ผู้บริหารได้รับมอบหมายหน้าที่เเละความรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร เเละผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย เเละจัดทำเเผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บบรรลุุุตามเป้าหมายเเล้ว ผู้บริหารต้องดำเนินกิจกรรมหลักประการต่อไปคือ การจัดการ การจัดองค์กรเป็นกิจกรรมทางการจัดการลำดับที่ 2 ต่อจากการวางเเน เมื่อผู้บริหารวางเเผนโดยกำหนดพันธกิจ เป้าหมาย เเละเเผนงานเเล้ว ผู้บริหารจะต้องพิจารณาทำหน้าที่ต่างๆ ตามขั้นตอนที่ระบุในกระบวนการจัดการ อันประกอบด้วยขั้นตอนหลัก 4 ประการ ได้เเก่ การออกเเบบงาน การออเกเบบโครงสร้างองค์กร การเเบ่งอำนาจหน้าที่ เเละการประสานงาน(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ(วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ(พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)
การจัดองค์การเป็นกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน้าที่การงานบุคลากร และปัจจัยทางกายภาพต่างๆ ขององค์การ ในที่นี้ขอนำหลักการจัดองค์การในระบบราชการมาศึกษา เพราะระบบราชการนั้นเป็ฯองค์การที่มีการจัดองค์การที่ได้รับความนิยมกันอย่างกว้างขวางและมีการนำไปใช้ในทุกวงการ หลักที่สำคัญของการจัดองค์การมีดังต่อไปนี้ การกำหนดหน้าที่การงาน การกำหนดหน้าที่ของงาน (function) นั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ขององค์การหน้าที่การงานและภารกิจจึงหมายถึงกลุ่มของกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติที่ต้องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ หน้าที่การงานจะมีอะไรบ้างและมีกี่กลุ่มขึ้นอยู่กับเป้าหมายขององค์การ ลักษณะขององค์การ และขนาดขององค์การด้วย การแบ่งงาน การแบ่งงาน (division of work) หมายถึงการแยกงานหรือรวมหน้าที่การงานที่มีลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน หรือแบ่งงานตามลักษณะเฉพาะของงาน แล้วมอบงานนั้นๆ ให้แก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความสามารถหรือความถนัดในการทำงานนั้นๆ โดยตั้งเป็นหน่วยงานขึ้นมารับผิดชอบ หน่วยงานสำคัญขององค์การหน่วยงานย่อยที่สำคัญขององค์การ ได้แก่ หน่วยงานหลัก (line) หน่วยงานที่ปรึกษา (Staff) และหน่วยงานอนุกร (auxiliary) การแบ่งหน่วยงานเช่นนี้ทำให้เห็นลักษณะของงานเด่นชัดขึ้นหน่วยงานหลัก หมายถึงหน่วยงานที่ทำหน้าที่โดยตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์การ และบุคคลที่ปฏิบัติงานที่ขึ้นตรงต่อสายบังคับบัญชา องค์การทุกแห่งจะต้องประกอบด้วยหน่วยงานหลักซึ่งเป็นหน่วยงานปฏิบัติดงานเพื่อผลประโยชน์โดยตรงต่อความสำเร็จขององค์การในธุรกิจขนาดเล็กมักจะมีแต่หน่วยงานหลักเท่านั้น อำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบทุกอย่างอยู่กับผู้เป็นเจ้าของหรือผู้จัดการ สมาชิกทุกคนอยู่ภายใต้การควบคุมและสั่งการจากผุ้จัดการแต่เพียงผู้เดียว ในบริษัทผู้ผลิตหน่วยงานหลักคือฝ่ายผลิต ในห้างสรรพสินค้าหน่วยงานหลักคือฝ่ายขาย ส่วนหน่วยงานประกอบที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่หน่วยงานหลักหน่วยงานที่ปรึกษา หมายถึงหน่วยงานที่ช่วยให้หน่วยงานหลักปฏิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะงาน หรือเป็นรูปคณะกรรมการที่ปรึกษาในบริษัทต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร ฝ่ายวิจัยวางแผน ฝ่ายตรวจสอบหน่วยงานอนุกร หมายถึงหน่วยงานที่ช่วยบริการแก่หน่วยงานหลักและหน่วยงานที่ปรึกษา หน่วยงานอนุกรมักเป็นงานด้านธุรการและงานอำนวยความสะดวกเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีหน้าที่บริการลูกค้าขององค์การโดยตรง หรือไม่ได้ปฏิบัติงานอันเป็นงานหลักขององค์การในบริษัททั่วไป ได้แก่ ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบุคคล เป็นต้น(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
-เมื่อผู้บริหารได้รับมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร และผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย และจัดทำแผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายแล้ว ผู้บริหารต้องดำเนินกิจกรรมหลักประการต่อไป คือ การจัดองค์กร สิ่งที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาต่อไปจากกระบวนการวางแผน คือ ผู้บริหารจะกำหนดภาระหน้าที่และความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในแต่ละตำแหน่งงานอย่างไร จะจัดจัดโครงสร้างองค์กรให้มีลักษณะอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับความต้องการขององค์กร ผู้จัดการแต่ละคนควรมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมากน้อยเพียงใด หรือทำอย่างไรเพื่อให้บุคคลหรือหน่วยงานต่างๆภายในองค์กรสามารถทำงานอย่างประสานสอดคล้องร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรได้มากที่สุด-หากองค์กรใดมีการจัดองค์กรที่ดีก็จะส่งผลให้เกิดประโยชน์และความสำเร็จกับองค์กรอย่างน้อย 4 ประการคือ(1)การพัฒนาความรู้ความสามารถของสมาชิกในองค์กรการจัดองค์กรที่ดี จะเอื้อให้พนักงานทำงานที่ตนรับผิดชอบได้อย่างเต็มที่ เกิดการพัฒนาทักษะในการทำงานเกิดความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ตนเองรับผิดชอบ และเมื่อทำงานสำเร็จก็ย่อมนำไปสู่ความมั่นใจในการทำงาน ตลอดจนความภูมิใจที่สมาชิกในองค์กรเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ (2)ความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานของสมาชิกในองค์กรเมื่อสมาชิกทำงานได้ดีมีผลงาน องค์กรมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามประสงค์ ผลลัพธ์ถัดไปซึ่งย่อมเกิดแก่สมาชิกในองค์กร คือมีโอกาสก้าวหน้าได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งในหน้าที่การงานของตน (3)ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรการจัดองค์กรที่ดีย่อมจะส่งเสริมให้สมาชิกมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในเชิงสร้างสรรค์ การสื่อสาร การสั่งการ การรายงานผลการดำเนินงาน ตลอดจนการนำเสนอปัญหาเพื่อการพิจารณาตัดสินใจระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นไปอย่างชัดเจนราบรื่นไม่ติดขัดการประสานงาน การขอความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆภายในองค์กรเป็นไปโดยสะดวกรวดเร็วสิ่งต่างๆเหล่านี้ย่อมส่งเสริมและเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรให้ดียิ่งขึ้น (4)ความสำเร็จขององค์กรการที่พนักงานแต่ละคนสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ภายใต้สภาพแวดล้อมทางการบริหารที่เหมาะสมย่อมนำไปสู่ความสำเร็จทั้งในด้านประสิทธิภาพทางการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้นนั่นคือ องค์กรใช้ทรัพยากรคุ้มค่ากับผลสำเร็จ และด้านประสิทธิผลคือองค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ นอกจากนี้การจัดองค์กรและการมีโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสมยังช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานตามกลยุทธ์ต่างๆขององค์กรประสบผลสำเร็จได้อย่างยั่งยืน(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
