีการทำอย่างไร?
    3.ปริมาณงานที่จะต้องทำให้สำเร็จภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด ที่พยากรณ์ล่วงหน้า?
    4.ลำดับของการปฎิบัติงานเหล่านี้ คืออะไร?
    คำถามทั้งหมดเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะกำหนดนิยามที่ชัดเจนของงานที่เฉพาะเจาะจง ในการออกแบบงานที่เหมาะสมกับองค์กรและวัตถุประสงค์ของยุทธศาสตร์องค์กร รวมทั้งงานที่ทำการออกแบบงานเสร็จแล้วจะต้องส่งเสริมให้สามารถรู้สึกถึง ความอยากประสบความสำเร็จในหมู่พนักงานและความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเองสูง

    (ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)

    ตอบลบ
  9. การออกเเบบงาน (JOb Design) คือ การพิจารณางาน หน้าที่ ความรับผิดชอบขององค์การ รายละเอียดงานที่เกี่ยวกับเนื้อหา วิธีการ และความสัมพันธ์การพิจารณางาน หน้าที่ ความรับผิดชอบขององค์การ รายละเอียดงานที่เกี่ยวกับเนื้อหา วิธีการ และความสัมพันธ์ของงาน เพื่อให้เกิดความพึงพอใจแก่คน และกลุ่มงาน
    การออกแบบงาน เป็นกระบวนการวางแผนในการทำงานที่ต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้น จนสิ้นสุดกระบวนการงาน เพื่อให้เกิดความพึงพอใจแก่คน และกลุ่มงาน
    การออกแบบงาน เป็นกระบวนการวางแผนในการทำงานที่ต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้น จนสิ้นสุดกระบวนการโดยขั้นตอนการออกเเบบงาน ดังนี้
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -การกำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    (นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)

    ตอบลบ
  10. การออกเเบบงาน (JOb Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    (นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)

    ตอบลบ
  11. การออกเเบบงาน (JOb Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    (นางสาว ณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)

    ตอบลบ
  12. การออกแบบงาน การออกแบบงาน (job design) เป็นกระบวนการกําหนดงานเฉพาะอย่างที่จะต้องทํา วิธีการที่ใช่ในการทํางาน และวิธีการที่เกี่ยวข้องกับงานอื่นๆ ในองค์กร หรือเป็นกระบวนการของ การกําหนดงานของพนักงานตามลักษณะโครงสร้างให้สอดคล้องกับลักษณะของบุคคลเพื่อให้ บรรลุผลสําเร็จตามวัตถุประสงค์ขององค์กร เพราะฉะนั้นการออกแบบงานจึงเป็นกระบวนการ กําหนดโครงสร้างของงานและการกําหนดกิจกรรมของงานเฉพาะอย่างให้แก่พนักงานแต่ละคน หรือแต่ละกลุ่มเพื่อให้บรรลุผลสําเร็จตามจุดมุ่งหมายขององค์กร การออกแบบงานจะ ประกอบด้วยการตัดสินใจว่าใคร (who) จะเป็นผู้กระทําอะไร (what) ทําที่ไหน (where) ทํา เมื่อไร (when) ทําไมจึงทํา (why) และทําอย่างไร (how) โดยการออกแบบงานจะต้องดําเนินการ เชื่อมโยงกับการวิเคราะห์งานซึ่งในทางปฏิบัติการวิเคราะห์งานมักจะดําเนินการกับงานที่มีอยู่ แล้วแต่ถ้าเป็นการออกแบบงานใหม่ (redesigned) จะต้องดําเนินการวิเคราะหางานหลังจากการ ออกแบบงาน
    (นายธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)

    ตอบลบ
  13. การออกแบบงาน (Job Design) เป็นการวิเคราะห์งานรูปแบบหนึ่งและเป็นขั้นตอนหลังจากการที่คุณได้ทำการวิเคราะห์งานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะทำการสรุปงาน   ทำหน้าที่   และความรับผิดชอบในการทำงานเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของตำแหน่งงานนั้นๆ   การออกแบบงานหลักเกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบในการบูรณาการคุณสมบัติของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานนั้นๆ อย่างชัดเจน  นอกจากนี้ยังช่วยให้ในการพิจารณาผู้สมัครที่มีคุณสมบัติ มีประสบการณ์ และ ความสามารถที่เชี่ยวชาญ
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -การกำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    (นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)

    ตอบลบ
  14. 3.การออกแบบงาน เป็นการกำหนดภาระหน้าที่และความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในแต่ละตำแหน่งงาน โดยมีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน หมายถึงการกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานแต่ละตำแหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำกัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญและทางเลือกอื่นในการออกแบบงานโดยมีการหมุนเวียนงานขยายของเขตงาน เพิ่มคุณค่างานโดยมีความหลากหลายของทักษะ เอกลักษณ์ของงาน ความสำคัญของงาน และความมีอิสระในการทำงาน และส่วนสุดท้ายคือมีการกำหนดเวลาการทำงาน
    (อารียา ปานทอง 12590109)