การจัดองค์การเป็นกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน้าที่การงานบุคลากร และปัจจัยทางกายภาพต่างๆ ขององค์การ ในที่นี้ขอนำหลักการจัดองค์การในระบบราชการมาศึกษา เพราะระบบราชการนั้นเป็ฯองค์การที่มีการจัดองค์การที่ได้รับความนิยมกันอย่างกว้างขวางและมีการนำไปใช้ในทุกวงการ หลักที่สำคัญของการจัดองค์การมีดังต่อไปนี้1.การกำหนดหน้าที่ของงาน (function) นั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ขององค์การหน้าที่การงานและภารกิจจึงหมายถึงกลุ่มของกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติที่ต้องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ หน้าที่การงานจะมีอะไรบ้างและมีกี่กลุ่มขึ้นอยู่กับเป้าหมายขององค์การ ลักษณะขององค์การ และขนาดขององค์การด้วย2.การแบ่งงาน (division of work) หมายถึงการแยกงานหรือรวมหน้าที่การงานที่มีลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน หรือแบ่งงานตามลักษณะเฉพาะของงาน แล้วมอบงานนั้นๆ ให้แก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความสามารถหรือความถนัดในการทำงานนั้นๆ โดยตั้งเป็นหน่วยงานขึ้นมารับผิดชอบ3.หน่วยงานย่อยที่สำคัญขององค์การ ได้แก่ หน่วยงานหลัก (line) หน่วยงานที่ปรึกษา (Staff) และหน่วยงานอนุกร (auxiliary) การแบ่งหน่วยงานเช่นนี้ทำให้เห็นลักษณะของงานเด่นชัดขึ้นหน่วยงานหลัก หมายถึงหน่วยงานที่ทำหน้าที่โดยตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์การ และบุคคลที่ปฏิบัติงานที่ขึ้นตรงต่อสายบังคับบัญชา องค์การทุกแห่งจะต้องประกอบด้วยหน่วยงานหลักซึ่งเป็นหน่วยงานปฏิบัติดงานเพื่อผลประโยชน์โดยตรงต่อความสำเร็จขององค์การในธุรกิจขนาดเล็กมักจะมีแต่หน่วยงานหลักเท่านั้น อำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบทุกอย่างอยู่กับผู้เป็นเจ้าของหรือผู้จัดการ สมาชิกทุกคนอยู่ภายใต้การควบคุมและสั่งการจากผุ้จัดการแต่เพียงผู้เดียว ในบริษัทผู้ผลิตหน่วยงานหลักคือฝ่ายผลิต ในห้างสรรพสินค้าหน่วยงานหลักคือฝ่ายขาย ส่วนหน่วยงานประกอบที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่หน่วยงานหลักหน่วยงานที่ปรึกษา หมายถึงหน่วยงานที่ช่วยให้หน่วยงานหลักปฏิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะงาน หรือเป็นรูปคณะกรรมการที่ปรึกษาในบริษัทต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร ฝ่ายวิจัยวางแผน ฝ่ายตรวจสอบหน่วยงานอนุกร หมายถึงหน่วยงานที่ช่วยบริการแก่หน่วยงานหลักและหน่วยงานที่ปรึกษา หน่วยงานอนุกรมักเป็นงานด้านธุรการและงานอำนวยความสะดวกเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีหน้าที่บริการลูกค้าขององค์การโดยตรง หรือไม่ได้ปฏิบัติงานอันเป็นงานหลักขององค์การในบริษัททั่วไป ได้แก่ ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบุคคล (ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี(นางสาวชนาวาส บัววงค์) 12590013
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ(วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีดังนั้นการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
การจัดองค์กร คือการที่ผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย และจัดทำแผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายแล้ว สิ่งที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาต่อไปจากกระบวนการวางแผนคือ ผู้บริหารจะกำหนดภาระ หน้าที่และความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในแต่ละตำแหน่งงานอย่างไร จะจัดกลุ่มงาน หรือจัดโครงสร้างองค์กรให้มีลักษณะอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับความต้องการขององค์กร จะมอบหมายอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบให้บุคลากรในแต่ละระดับขององค์กรอย่างไร ผู้จัดการแต่ละคนควรมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมากน้อยเพียงใด ควรมีการรวมอำนาจหรือกระจายอำนาจในการ ตัดสินใจมากน้อยเพียงใด และจะมีวิธีการอย่างไรเพื่อให้บุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ ภายในองค์กร สามารถทำงานอย่างประสานสอดคล้องร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรได้มากที่สุด ผู้บริหารที่ไม่ทำหน้าที่ด้านการจัดองค์กรให้ดีหรือทำไม่ครบถ้วน จะประสบปัญหาทางการ บริหารจัดการมากมาย เช่น พนักงานไม่ทราบขอบเขตภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของตนอย่างชัดเจนจึงอาจทำงานซ้ำซ้อนกันจนเกิดความขัดแย้งภายในองค์กร องค์กรที่ไม่กระจายอำนาจหน้าที่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมอาจเกิดความล่าช้าในการตัดสินใจแก้ไขปัญหา อาจทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที่จนเกิดความสูญเสียในด้านต่างๆ เช่น เสียลูกค้า และเสียโอกาสทางธุรกิจ เป็นต้น (ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)