    ตอบลบ
  15. การออกเเบบงาน (Job Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    (อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)

    ตอบลบ
  16. การออกเเบบงาน (JOb Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time) (น.ส. อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)

    ตอบลบ
  17. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  18. การออกแบบงาน การออกแบบงาน (job design) เป็นกระบวนการกําหนดงานเฉพาะอย่างที่จะต้องทํา วิธีการที่ใช่ในการทํางาน และวิธีการที่เกี่ยวข้องกับงานอื่นๆ ในองค์กร หรือเป็นกระบวนการของ การกําหนดงานของพนักงานตามลักษณะโครงสร้างให้สอดคล้องกับลักษณะของบุคคลเพื่อให้ บรรลุผลสําเร็จตามวัตถุประสงค์ขององค์กร เพราะฉะนั้นการออกแบบงานจึงเป็นกระบวนการ กําหนดโครงสร้างของงานและการกําหนดกิจกรรมของงานเฉพาะอย่างให้แก่พนักงานแต่ละคน หรือแต่ละกลุ่มเพื่อให้บรรลุผลสําเร็จตามจุดมุ่งหมายขององค์กร การออกแบบงานจะ ประกอบด้วยการตัดสินใจว่าใคร (who) จะเป็นผู้กระทําอะไร (what) ทําที่ไหน (where) ทํา เมื่อไร (when) ทําไมจึงทํา (why) และทําอย่างไร (how) โดยการออกแบบงานจะต้องดําเนินการ เชื่อมโยงกับการวิเคราะห์งานซึ่งในทางปฏิบัติการวิเคราะห์งานมักจะดําเนินการกับงานที่มีอยู่ แล้วแต่ถ้าเป็นการออกแบบงานใหม่ (redesigned) จะต้องดําเนินการวิเคราะหางานหลังจากการ ออกแบบงาน (วิลาสินี เกตุแก้ว12590073)

    ตอบลบ
  19. การออกแบบงาน (job design) เปนกระบวนการกําหนดงานเฉพาะอย่างที่จะตเองทํา วิธีการที่ใช้ในการทํางาน และวิธีการที่เกี่ยวข้องกับงานอื่นๆ ในองค์กร หรือเปนกระบวนการของ การกําหนดงานของพนักงานตามลักษณะโครงสร้างให้สอดคล้องกับลักษณะของบุคคลเพื่อให้ บรรลุผลสําเร็จตามวัตถุประสงค์ขององค์กร เพราะฉะนั้นการออกแบบงานจึงเป็นกระบวนการ กําหนดโครงสร้างของงานและการกําหนดกิจกรรมของงานเฉพาะอย่างให้แก่พนักงานแต่ละคน หรือแต่ละกลุ่มเพื่อให้บรรลุผลสําเร็จตามจุดมุ่งหมายขององค์กร การออกแบบงานจะ ประกอบด้วยการตัดสินใจว่าใคร (who) จะเป็นผู้กระทําอะไร (what) ทําที่ไหน (where) ทํา เมื่อไร (when) ทําไมจึงทํา (why) และทําอย่างไร (how)
    พัชมน มนต์วิมลพร 12590053

    ตอบลบ
  20. ความหมายของการออกแบบงาน (Job Design)
    หมายถึง การพิจารณางาน หน้าที่ ความรับผิดชอบขององค์การ รายละเอียดงานที่เกี่ยวกับเนื้อหา วิธีการ และความสัมพันธ์ของงาน เพื่อให้เกิดความพึงพอใจแก่คน และกลุ่มงาน
    การออกแบบงาน เป็นกระบวนการวางแผนในการทำงานที่ต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้น จนสิ้นสุดกระบวนการ

    ความสำคัญของการวิเคราะห์ และการออกแบบงาน
    - สร้างความพึงพอใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน
    - มีโครงสร้างองค์การที่ชัดเจน
    - สามารถกำหนดคุณภาพของแรงงาน
    1.การออกแบบงานตามแนวคิดการบริหารที่มีหลักเกณฑ์
    - ศึกษางานทุกอย่าง อย่างรอบคอบ แยกออกเป็นขั้นตอนย่อยๆ
    - งานที่ทำควรผ่านการศึกษาวิเคราะห์ว่าควรจะต้องทำงานแต่ละส่วนให้เสร็จ โดยให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
    - คัดเลือกพนักงานต้องสอดคล้องกับสภาพงาน
    - บุคลากรควรได้รับการฝึกอบรมอย่างดี
    - การจ่ายผลตอบแทนตามผลงาน
    2.การออกแบบงานโดยวิธีเพิ่มคุณค่างาน
    - ความหลากหลายของทักษะ
    - ความเด่นชัดของงาน
    - ความสำคัญของงาน
    - ความเป็นเอกเทศ มีโอกาสรับผิดชอบและทำด้วยตนเอง
    - ข้อมูลย้อนกลับ เพื่อทราบถึงผลงานที่ได้ทำไป
    3.การออกแบบงานด้วยการจัดกลุ่มทำงานโดยให้ความเป็นอิสระ
    - การจัดให้เป็นงานที่ต้องทำร่วมกันเป็นกลุ่ม หรือทีม
    - มีการอบรมโดยการหมุนเวียนงาน ทำงานได้หลายอย่าง
    - ความเป็นเอกเทศ มีเสรีภาพในการตัดสินใจ
    - ให้รางวัลตามกลุ่ม เชื่อมโยงตามผลงาน
    (น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)

    ตอบลบ
  21. การออกเเบบงาน (JOb Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร
    (บุญธิดา กะตะศิลา 12590043)

    ตอบลบ
  22. ข้อ 3
    การออกแบบงาน มีขั้นตอนที่เป็นลำดับและมีตรรกะที่ชัดเจน ดังนี้
    1. สิ่งที่จะต้องทำ หรือ สิ่งที่จำเป็นพิเศษสำหรับงานนั้น ๆ เช่น ความสามารถพิเศษของผู้สมัคร ประสบการณ์ของผู้สมัคร อายุของผู้สมัคร ต้องกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของงาน ?
    2. งานที่จะดำเนินการ จะต้องมีลักษณะรายละเอียดที่ชัดเจน และระบุวิธีการทำอย่างไร?
    3. ปริมาณงานที่จะต้องทำให้สำเร็จภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด ที่พยากรณ์ล่วงหน้า?
    4. ลำดับของการปฏิบัติติงานเหล่านี้ คืออะไร?
    เปรียบเทียบการออกแบบงานลักษณะต่าง ๆ
    1.การออกแบบงานตามแนวคิดการบริหารที่มีหลักเกณฑ์
    - ศึกษางานทุกอย่าง อย่างรอบคอบ แยกออกเป็นขั้นตอนย่อย ๆ
    - งานที่ทำควรผ่านการศึกษาวิเคราะห์ว่าควรจะต้องทำงานแต่ละส่วนให้เสร็จ โดยให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
    2.การออกแบบงานโดยวิธีเพิ่มคุณค่างาน
    - ความหลากหลายของทักษะ
    - ความเด่นชัดของงาน
    3.การออกแบบงานด้วยการจัดกลุ่มทำงานโดยให้ความเป็นอิสระ
    - การจัดให้เป็นงานที่ต้องทำร่วมกันเป็นกลุ่ม หรือทีม
    - มีการอบรมโดยการหมุนเวียนงาน ทำงานได้หลายอย่าง
    (อรณิชา ศรีสมัย 12590102)

    ตอบลบ
  23. การออกเเบบงาน คือการกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    (นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)

    ตอบลบ
  24. การออกเเบบงาน (Job Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเละความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)

    (นางสาวสุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)

    ตอบลบ
  25. การออกเเบบงาน (Job Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเละความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    (จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)

    ตอบลบ
  26. การออกเเบบงาน (Job Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    (สินิกน ราชมณี 12590084)

    ตอบลบ
  27. การออกแบบงาน (Job Design) เป็นการพิจารณางาน หน้าที่ ความรับผิดชอบขององค์การ รายละเอียดงานที่เกี่ยวกับเนื้อหา วิธีการ และความสัมพันธ์ของงาน เพื่อให้เกิดความพึงพอใจแก่คน และกลุ่มงาน
    การออกแบบงาน เป็นกระบวนการวางแผนในการทำงานที่ต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้น จนสิ้นสุดกระบวนการ

    ความสำคัญของการวิเคราะห์ และการออกแบบงาน
    - สร้างความพึงพอใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน
    - มีโครงสร้างองค์การที่ชัดเจน
    - สามารถกำหนดคุณภาพของแรงงาน

    ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการออกแบบงาน
    1.ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี
    การเข้ามาแทนที่งานของคน จึงต้องคำนึงถึง ทักษะความสามารถของผู้ควบคุม
    2.ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาการการจัดการ
    เป็นการจูงใจ เพื่อให้เกิดความพึงพอใจ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ด้วยการ
    - เพิ่มคุณค่าของเนื้องาน ให้โอกาสคิดงานเอง
    - การหมุนเวียนงาน สับเปลี่ยนหน้าที่งาน
    - การเพิ่มเนื้องาน หาเทคนิคในการทำงานให้หลากหลาย
    3.คุณภาพแรงงานและการแข่งขัน ตำแหน่งที่มีความต้องการมาก/เฉพาะทาง จะมีค่าจ้างสูง อาจต้องลดจำนวนการจ้างในตำแหน่งนั้นเท่าที่จำเป็น
    4.กฎหมายและนโยบายของรัฐ ยึดหลักไม่ขัดต่อหลักกฎหมาย ห้ามใช้แรงงานเด็ก กำหนดเวลาพัก ค่าทำงานล่วงเวลา
    5.แบบฉบับการบริหารขององค์การ ลักษณะของการจัดการ (Management style)
    - แบบรวมอำนาจ ควบคุมดูแลเข้มงวด
    - แบบกระจายอำนาจ ทำงานเป็นทีม