1.การพัฒนาความรู้ความสามารถของสมาชิกในองค์กรการจัดองค์กรที่ดีจะเอื้อให้พนักงานทำงานที่ตนรับผิดชอบได้อย่างเต็มที่เกิดการพัฒนาทักษะในการทำงานเกิดความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ตนเองรับผิดชอบและเมื่อทำงานสำเร็จก็ย่อมนำไปสู่ความมั่นใจในการทำงานตลอดจนความภูมิใจที่สมาชิกในองค์กรเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ 2.ความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานของสมาชิกในองค์กรเมื่อสมาชิกทำงานได้ดีมีผลงานองค์กรมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามประสงค์ผลลัพธ์ถัดไปซึ่งย่อมเกิดแก่สมาชิกในองค์กรคือมีโอกาสก้าวหน้าได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งในหน้าที่การงานของตน 3.ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรการจัดองค์กรที่ดีย่อมจะส่งเสริมให้สมาชิกมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในเชิงสร้างสรรค์การสื่อสารการสั่งการการรายงานผลการดำเนินงานตลอดจนการนำเสนอปัญหาเพื่อการพิจารณาตัดสินใจระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นไปอย่างชัดเจนราบรื่นไม่ติดขัดการประสานงานการขอความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆภายในองค์กรเป็นไปโดยสะดวกรวดเร็วสิ่งต่างๆเหล่านี้ย่อมส่งเสริมและเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรให้ดียิ่งขึ้น 4.ความสำเร็จขององค์กรการที่พนักงานแต่ละคนสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ภายใต้สภาพแวดล้อมทางการบริหารที่เหมาะสมย่อมนำไปสู่ความสำเร็จทั้งในด้านประสิทธิภาพทางการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้นนั่นคือองค์กรใช้ทรัพยากรคุ้มค่ากับผลสำเร็จและด้านประสิทธิผลคือองค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้นอกจากนี้การจัดองค์กรและการมีโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสมยังช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานตามกลยุทธ์ต่างๆขององค์กรประสบผลสำเร็จได้อย่างยั่งยืน(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
การจัดองค์กร คือการกำหนดโครงสร้างขององค์การอย่างเป็นทางการ โดยการจัดแบ่งออกเป็นหน่วยงานย่อยต่างๆ กำหนดอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานไว้ให้ชัดเจน รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานย่อยเหล่านั้น ทั้งนี้ เพื่อให้เอื้อต่อการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การอย่างมีประสิทธิภาพมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี(ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ(นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และ มอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ(นางสาว ณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
การจัดองค์กร คือการที่ผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย และจัดทำแผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายแล้ว สิ่งที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาต่อไปจากกระบวนการวางแผนคือ ผู้บริหารจะกำหนดภาระ หน้าที่และความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในแต่ละตำแหน่งงานอย่างไร จะจัดกลุ่มงาน หรือจัดโครงสร้างองค์กรให้มีลักษณะอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับความต้องการขององค์กร จะมอบหมายอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบให้บุคลากรในแต่ละระดับขององค์กรอย่างไร ผู้จัดการแต่ละคนควรมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมากน้อยเพียงใด ควรมีการรวมอำนาจหรือกระจายอำนาจในการ ตัดสินใจมากน้อยเพียงใด และจะมีวิธีการอย่างไรเพื่อให้บุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ ภายในองค์กร สามารถทำงานอย่างประสานสอดคล้องร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรได้มากที่สุด ผู้บริหารที่ไม่ทำหน้าที่ด้านการจัดองค์กรให้ดีหรือทำไม่ครบถ้วน จะประสบปัญหาทางการ บริหารจัดการมากมาย เช่น พนักงานไม่ทราบขอบเขตภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของตนอย่างชัดเจนจึงอาจทำงานซ้ำซ้อนกันจนเกิดความขัดแย้งภายในองค์กร องค์กรที่ไม่กระจายอำนาจหน้าที่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมอาจเกิดความล่าช้าในการตัดสินใจแก้ไขปัญหา อาจทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที่จนเกิดความสูญเสียในด้านต่างๆ เช่น เสียลูกค้า และเสียโอกาสทางธุรกิจ (นายธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
1. เมื่อผู้บริหารได้รับมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร และผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย และจัดทำแผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายแล้ว ผู้บริหารต้องดำเนินกิจกรรมหลักประการต่อไปคือการจัดองค์กร สิ่งที่ผู้บริหารต้องพิจารณาต่อไปจากกระบวนการวางแผนคือ ผู้บริหารจะกำหนดภาระหน้าที่และความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กร ในแต่ละตำแหน่งงานอย่างไรจัดกลุ่มงานหรือจัดโครงสร้างองค์กรให้มีลักษณะอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับความต้องการขององค์กร จะมอบหมายอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบให้บุคลากรในแต่ละระดับขององค์กรอย่างไร ผู้จัดการแต่ละคนควรมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมากน้อยเพียงใด (อารียา ปานทอง 12590109)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี(น.ส. อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
องค์กรเป็นที่รวมของคนและเป็นที่รวมของงานต่างๆ เพื่อให้พนักงานขององค์การปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่และเต็มสามารถจึงจำเป็นต้องจัดแบ่งหน้าที่การงานกันทำ และมอบอำนาจให้รับผิดชอบตามความสามารถและความถนัด ถ้าเป็นองค์การขนาดใหญ่และมีคนมาก ตลอดจนงานที่ต้องทำมีมาก ก็จะต้องจัดหมวดหมู่ของงานที่เป็นอย่างเดียวกันหรือมีลักษณะใกล้เคียงกันมารวมเข้าด้วยกันเรียกว่า ฝ่ายหรือแผนกงาน แล้วจัดให้คนที่มีความสามารถในงานนั้นๆ มาปฏิบัติงานรวมกันในแผนกนั้น และตั้งหัวหน้าขึ้นรับผิดชอบควบคุม ดังนั้นจะเห็นจะเห็นว่าการจัดองค์การมีความจำเป็นและก่อให้เกิดประโยชน์หลายด้านดังนี้ 1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีพัชมน มนต์วิมลพร 12590053
การจัดองค์การเป็นกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน้าที่การงานบุคลากร และปัจจัยทางกายภาพต่างๆ ขององค์การ ในที่นี้ขอนำหลักการจัดองค์การในระบบราชการมาศึกษา เพราะระบบราชการนั้นเป็ฯองค์การที่มีการจัดองค์การที่ได้รับความนิยมกันอย่างกว้างขวางและมีการนำไปใช้ในทุกวงการ หลักที่สำคัญของการจัดองค์การมีดังต่อไปนี้1.การกำหนดหน้าที่ของงาน (function) นั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ขององค์การหน้าที่การงานและภารกิจจึงหมายถึงกลุ่มของกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติที่ต้องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ หน้าที่การงานจะมีอะไรบ้างและมีกี่กลุ่มขึ้นอยู่กับเป้าหมายขององค์การ ลักษณะขององค์การ และขนาดขององค์การด้วย2.การแบ่งงาน (division of work) หมายถึงการแยกงานหรือรวมหน้าที่การงานที่มีลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน หรือแบ่งงานตามลักษณะเฉพาะของงาน แล้วมอบงานนั้นๆ ให้แก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความสามารถหรือความถนัดในการทำงานนั้นๆ โดยตั้งเป็นหน่วยงานขึ้นมารับผิดชอบ3.หน่วยงานย่อยที่สำคัญขององค์การ ได้แก่ หน่วยงานหลัก (line) หน่วยงานที่ปรึกษา (Staff) และหน่วยงานอนุกร (auxiliary) การแบ่งหน่วยงานเช่นนี้ทำให้เห็นลักษณะของงานเด่นชัดขึ้นหน่วยงานหลัก หมายถึงหน่วยงานที่ทำหน้าที่โดยตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์การ และบุคคลที่ปฏิบัติงานที่ขึ้นตรงต่อสายบังคับบัญชา องค์การทุกแห่งจะต้องประกอบด้วยหน่วยงานหลักซึ่งเป็นหน่วยงานปฏิบัติดงานเพื่อผลประโยชน์โดยตรงต่อความสำเร็จขององค์การในธุรกิจขนาดเล็กมักจะมีแต่หน่วยงานหลักเท่านั้น อำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบทุกอย่างอยู่กับผู้เป็นเจ้าของหรือผู้จัดการ สมาชิกทุกคนอยู่ภายใต้การควบคุมและสั่งการจากผุ้จัดการแต่เพียงผู้เดียว ในบริษัทผู้ผลิตหน่วยงานหลักคือฝ่ายผลิต ในห้างสรรพสินค้าหน่วยงานหลักคือฝ่ายขาย ส่วนหน่วยงานประกอบที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่หน่วยงานหลักหน่วยงานที่ปรึกษา หมายถึงหน่วยงานที่ช่วยให้หน่วยงานหลักปฏิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะงาน หรือเป็นรูปคณะกรรมการที่ปรึกษาในบริษัทต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร ฝ่ายวิจัยวางแผน ฝ่ายตรวจสอบหน่วยงานอนุกร หมายถึงหน่วยงานที่ช่วยบริการแก่หน่วยงานหลักและหน่วยงานที่ปรึกษา หน่วยงานอนุกรมักเป็นงานด้านธุรการและงานอำนวยความสะดวกเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีหน้าที่บริการลูกค้าขององค์การโดยตรง หรือไม่ได้ปฏิบัติงานอันเป็นงานหลักขององค์การในบริษัททั่วไป ได้แก่ ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบุคคล(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีดังนั้นการจัดการองค์กรเป็นการจัดโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ(บุญธิดา กะตะศิลา 12590043)
ข้อ 1การจัดองค์การ คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก 1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน(อรณิชา ศณีสมัย 12590102)
การจัดองค์กร คือการที่ผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย และจัดทำแผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายแล้ว สิ่งที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาต่อไปจากกระบวนการวางแผนคือ ผู้บริหารจะกำหนดภาระ หน้าที่และความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในแต่ละตำแหน่งงานอย่างไร จะจัดกลุ่มงาน หรือจัดโครงสร้างองค์กรให้มีลักษณะอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับความต้องการขององค์กร1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
เมื่อผู้บริหารได้รับมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร และผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย และจัดทำแผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายแล้ว ผู้บริหารต้องดำเนินกิจกรรมหลักประการต่อไป คือ การจัดองค์กร สิ่งที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาต่อไปจากกระบวนการวางแผน คือ ผู้บริหารจะกำหนดภาระหน้าที่และความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในแต่ละตำแหน่งงานอย่างไร จะจัดจัดโครงสร้างองค์กรให้มีลักษณะอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับความต้องการขององค์กร ผู้จัดการแต่ละคนควรมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมากน้อยเพียงใด หรือทำอย่างไรเพื่อให้บุคคลหรือหน่วยงานต่างๆภายในองค์กรสามารถทำงานอย่างประสานสอดคล้องร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรได้มากที่สุด**หากองค์กรใดมีการจัดองค์กรที่ดีก็จะส่งผลให้เกิดประโยชน์และความสำเร็จกับองค์กรอย่างน้อย 4 ประการคือ1)การพัฒนาความรู้ความสามารถของสมาชิกในองค์กรการจัดองค์กรที่ดี จะเอื้อให้พนักงานทำงานที่ตนรับผิดชอบได้อย่างเต็มที่ เกิดการพัฒนาทักษะในการทำงานเกิดความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ตนเองรับผิดชอบ และเมื่อทำงานสำเร็จก็ย่อมนำไปสู่ความมั่นใจในการทำงาน ตลอดจนความภูมิใจที่สมาชิกในองค์กรเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ 2)ความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานของสมาชิกในองค์กรเมื่อสมาชิกทำงานได้ดีมีผลงาน องค์กรมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามประสงค์ ผลลัพธ์ถัดไปซึ่งย่อมเกิดแก่สมาชิกในองค์กร คือมีโอกาสก้าวหน้าได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งในหน้าที่การงานของตน 3)ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรการจัดองค์กรที่ดีย่อมจะส่งเสริมให้สมาชิกมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในเชิงสร้างสรรค์ การสื่อสาร การสั่งการ การรายงานผลการดำเนินงาน ตลอดจนการนำเสนอปัญหาเพื่อการพิจารณาตัดสินใจระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นไปอย่างชัดเจนราบรื่นไม่ติดขัดการประสานงาน การขอความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆภายในองค์กรเป็นไปโดยสะดวกรวดเร็วสิ่งต่างๆเหล่านี้ย่อมส่งเสริมและเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรให้ดียิ่งขึ้น 4)ความสำเร็จขององค์กรการที่พนักงานแต่ละคนสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ภายใต้สภาพแวดล้อมทางการบริหารที่เหมาะสมย่อมนำไปสู่ความสำเร็จทั้งในด้านประสิทธิภาพทางการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้นนั่นคือ องค์กรใช้ทรัพยากรคุ้มค่ากับผลสำเร็จ และด้านประสิทธิผลคือองค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ นอกจากนี้การจัดองค์กรและการมีโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสมยังช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานตามกลยุทธ์ต่างๆขององค์กรประสบผลสำเร็จได้อย่างยั่งยืน(นางสาวสุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)