    แนวทางการออกแบบงาน
    1.การออกแบบงานตามแนวคิดการบริหารที่มีหลักเกณฑ์
    - ศึกษางานทุกอย่าง อย่างรอบคอบ แยกออกเป็นขั้นตอนย่อยๆ
    - งานที่ทำควรผ่านการศึกษาวิเคราะห์ว่าควรจะต้องทำงานแต่ละส่วนให้เสร็จ โดยให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
    - คัดเลือกพนักงานต้องสอดคล้องกับสภาพงาน
    - บุคลากรควรได้รับการฝึกอบรมอย่างดี
    - การจ่ายผลตอบแทนตามผลงาน
    2.การออกแบบงานโดยวิธีเพิ่มคุณค่างาน
    - ความหลากหลายของทักษะ
    - ความเด่นชัดของงาน
    - ความสำคัญของงาน
    - ความเป็นเอกเทศ มีโอกาสรับผิดชอบและทำด้วยตนเอง
    - ข้อมูลย้อนกลับ เพื่อทราบถึงผลงานที่ได้ทำไป
    3.การออกแบบงานด้วยการจัดกลุ่มทำงานโดยให้ความเป็นอิสระ
    - การจัดให้เป็นงานที่ต้องทำร่วมกันเป็นกลุ่ม หรือทีม
    - มีการอบรมโดยการหมุนเวียนงาน ทำงานได้หลายอย่าง
    - ความเป็นเอกเทศ มีเสรีภาพในการตัดสินใจ
    - ให้รางวัลตามกลุ่ม เชื่อมโยงตามผลงาน

    รัญชริดา มะนุ่น 12590067

    ตอบลบ
  28. การออกเเบบงาน (JOb Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization)
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design)
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    นางสาววชิราพร คำกอง 12590068

    ตอบลบ
  29. 3. จงอธิบายขั้นตอนการออกแบบงาน ตลอดจนอธิบายเปรียบเทียบการออกแบบงานลักษณะต่างๆ
    ตอบ : การออกแบบงาน หมายถึง การกำหนดภาระหน้าที่และความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในแต่ละตำแหน่งงาน การที่ผู้บริหารจะสามารถกำหนดภาระหน้าที่และความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในแต่ละตำแหน่งงานได้ ผู้บริหารจำเป็นต้องนำรายละเอียดต่างๆที่กำหนดไว้จากการวางแผนมาเป็นกรอบในการกำหนดภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละตำแหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)

    ตอบลบ
  30. การออกเเบบงาน (JOb Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)(ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)

    ตอบลบ
  31. การออกเเบบงาน คือการกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    นางสาว ภัทราพร ผังรักษ์ 12590061

    ตอบลบ
  32. การออกเเบบงาน (JOb Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)

    นางสาวดวงหทัย โฉมมา 12590029

    ตอบลบ
  33. โดยที่การออกเเบบงาน หรือ(JOb Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    (หมายขวัญ นวลอุไร 12590099)

    ตอบลบ

  34. การออกเเบบงาน (JOb Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    นางสาวพัชรา จูเอี่ยม (12590054)

    ตอบลบ
  35. การออกเเบบงาน (JOb Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)

    (ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896)

    ตอบลบ
  36. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  37. การออกแบบงาน (job design) เป็นกระบวนการกําหนดงานเฉพาะอย่างที่จะต้องทํา วิธีการที่ใช่ในการทํางาน และวิธีการที่เกี่ยวข้องกับงานอื่นๆ ในองค์กร หรือเป็นกระบวนการของ การกําหนดงานของพนักงานตามลักษณะโครงสร้างให้สอดคล้องกับลักษณะของบุคคลเพื่อให้บรรลุผลสําเร็จตามวัตถุประสงค์ขององค์กร เพราะฉะนั้นการออกแบบงานจึงเป็นกระบวนการ กําหนดโครงสร้างของงานและการกําหนดกิจกรรมของงานเฉพาะอย่างให้แก่พนักงานแต่ละคน หรือแต่ละกลุ่มเพื่อให้บรรลุผลสําเร็จตามจุดมุ่งหมายขององค์กร การออกแบบงานจะ ประกอบด้วยการตัดสินใจว่าใคร (who) จะเป็นผู้กระทําอะไร (what) ทําที่ไหน (where) ทํา เมื่อไร (when) ทําไมจึงทํา (why) และทําอย่างไร (how) โดยการออกแบบงานจะต้องดําเนินการ เชื่อมโยงกับการวิเคราะห์งานซึ่งในทางปฏิบัติ การวิเคราะห์งานมักจะดําเนินการกับงานท่ีมีอยู่แล้วแต่ถ้าเป็นการออกแบบงานใหม่(redesigned) จะต้องดําเนินการวิเคราะห่งานหลังจากการ ออกแบบงาน
    กระบวนการออกแบบงานสามารถแบ่งออกได้เป็น3ลักษณะคือ
    1. ลักษณะเฉพาะอย่างของแต่ละงาน (the specification of individual tasks) หมายถึงงาน ที่แตกต่างกนั ที่พนักงานแต่ละคนทํา
    2. ลักษณะเฉพาะอย่างของวิธีการปฏิบัติงาน (the specification of the method of performing each task) หมายถึงงานแต่ละงานมีวิธีการทําอย่างไร
    3. การรวมแต่ละงานให้เป็นงานเฉพาะของแต่ละคน (the combination of individual tasks into specific jobs to be assigned to individuals) หมายถึงวิธีการที่งานในหน้าที่ที่ แตกต่าง ได้รับการรวบรวมขึ้นเพื่อสร้างรูปแบบงาน
    (นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)

    ตอบลบ
  38. การออกเเบบงาน (JOb Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -การกำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    สุภัทษา สนธิช่วย 12590096

    ตอบลบ
  39. ไม่ระบุชื่อ10 กันยายน 2562 เวลา 03:41

    การออกเเบบงาน (JOb Design)
    หมายถึง การกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน
    การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ
    จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่ 1)การหมุนเวียนงาน(Job Rotation) 2)การขยายขอบเขต (Job Enlargement) 3)การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment) 4)การกำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    (อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)

    ตอบลบ
  40. การออกแบบงาน (Job Design) เป็นการวิเคราะห์งานรูปแบบหนึ่งและเป็นขั้นตอนหลังจากการที่คุณได้ทำการวิเคราะห์งานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะทำการสรุปงาน ทำหน้าที่ และความรับผิดชอบในการทำงานเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของตำแหน่งงานนั้นๆ การออกแบบงานหลักเกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบในการบูรณาการคุณสมบัติของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานนั้นๆ อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังช่วยให้ในการพิจารณาผู้สมัครที่มีคุณสมบัติ มีประสบการณ์ และ ความสามารถที่เชี่ยวชาญ
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -การกำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    (ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)

    ตอบลบ
  41. ความหมายของการออกแบบงาน (Job Design)
    หมายถึง การพิจารณางาน หน้าที่ ความรับผิดชอบขององค์การ รายละเอียดงานที่เกี่ยวกับเนื้อหา วิธีการ และความสัมพันธ์ของงาน เพื่อให้เกิดความพึงพอใจแก่คน และกลุ่มงาน
    การออกแบบงาน เป็นกระบวนการวางแผนในการทำงานที่ต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้น จนสิ้นสุดกระบวนการ

    ความสำคัญของการวิเคราะห์ และการออกแบบงาน
    - สร้างความพึงพอใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน - มีโครงสร้างองค์การที่ชัดเจน
    - สามารถกำหนดคุณภาพของแรงงาน
    1.การออกแบบงานตามแนวคิดการบริหารที่มีหลักเกณฑ์
    - ศึกษางานทุกอย่าง อย่างรอบคอบ แยกออกเป็นขั้นตอนย่อยๆ
    - งานที่ทำควรผ่านการศึกษาวิเคราะห์ว่าควรจะต้องทำงานแต่ละส่วนให้เสร็จ โดยให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
    - คัดเลือกพนักงานต้องสอดคล้องกับสภาพงาน
    - บุคลากรควรได้รับการฝึกอบรมอย่างดี
    - การจ่ายผลตอบแทนตามผลงาน
    2.การออกแบบงานโดยวิธีเพิ่มคุณค่างาน
    - ความหลากหลายของทักษะ
    - ความเด่นชัดของงาน
    - ความสำคัญของงาน
    - ความเป็นเอกเทศ มีโอกาสรับผิดชอบและทำด้วยตนเอง
    - ข้อมูลย้อนกลับ เพื่อทราบถึงผลงานที่ได้ทำไป
    3.การออกแบบงานด้วยการจัดกลุ่มทำงานโดยให้ความเป็นอิสระ
    - การจัดให้เป็นงานที่ต้องทำร่วมกันเป็นกลุ่ม หรือทีม - มีการอบรมโดยการหมุนเวียนงาน ทำงานได้หลายอย่าง - ความเป็นเอกเทศ มีเสรีภาพในการตัดสินใจ
    - ให้รางวัลตามกลุ่ม เชื่อมโยงตามผลงาน
    (ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)

    ตอบลบ
  42. การออกเเบบงาน (JOb Design)
    หมายถึง การกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงานมีดังนี้
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน
    การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ
    จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีความพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่ 1)การหมุนเวียนงาน(Job Rotation) 2)การขยายขอบเขต (Job Enlargement) 3)การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment) 4)การกำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)

    กุลปริยา แย้มเกษร 12590005

    ตอบลบ
  43. การออกเเบบงาน (JOb Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    (นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)

    ตอบลบ
  44. การออกเเบบงาน (Job Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน ขั้นตอนการออกเเบบงาน ได้แก่
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)

    ( ศศิมา ปานชงค์ 12590077 )