-เมื่อผู้บริหารได้รับมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร และผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย และจัดทำแผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายแล้ว ผู้บริหารต้องดำเนินกิจกรรมหลักประการต่อไป คือ การจัดองค์กร สิ่งที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาต่อไปจากกระบวนการวางแผน คือ ผู้บริหารจะกำหนดภาระหน้าที่และความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในแต่ละตำแหน่งงานอย่างไร จะจัดจัดโครงสร้างองค์กรให้มีลักษณะอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับความต้องการขององค์กร ผู้จัดการแต่ละคนควรมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมากน้อยเพียงใด หรือทำอย่างไรเพื่อให้บุคคลหรือหน่วยงานต่างๆภายในองค์กรสามารถทำงานอย่างประสานสอดคล้องร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรได้มากที่สุด-หากองค์กรใดมีการจัดองค์กรที่ดีก็จะส่งผลให้เกิดประโยชน์และความสำเร็จกับองค์กรอย่างน้อย 4 ประการคือ(1)การพัฒนาความรู้ความสามารถของสมาชิกในองค์กรการจัดองค์กรที่ดี จะเอื้อให้พนักงานทำงานที่ตนรับผิดชอบได้อย่างเต็มที่ เกิดการพัฒนาทักษะในการทำงานเกิดความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ตนเองรับผิดชอบ และเมื่อทำงานสำเร็จก็ย่อมนำไปสู่ความมั่นใจในการทำงาน ตลอดจนความภูมิใจที่สมาชิกในองค์กรเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ (2)ความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานของสมาชิกในองค์กรเมื่อสมาชิกทำงานได้ดีมีผลงาน องค์กรมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามประสงค์ ผลลัพธ์ถัดไปซึ่งย่อมเกิดแก่สมาชิกในองค์กร คือมีโอกาสก้าวหน้าได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งในหน้าที่การงานของตน (3)ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรการจัดองค์กรที่ดีย่อมจะส่งเสริมให้สมาชิกมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในเชิงสร้างสรรค์ การสื่อสาร การสั่งการ การรายงานผลการดำเนินงาน ตลอดจนการนำเสนอปัญหาเพื่อการพิจารณาตัดสินใจระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นไปอย่างชัดเจนราบรื่นไม่ติดขัดการประสานงาน การขอความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆภายในองค์กรเป็นไปโดยสะดวกรวดเร็วสิ่งต่างๆเหล่านี้ย่อมส่งเสริมและเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรให้ดียิ่งขึ้น (4)ความสำเร็จขององค์กรการที่พนักงานแต่ละคนสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ภายใต้สภาพแวดล้อมทางการบริหารที่เหมาะสมย่อมนำไปสู่ความสำเร็จทั้งในด้านประสิทธิภาพทางการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้นนั่นคือ องค์กรใช้ทรัพยากรคุ้มค่ากับผลสำเร็จ และด้านประสิทธิผลคือองค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ นอกจากนี้การจัดองค์กรและการมีโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสมยังช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานตามกลยุทธ์ต่างๆขององค์กรประสบผลสำเร็จได้อย่างยั่งยืน(จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)
การจัดองค์การเป็นกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน้าที่การงานบุคลากร และปัจจัยทางกายภาพต่างๆ ขององค์การ ในที่นี้ขอนำหลักการจัดองค์การในระบบราชการมาศึกษา เพราะระบบราชการนั้นเป็ฯองค์การที่มีการจัดองค์การที่ได้รับความนิยมกันอย่างกว้างขวางและมีการนำไปใช้ในทุกวงการ หลักที่สำคัญของการจัดองค์การมีดังต่อไปนี้1.การพัฒนาความรู้ความสามารถของสมาชิกในองค์กรการจัดองค์กรที่ดีจะเอื้อให้พนักงานทำงานที่ตนรับผิดชอบได้อย่างเต็มที่เกิดการพัฒนาทักษะในการทำงานเกิดความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ตนเองรับผิดชอบและเมื่อทำงานสำเร็จก็ย่อมนำไปสู่ความมั่นใจในการทำงานตลอดจนความภูมิใจที่สมาชิกในองค์กรเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ 2.ความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานของสมาชิกในองค์กรเมื่อสมาชิกทำงานได้ดีมีผลงานองค์กรมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามประสงค์ผลลัพธ์ถัดไปซึ่งย่อมเกิดแก่สมาชิกในองค์กรคือมีโอกาสก้าวหน้าได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งในหน้าที่การงานของตน 3.ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรการจัดองค์กรที่ดีย่อมจะส่งเสริมให้สมาชิกมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในเชิงสร้างสรรค์การสื่อสารการสั่งการการรายงานผลการดำเนินงานตลอดจนการนำเสนอปัญหาเพื่อการพิจารณาตัดสินใจระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นไปอย่างชัดเจนราบรื่นไม่ติดขัดการประสานงานการขอความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆภายในองค์กรเป็นไปโดยสะดวกรวดเร็วสิ่งต่างๆเหล่านี้ย่อมส่งเสริมและเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรให้ดียิ่งขึ้น 4.ความสำเร็จขององค์กรการที่พนักงานแต่ละคนสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ภายใต้สภาพแวดล้อมทางการบริหารที่เหมาะสมย่อมนำไปสู่ความสำเร็จทั้งในด้านประสิทธิภาพทางการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้นนั่นคือองค์กรใช้ทรัพยากรคุ้มค่ากับผลสำเร็จและด้านประสิทธิผลคือองค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้นอกจากนี้การจัดองค์กรและการมีโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสมยังช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานตามกลยุทธ์ต่างๆขององค์กรประสบผลสำเร็จได้อย่างยั่งยืน(ฺสิริกร ราชมณี 12590084)
การจัดองค์กรมีความสำคัญต่อการบริหารจัดการองค์ในการจัดระเบียบกิจกรรมให้เป็นกลุ่มก้อนเข้ารูป และการมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของงานที่ตั้งไว้ การจัดองค์การจะเป็นกระบวนการที่เกี่ยวกับการจัดระเบียบความรับผิดชอบต่างๆ ทั้งนี้เพื่อให้ทุกคนต่างฝ่ายต่างทราบว่า ใครต้องทำอะไรบ้าง และใครหรือกิจกรรมใดต้องสัมพันธ์กับฝ่ายอื่นๆ อย่างไรบ้างกล่าวคือมีความสัมพันธุ์ในก่รวางแผนขององค์กรรัญชริดา มะนุ่น 12590067
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เพราะ1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีนางสาววชิราพร คำกอง 12590068