    ตอบลบ
  45. การออกแบบงาน (job design) เป็นกระบวนการกำหนดงานเฉพาะอย่างที่จะต้องทำวิธีการที่ใช้ในการทำงาน และวิธีการที่เกี่ยวข้องกับงานอื่นๆ ในองค์กร หรือเป็นกระบวนการของการกำหนดงานของพนักงานตามลักษณะโครงสร้างให้สอดคล้องกับลักษณะของบุคคลเพื่อให้บรรลุผลสําเร็จตามวัตถุประสงค์ของ การออกแบบงานจะประกอบด้วยการตัดสินใจว่าใคร (who) จะเป็นผู้กระทําอะไร (what) ทําที่ไหน (where) ทำเมื่อไร (when) ทําไมจึงทํา (why) และทําอย่างไร (how) โดยการออกแบบงานจะต้องดําเนินการ เชื่อมโยงกับการวิเคราะห์งานซึ่งในทางปฏิบัติ การวิเคราะห์งานมักจะดําเนินการกับงานที่มีอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นการออกแบบงานใหม่ (redesigned) จะต้องดําเนินการวิเคราะห์งานหลังจากการออกแบบงาน
    กระบวนการออกแบบงาน สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะคือ
    1. ลักษณะเฉพาะอย่างของแต่ละงาน (the specification of individual tasks) หมายถึง งานที่แตกต่างกันที่พนักงานแต่ละคนทำ
    2. ลักษณะเฉพาะอย่างของวิธีการปฏิบัติงาน (the specification of the method of performing each task) หมายถึง งานแต่ละงานมีวิธีการทำอย่างไร
    3. การรวมแต่ละงานให้เป็นงานเฉพาะของแต่ละคน (the combination of individual tasks into specific jobs to be assigned to individuals) หมายถึง วิธีการที่งานในหน้าที่ที่แตกต่าง ได้รับการรวบรวมขึ้นเพื่อสร้างรูปแบบงาน
    (ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)

    ตอบลบ
  46. การออกเเบบงาน (JOb Design)
    เป็นกระบวนการของการกำหนดงานของพนักงานตามลักษณะโครงสร้างให้สอดคล้องกับลักษณะของบุคคลเพื่อให้บรรลุผลสําเร็จตามวัตถุประสงค์ของ การออกแบบงานจะประกอบด้วยการตัดสินใจว่าใคร (who) จะเป็นผู้กระทําอะไร (what) ทําที่ไหน (where) ทำเมื่อไร (when) ทําไมจึงทํา (why) และทําอย่างไร (how) โดยการออกแบบงานจะต้องดําเนินการ เชื่อมโยงกับการวิเคราะห์งานซึ่งในทางปฏิบัติ การวิเคราะห์งานมักจะดําเนินการกับงานที่มีอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นการออกแบบงานใหม่ (redesigned) จะต้องดําเนินการวิเคราะห์งานหลังจากการออกแบบงานารกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    (สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)

    ตอบลบ
  47. การออกเเบบงาน (Job Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    นางสาวณัฐนรี สีทองสุก 12590022

    ตอบลบ
  48. การออกเเบบงาน (JOb Design) คือ การพิจารณางาน หน้าที่ ความรับผิดชอบขององค์การ รายละเอียดงานที่เกี่ยวกับเนื้อหา วิธีการ และความสัมพันธ์การพิจารณางาน หน้าที่ ความรับผิดชอบขององค์การ รายละเอียดงานที่เกี่ยวกับเนื้อหา วิธีการ และความสัมพันธ์ของงาน เพื่อให้เกิดความพึงพอใจแก่คน และกลุ่มงาน
    การออกแบบงาน เป็นกระบวนการวางแผนในการทำงานที่ต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้น จนสิ้นสุดกระบวนการงาน เพื่อให้เกิดความพึงพอใจแก่คน และกลุ่มงาน
    การออกแบบงาน เป็นกระบวนการวางแผนในการทำงานที่ต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้น จนสิ้นสุดกระบวนการโดยขั้นตอนการออกเเบบงาน ดังนี้
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    การกำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    (วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)

    ตอบลบ
  49. การออกเเบบงาน (JOb Design) คือ การพิจารณางาน หน้าที่ ความรับผิดชอบขององค์การ รายละเอียดงานที่เกี่ยวกับเนื้อหา วิธีการ และความสัมพันธ์การพิจารณางาน หน้าที่ ความรับผิดชอบขององค์การ รายละเอียดงานที่เกี่ยวกับเนื้อหา วิธีการ และความสัมพันธ์ของงาน เพื่อให้เกิดความพึงพอใจแก่คน และกลุ่มงาน
    การออกแบบงาน เป็นกระบวนการวางแผนในการทำงานที่ต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้น จนสิ้นสุดกระบวนการงาน เพื่อให้เกิดความพึงพอใจแก่คน และกลุ่มงาน
    การออกแบบงาน เป็นกระบวนการวางแผนในการทำงานที่ต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้น จนสิ้นสุดกระบวนการโดยขั้นตอนการออกเเบบงาน ดังนี้
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    การกำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    (นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)

    ตอบลบ
  50. การออกเเบบงาน (JOb Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    (ศุภิสรา นรินยา 12590717)

    ตอบลบ
  51. การออกแบบงาน มีขั้นตอนที่เป็นลำดับและมีตรรกะที่ชัดเจน ดังนี้
    1. สิ่งที่จะต้องทำ หรือ สิ่งที่จำเป็นพิเศษสำหรับงานนั้น ๆ เช่น ความสามารถพิเศษของผู้สมัคร ประสบการณ์ของผู้สมัคร อายุของผู้สมัคร ต้องกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของงาน ?
    2. งานที่จะดำเนินการ จะต้องมีลักษณะรายละเอียดที่ชัดเจน และระบุวิธีการทำอย่างไร?
    3. ปริมาณงานที่จะต้องทำให้สำเร็จภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด ที่พยากรณ์ล่วงหน้า?
    4. ลำดับของการปฏิบัติติงานเหล่านี้ คืออะไร?
    เปรียบเทียบการออกแบบงานลักษณะต่าง ๆ
    1.การออกแบบงานตามแนวคิดการบริหารที่มีหลักเกณฑ์ ศึกษางานทุกอย่าง อย่างรอบคอบ แยกออกเป็นขั้นตอนย่อยๆ งานที่ทำควรผ่านการศึกษาวิเคราะห์ว่าควรจะต้องทำงานแต่ละส่วนให้เสร็จ โดยให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
    2.การออกแบบงานโดยวิธีเพิ่มคุณค่างาน ความหลากหลายของทักษะ ความเด่นชัดของงาน
    3.การออกแบบงานด้วยการจัดกลุ่มทำงานโดยให้ความเป็นอิสระ การจัดให้เป็นงานที่ต้องทำร่วมกันเป็นกลุ่มหรือทีม มีการอบรมโดยการหมุนเวียนงาน ทำงานได้หลายอย่าง
    (ณัฐฌา ปักกัง 12590019)

    ตอบลบ
  52. การออกเเบบงาน (Job Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเละความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    - การหมุนเวียนงาน (Job Rotation)
    - การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    - การเพิ่มคุณค่าในงาน (Job Enrichment)
    - การกำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    (นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)

    ตอบลบ
  53. การออกแบบงาน การออกแบบงาน (job design) เป็นกระบวนการกําหนดงานเฉพาะอย่างที่จะต้องทํา วิธีการที่ใช่ในการทํางาน และวิธีการที่เกี่ยวข้องกับงานอื่นๆ ในองค์กร หรือเป็นกระบวนการของ การกําหนดงานของพนักงานตามลักษณะโครงสร้างให้สอดคล้องกับลักษณะของบุคคลเพื่อให้ บรรลุผลสําเร็จตามวัตถุประสงค์ขององค์กร เพราะฉะนั้นการออกแบบงานจึงเป็นกระบวนการ กําหนดโครงสร้างของงานและการกําหนดกิจกรรมของงานเฉพาะอย่างให้แก่พนักงานแต่ละคน หรือแต่ละกลุ่มเพื่อให้บรรลุผลสําเร็จตามจุดมุ่งหมายขององค์กร การออกแบบงานจะ ประกอบด้วยการตัดสินใจว่าใคร (who) จะเป็นผู้กระทําอะไร (what) ทําที่ไหน (where) ทํา เมื่อไร (when) ทําไมจึงทํา (why) และทําอย่างไร (how) โดยการออกแบบงานจะต้องดําเนินการ เชื่อมโยงกับการวิเคราะห์งานซึ่งในทางปฏิบัติการวิเคราะห์งานมักจะดําเนินการกับงานที่มีอยู่ แล้วแต่ถ้าเป็นการออกแบบงานใหม่ (redesigned) จะต้องดําเนินการวิเคราะหางานหลังจากการ ออกแบบงาน
    (นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)

    ตอบลบ
  54. การออกเเบบงาน (Job Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเละความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    - การหมุนเวียนงาน (Job Rotation)
    - การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    - การเพิ่มคุณค่าในงาน (Job Enrichment)
    - การกำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    (นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)

    ตอบลบ
  55. การออกแบบงาน มีขั้นตอนที่เป็นลำดับและมีตรรกะที่ชัดเจน ดังนี้
    1. สิ่งที่จะต้องทำ หรือ สิ่งที่จำเป็นพิเศษสำหรับงานนั้น ๆ เช่น ความสามารถพิเศษของผู้สมัคร ประสบการณ์ของผู้สมัคร อายุของผู้สมัคร ต้องกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของงาน ?
    2. งานที่จะดำเนินการ จะต้องมีลักษณะรายละเอียดที่ชัดเจน และระบุวิธีการทำอย่างไร?
    3. ปริมาณงานที่จะต้องทำให้สำเร็จภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด ที่พยากรณ์ล่วงหน้า?
    4. ลำดับของการปฏิบัติติงานเหล่านี้ คืออะไร?
    เปรียบเทียบการออกแบบงานลักษณะต่าง ๆ
    1.การออกแบบงานตามแนวคิดการบริหารที่มีหลักเกณฑ์
    - ศึกษางานทุกอย่าง อย่างรอบคอบ แยกออกเป็นขั้นตอนย่อย ๆ
    - งานที่ทำควรผ่านการศึกษาวิเคราะห์ว่าควรจะต้องทำงานแต่ละส่วนให้เสร็จ โดยให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
    2.การออกแบบงานโดยวิธีเพิ่มคุณค่างาน
    - ความหลากหลายของทักษะ
    - ความเด่นชัดของงาน
    3.การออกแบบงานด้วยการจัดกลุ่มทำงานโดยให้ความเป็นอิสระ
    - การจัดให้เป็นงานที่ต้องทำร่วมกันเป็นกลุ่ม หรือทีม
    - มีการอบรมโดยการหมุนเวียนงาน ทำงานได้หลายอย่าง
    (นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)