1. การจัดองค์กรมีความสำคัญต่อการบริหารจัดการองค์กรอย่างไร และมีส่วนสัมพันธ์กับการวางแผนอย่างไรตอบ : เมื่อผู้บริหารได้รับมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร และผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย และจัดทำแผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายแล้ว ผู้บริหารต้องดำเนินกิจกรรมหลักประการต่อไปคือ “การจัดองค์กร” สิ่งที่ผู้บริหารต้องพิจารณาต่อไปจากกระบวนการวางแผนคือ การจัดองค์กร ผู้บริหารที่ไม่หน้าที่ด้านการจัดองค์กรหรือทำไม่ครบถ้วน จะประสบปัยหาทางการบริหารจัดการมากมาย อาทิ พนักงานม่ทราบว่าขอบเขตภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของตนอย่างชัดเจนจึงอาจทำงานซ้ำซ้อนจนเกิดความขัดแย้งภายในองค์กร พนักงานเกี่ยงกันรับผิดชอบงาน เกิดความล่าช้าในการตัดสินใจแก้ปัญหา เกิดภาวะคอขวดจากการตัดสินใจของผู้บริหารบางคน ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงทีจนเกิดความสูญเสียในด้านต่างๆ เช่น เสียลูกค้า และเสียโอกาสทางธุรกิจ เป็นต้นนางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ(ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
การจัดองค์กร คือการกำหนดโครงสร้างขององค์การอย่างเป็นทางการ โดยการจัดแบ่งออกเป็นหน่วยงานย่อยต่างๆ กำหนดอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานไว้ให้ชัดเจน รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานย่อยเหล่านั้น ทั้งนี้ เพื่อให้เอื้อต่อการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การอย่างมีประสิทธิภาพมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีนางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061
การจัดองค์กรมีความสำคัญต่อการบริหารจัดการองค์กรอย่างไร และมีส่วนสัมพันธ์กับการวางแผนอย่างไรตอบ : เมื่อผู้บริหารได้รับมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร และผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย และจัดทำแผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายแล้ว ผู้บริหารต้องดำเนินกิจกรรมหลักประการต่อไปคือ “การจัดองค์กร”สิ่งที่ผู้บริหารต้องพิจารณาต่อไปจากกระบวนการวางแผนคือ การจัดองค์กร ผู้บริหารที่ไม่หน้าที่ด้านการจัดองค์กรหรือทำไม่ครบถ้วน จะประสบปัยหาทางการบริหารจัดการมากมาย อาทิ พนักงานม่ทราบว่าขอบเขตภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของตนอย่างชัดเจนจึงอาจทำงานซ้ำซ้อนจนเกิดความขัดแย้งภายในองค์กร พนักงานเกี่ยงกันรับผิดชอบงาน เกิดความล่าช้าในการตัดสินใจแก้ปัญหา เกิดภาวะคอขวดจากการตัดสินใจของผู้บริหารบางคน ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงทีจนเกิดความสูญเสียในด้านต่างๆ เช่น เสียลูกค้า และเสียโอกาสทางธุรกิจ เป็นต้นนางสาวดวงหทัย โฉมมา 12590029
1. เมื่อผู้บริหารได้รับมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร และผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย และจัดทำแผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายแล้ว ผู้บริหารต้องดำเนินกิจกรรมหลักประการต่อไปคือการจัดองค์กร สิ่งที่ผู้บริหารต้องพิจารณาต่อไปจากกระบวนการวางแผนคือ ผู้บริหารจะกำหนดภาระหน้าที่และความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กร ในแต่ละตำแหน่งงานอย่างไรจัดกลุ่มงานหรือจัดโครงสร้างองค์กรให้มีลักษณะอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับความต้องการขององค์กร จะมอบหมายอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบให้บุคลากรในแต่ละระดับขององค์กรอย่างไร ผู้จัดการแต่ละคนควรมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมากน้อยเพียงใด(12590099 หมายขวัญ นวลอุไร )
1. การจัดองค์กรมีความสำคัญต่อการบริหารจัดการองค์กรอย่างไร และมีส่วนสัมพันธ์กับการวางแผนอย่างไรตอบ : เมื่อผู้บริหารได้รับมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร และผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย และจัดทำแผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายแล้ว ผู้บริหารต้องดำเนินกิจกรรมหลักประการต่อไปคือ “การจัดองค์กร”สิ่งที่ผู้บริหารต้องพิจารณาต่อไปจากกระบวนการวางแผนคือ การจัดองค์กร ผู้บริหารที่ไม่หน้าที่ด้านการจัดองค์กรหรือทำไม่ครบถ้วน จะประสบปัยหาทางการบริหารจัดการมากมาย อาทิ พนักงานม่ทราบว่าขอบเขตภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของตนอย่างชัดเจนจึงอาจทำงานซ้ำซ้อนจนเกิดความขัดแย้งภายในองค์กร พนักงานเกี่ยงกันรับผิดชอบงาน เกิดความล่าช้าในการตัดสินใจแก้ปัญหา เกิดภาวะคอขวดจากการตัดสินใจของผู้บริหารบางคน ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงทีจนเกิดความสูญเสียในด้านต่างๆ เช่น เสียลูกค้า และเสียโอกาสทางธุรกิจ เป็นต้นนางสาวพัชรา จูเอี่ยม (12590054)
ผู้บริหารได้รับมอบหมายหน้าที่เเละความรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร เเละผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย เเละจัดทำเเผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บบรรลุุุตามเป้าหมายเเล้ว ผู้บริหารต้องดำเนินกิจกรรมหลักประการต่อไปคือ การจัดการ การจัดองค์กรเป็นกิจกรรมทางการจัดการลำดับที่ 2 ต่อจากการวางเเน เมื่อผู้บริหารวางเเผนโดยกำหนดพันธกิจ เป้าหมาย เเละเเผนงานเเล้ว ผู้บริหารจะต้องพิจารณาทำหน้าที่ต่างๆ ตามขั้นตอนที่ระบุในกระบวนการจัดการ อันประกอบด้วยขั้นตอนหลัก 4 ประการ ได้เเก่ การออกเเบบงาน การออเกเบบโครงสร้างองค์กร การเเบ่งอำนาจหน้าที่ เเละการประสานงาน(ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896)
การจัดองค์การเป็นกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน้าที่การงานบุคลากร และปัจจัยทางกายภาพต่างๆ ขององค์การ ในที่นี้ขอนำหลักการจัดองค์การในระบบราชการมาศึกษา เพราะระบบราชการนั้นเป็ฯองค์การที่มีการจัดองค์การที่ได้รับความนิยมกันอย่างกว้างขวางและมีการนำไปใช้ในทุกวงการ หลักที่สำคัญของการจัดองค์การมีดังต่อไปนี้1.การกำหนดหน้าที่ของงาน (function) นั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ขององค์การหน้าที่การงานและภารกิจจึงหมายถึงกลุ่มของกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติที่ต้องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ หน้าที่การงานจะมีอะไรบ้างและมีกี่กลุ่มขึ้นอยู่กับเป้าหมายขององค์การ ลักษณะขององค์การ และขนาดขององค์การด้วย2.การแบ่งงาน (division of work) หมายถึงการแยกงานหรือรวมหน้าที่การงานที่มีลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน หรือแบ่งงานตามลักษณะเฉพาะของงาน แล้วมอบงานนั้นๆ ให้แก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความสามารถหรือความถนัดในการทำงานนั้นๆ โดยตั้งเป็นหน่วยงานขึ้นมารับผิดชอบ3.