    ตอบลบ
  56. การออกเเบบงาน (JOb Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    (น.ส.ชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)

    ตอบลบ
  57. การออกเเบบงาน (Job Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเละความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    (นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)

    ตอบลบ
  58. การออกแบบงาน การออกแบบงาน (job design) เป็นกระบวนการกําหนดงานเฉพาะอย่างที่จะต้องทํา วิธีการที่ใช่ในการทํางาน และวิธีการที่เกี่ยวข้องกับงานอื่นๆ ในองค์กร หรือเป็นกระบวนการของ การกําหนดงานของพนักงานตามลักษณะโครงสร้างให้สอดคล้องกับลักษณะของบุคคลเพื่อให้ บรรลุผลสําเร็จตามวัตถุประสงค์ขององค์กร เพราะฉะนั้นการออกแบบงานจึงเป็นกระบวนการ กําหนดโครงสร้างของงานและการกําหนดกิจกรรมของงานเฉพาะอย่างให้แก่พนักงานแต่ละคน หรือแต่ละกลุ่มเพื่อให้บรรลุผลสําเร็จตามจุดมุ่งหมายขององค์กร การออกแบบงานจะ ประกอบด้วยการตัดสินใจว่าใคร (who) จะเป็นผู้กระทําอะไร (what) ทําที่ไหน (where) ทํา เมื่อไร (when) ทําไมจึงทํา (why) และทําอย่างไร (how) โดยการออกแบบงานจะต้องดําเนินการ เชื่อมโยงกับการวิเคราะห์งานซึ่งในทางปฏิบัติการวิเคราะห์งานมักจะดําเนินการกับงานที่มีอยู่ แล้วแต่ถ้าเป็นการออกแบบงานใหม่ (redesigned) จะต้องดําเนินการวิเคราะหางานหลังจากการ ออกแบบงาน
    (ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)

    ตอบลบ
  59. การออกเเบบงาน (JOb Design) คือ การพิจารณางาน หน้าที่ ความรับผิดชอบขององค์การ รายละเอียดงานที่เกี่ยวกับเนื้อหา วิธีการ และความสัมพันธ์การพิจารณางาน หน้าที่ ความรับผิดชอบขององค์การ รายละเอียดงานที่เกี่ยวกับเนื้อหา วิธีการ และความสัมพันธ์ของงาน เพื่อให้เกิดความพึงพอใจแก่คน และกลุ่มงาน
    การออกแบบงาน เป็นกระบวนการวางแผนในการทำงานที่ต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้น จนสิ้นสุดกระบวนการงาน เพื่อให้เกิดความพึงพอใจแก่คน และกลุ่มงาน
    การออกแบบงาน เป็นกระบวนการวางแผนในการทำงานที่ต่อเนื่องกันตั้งแต่ต้น จนสิ้นสุดกระบวนการโดยขั้นตอนการออกเเบบงาน ดังนี้
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    (สมภพ ขุนทรง 12590079)

    ตอบลบ
  60. การออกเเบบงาน (JOb Design) การกำหนดภาระหน้าที่เเบะความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในเเต่ละตำเเหน่งงาน
    ขั้นตอนการออกเเบบงาน
    1.การกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน (Job Specialization) การกำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานเเต่ละตำเเหน่งมีความรับผิดชอบในเนื้องานอย่างจำจัดเพียงไม่กี่ประเภท เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความชำนาญเฉพาะด้าน
    2.ทางเลือกอื่นในการออกเเบบ (Alternatives To Job Design) จากข้อจำกัดต่างๆที่เกิดขึ้นในการออกเเบบงานด้วยวิธีการกำหนดเนื้องานตามความชำนาญเฉพาะด้าน จึงมีตวามพยายามคิดค้นวิธีทางอื่น ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ หรือผสมผสานกับวิธีเดิมเพื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับองค์กร ทางเลือกได้เเก่
    -การหมุนเวียนงาน(Job Rotation)
    -การขยายขอบเขต (Job Enlargement)
    -การเพิ่มคุณค่าในงาน(Job Enrichment)
    -กากำหนดเวลาการทำงาน (Working Time)
    (ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)

    ตอบลบ