หน่วยงานย่อยที่สำคัญขององค์การ ได้แก่ หน่วยงานหลัก (line) หน่วยงานที่ปรึกษา (Staff) และหน่วยงานอนุกร (auxiliary) การแบ่งหน่วยงานเช่นนี้ทำให้เห็นลักษณะของงานเด่นชัดขึ้นหน่วยงานหลัก หมายถึงหน่วยงานที่ทำหน้าที่โดยตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์การ และบุคคลที่ปฏิบัติงานที่ขึ้นตรงต่อสายบังคับบัญชา องค์การทุกแห่งจะต้องประกอบด้วยหน่วยงานหลักซึ่งเป็นหน่วยงานปฏิบัติดงานเพื่อผลประโยชน์โดยตรงต่อความสำเร็จขององค์การในธุรกิจขนาดเล็กมักจะมีแต่หน่วยงานหลักเท่านั้น อำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบทุกอย่างอยู่กับผู้เป็นเจ้าของหรือผู้จัดการ สมาชิกทุกคนอยู่ภายใต้การควบคุมและสั่งการจากผุ้จัดการแต่เพียงผู้เดียว ในบริษัทผู้ผลิตหน่วยงานหลักคือฝ่ายผลิต ในห้างสรรพสินค้าหน่วยงานหลักคือฝ่ายขาย ส่วนหน่วยงานประกอบที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่หน่วยงานหลักหน่วยงานที่ปรึกษา หมายถึงหน่วยงานที่ช่วยให้หน่วยงานหลักปฏิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะงาน หรือเป็นรูปคณะกรรมการที่ปรึกษาในบริษัทต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร ฝ่ายวิจัยวางแผน ฝ่ายตรวจสอบหน่วยงานอนุกร หมายถึงหน่วยงานที่ช่วยบริการแก่หน่วยงานหลักและหน่วยงานที่ปรึกษา หน่วยงานอนุกรมักเป็นงานด้านธุรการและงานอำนวยความสะดวกเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีหน้าที่บริการลูกค้าขององค์การโดยตรง หรือไม่ได้ปฏิบัติงานอันเป็นงานหลักขององค์การในบริษัททั่วไป ได้แก่ ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบุคคล (นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีสุภัทษา สนธิช่วย 12590096
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีดังนั้นการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ(ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี ดังนั้นการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การกุลปริยา แย้มเกษร 12590005
การจัดองค์การคือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ(นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี(ศศิมา ปานชงค์ 12590077)
การจัดองค์กร คือ กระบวนการกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างคนงานและกิจกรรมต่างๆขององค์การเพื่อที่จะก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรขององค์การให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดมีความสำคัญต่อการบริหารจัดการองค์กร โดยจะทำให้ทราบขอบเขตความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่างๆ และช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่างๆได้ดี อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้ มีส่วนสัมพันธ์กับการวางแผน คือ จะทำให้การทำงานที่เกิดขึ้นนั้นมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น เนื่องจากถ้ามีการวางแผนการจัดการองค์กรที่ดีก็จะส่งผลให้องค์กรสามารถบริหารงานได้ดีตามแผนที่ได้มีการวางไว้ล่วงหน้า(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์12590954)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีดังนั้นการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การนางสาวณัฐนรี สีทองสุก 12590022
องค์กรเป็นที่รวมของคนและเป็นที่รวมของงานต่างๆ เพื่อให้พนักงานขององค์การปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่และเต็มสามารถจึงจำเป็นต้องจัดแบ่งหน้าที่การงานกันทำ และมอบอำนาจให้รับผิดชอบตามความสามารถและความถนัด ถ้าเป็นองค์การขนาดใหญ่และมีคนมาก ตลอดจนงานที่ต้องทำมีมาก ก็จะต้องจัดหมวดหมู่ของงานที่เป็นอย่างเดียวกันหรือมีลักษณะใกล้เคียงกันมารวมเข้าด้วยกันเรียกว่า ฝ่ายหรือแผนกงาน แล้วจัดให้คนที่มีความสามารถในงานนั้นๆ มาปฏิบัติงานรวมกันในแผนกนั้น และตั้งหัวหน้าขึ้นรับผิดชอบควบคุม ดังนั้นจะเห็นจะเห็นว่าการจัดองค์การมีความจำเป็นและก่อให้เกิดประโยชน์หลายด้านดังนี้ 1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี(ศุภิสรา นรินยา 12590717)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหาร(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
การจัดองค์การเป็นกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน้าที่การงานบุคลากร และปัจจัยทางกายภาพต่างๆ ขององค์การ ในที่นี้ขอนำหลักการจัดองค์การในระบบราชการมาศึกษา เพราะระบบราชการนั้นเป็ฯองค์การที่มีการจัดองค์การที่ได้รับความนิยมกันอย่างกว้างขวางและมีการนำไปใช้ในทุกวงการ หลักที่สำคัญของการจัดองค์การมีดังต่อไปนี้1.การกำหนดหน้าที่ของงาน (function) นั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ขององค์การหน้าที่การงานและภารกิจจึงหมายถึงกลุ่มของกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติที่ต้องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ หน้าที่การงานจะมีอะไรบ้างและมีกี่กลุ่มขึ้นอยู่กับเป้าหมายขององค์การ ลักษณะขององค์การ และขนาดขององค์การด้วย2.การแบ่งงาน (division of work) หมายถึงการแยกงานหรือรวมหน้าที่การงานที่มีลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน หรือแบ่งงานตามลักษณะเฉพาะของงาน แล้วมอบงานนั้นๆ ให้แก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความสามารถหรือความถนัดในการทำงานนั้นๆ โดยตั้งเป็นหน่วยงานขึ้นมารับผิดชอบ3.หน่วยงานย่อยที่สำคัญขององค์การ ได้แก่ หน่วยงานหลัก (line) หน่วยงานที่ปรึกษา (Staff) และหน่วยงานอนุกร (auxiliary) การแบ่งหน่วยงานเช่นนี้ทำให้เห็นลักษณะของงานเด่นชัดขึ้นหน่วยงานหลัก หมายถึงหน่วยงานที่ทำหน้าที่โดยตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์การ และบุคคลที่ปฏิบัติงานที่ขึ้นตรงต่อสายบังคับบัญชา องค์การทุกแห่งจะต้องประกอบด้วยหน่วยงานหลักซึ่งเป็นหน่วยงานปฏิบัติดงานเพื่อผลประโยชน์โดยตรงต่อความสำเร็จขององค์การในธุรกิจขนาดเล็กมักจะมีแต่หน่วยงานหลักเท่านั้น อำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบทุกอย่างอยู่กับผู้เป็นเจ้าของหรือผู้จัดการ สมาชิกทุกคนอยู่ภายใต้การควบคุมและสั่งการจากผุ้จัดการแต่เพียงผู้เดียว ในบริษัทผู้ผลิตหน่วยงานหลักคือฝ่ายผลิต ในห้างสรรพสินค้าหน่วยงานหลักคือฝ่ายขาย ส่วนหน่วยงานประกอบที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่หน่วยงานหลักหน่วยงานที่ปรึกษา หมายถึงหน่วยงานที่ช่วยให้หน่วยงานหลักปฏิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะงาน หรือเป็นรูปคณะกรรมการที่ปรึกษาในบริษัทต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร ฝ่ายวิจัยวางแผน ฝ่ายตรวจสอบหน่วยงานอนุกร หมายถึงหน่วยงานที่ช่วยบริการแก่หน่วยงานหลักและหน่วยงานที่ปรึกษา หน่วยงานอนุกรมักเป็นงานด้านธุรการและงานอำนวยความสะดวกเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีหน้าที่บริการลูกค้าขององค์การโดยตรง หรือไม่ได้ปฏิบัติงานอันเป็นงานหลักขององค์การในบริษัททั่วไป ได้แก่ ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบุคคล(นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหาร(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
การจัดองค์การ คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่างๆในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหาร(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
1.การพัฒนาความรู้ความสามารถของสมาชิกในองค์กรการจัดองค์กรที่ดีจะเอื้อให้พนักงานทำงานที่ตนรับผิดชอบได้อย่างเต็มที่เกิดการพัฒนาทักษะในการทำงานเกิดความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ตนเองรับผิดชอบและเมื่อทำงานสำเร็จก็ย่อมนำไปสู่ความมั่นใจในการทำงานตลอดจนความภูมิใจที่สมาชิกในองค์กรเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ2.ความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานของสมาชิกในองค์กรเมื่อสมาชิกทำงานได้ดีมีผลงานองค์กรมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามประสงค์ผลลัพธ์ถัดไปซึ่งย่อมเกิดแก่สมาชิกในองค์กรคือมีโอกาสก้าวหน้าได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งในหน้าที่การงานของตน3.ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรการจัดองค์กรที่ดีย่อมจะส่งเสริมให้สมาชิกมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในเชิงสร้างสรรค์การสื่อสารการสั่งการการรายงานผลการดำเนินงานตลอดจนการนำเสนอปัญหาเพื่อการพิจารณาตัดสินใจระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นไปอย่างชัดเจนราบรื่นไม่ติดขัดการประสานงานการขอความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆภายในองค์กรเป็นไปโดยสะดวกรวดเร็วสิ่งต่างๆเหล่านี้ย่อมส่งเสริมและเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรให้ดียิ่งขึ้น4.ความสำเร็จขององค์กรการที่พนักงานแต่ละคนสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ภายใต้สภาพแวดล้อมทางการบริหารที่เหมาะสมย่อมนำไปสู่ความสำเร็จทั้งในด้านประสิทธิภาพทางการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้นนั่นคือองค์กรใช้ทรัพยากรคุ้มค่ากับผลสำเร็จและด้านประสิทธิผลคือองค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้นอกจากนี้การจัดองค์กรและการมีโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสมยังช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานตามกลยุทธ์ต่างๆขององค์กรประสบผลสำเร็จได้อย่างยั่งยืน(นายทนันชัย วัฒนชัยประเสริฐ 12590031)
Sitanan10 กันยายน 2562 02:47การจัดองค์การเป็นกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน้าที่การงานบุคลากร และปัจจัยทางกายภาพต่างๆ ขององค์การ ในที่นี้ขอนำหลักการจัดองค์การในระบบราชการมาศึกษา เพราะระบบราชการนั้นเป็ฯองค์การที่มีการจัดองค์การที่ได้รับความนิยมกันอย่างกว้างขวางและมีการนำไปใช้ในทุกวงการ หลักที่สำคัญของการจัดองค์การมีดังต่อไปนี้1.การกำหนดหน้าที่ของงาน (function) นั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ขององค์การหน้าที่การงานและภารกิจจึงหมายถึงกลุ่มของกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติที่ต้องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ หน้าที่การงานจะมีอะไรบ้างและมีกี่กลุ่มขึ้นอยู่กับเป้าหมายขององค์การ ลักษณะขององค์การ และขนาดขององค์การด้วย2.การแบ่งงาน (division of work) หมายถึงการแยกงานหรือรวมหน้าที่การงานที่มีลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน หรือแบ่งงานตามลักษณะเฉพาะของงาน แล้วมอบงานนั้นๆ ให้แก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความสามารถหรือความถนัดในการทำงานนั้นๆ โดยตั้งเป็นหน่วยงานขึ้นมารับผิดชอบ3.หน่วยงานย่อยที่สำคัญขององค์การ ได้แก่ หน่วยงานหลัก (line) หน่วยงานที่ปรึกษา (Staff) และหน่วยงานอนุกร (auxiliary) การแบ่งหน่วยงานเช่นนี้ทำให้เห็นลักษณะของงานเด่นชัดขึ้นหน่วยงานหลัก หมายถึงหน่วยงานที่ทำหน้าที่โดยตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์การ และบุคคลที่ปฏิบัติงานที่ขึ้นตรงต่อสายบังคับบัญชา องค์การทุกแห่งจะต้องประกอบด้วยหน่วยงานหลักซึ่งเป็นหน่วยงานปฏิบัติดงานเพื่อผลประโยชน์โดยตรงต่อความสำเร็จขององค์การในธุรกิจขนาดเล็กมักจะมีแต่หน่วยงานหลักเท่านั้น อำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบทุกอย่างอยู่กับผู้เป็นเจ้าของหรือผู้จัดการ สมาชิกทุกคนอยู่ภายใต้การควบคุมและสั่งการจากผุ้จัดการแต่เพียงผู้เดียว ในบริษัทผู้ผลิตหน่วยงานหลักคือฝ่ายผลิต ในห้างสรรพสินค้าหน่วยงานหลักคือฝ่ายขาย ส่วนหน่วยงานประกอบที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่หน่วยงานหลักหน่วยงานที่ปรึกษา หมายถึงหน่วยงานที่ช่วยให้หน่วยงานหลักปฏิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะงาน หรือเป็นรูปคณะกรรมการที่ปรึกษาในบริษัทต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร ฝ่ายวิจัยวางแผน ฝ่ายตรวจสอบหน่วยงานอนุกร หมายถึงหน่วยงานที่ช่วยบริการแก่หน่วยงานหลักและหน่วยงานที่ปรึกษา หน่วยงานอนุกรมักเป็นงานด้านธุรการและงานอำนวยความสะดวกเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีหน้าที่บริการลูกค้าขององค์การโดยตรง หรือไม่ได้ปฏิบัติงานอันเป็นงานหลักขององค์การในบริษัททั่วไป ได้แก่ ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบุคคล (น.ส.ชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)
การจัดองค์การเป็นกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน้าที่การงานบุคลากร และปัจจัยทางกายภาพต่างๆ ขององค์การ ในที่นี้ขอนำหลักการจัดองค์การในระบบราชการมาศึกษา เพราะระบบราชการนั้นเป็ฯองค์การที่มีการจัดองค์การที่ได้รับความนิยมกันอย่างกว้างขวางและมีการนำไปใช้ในทุกวงการ หลักที่สำคัญของการจัดองค์การมีดังต่อไปนี้1.การพัฒนาความรู้ความสามารถของสมาชิกในองค์กรการจัดองค์กรที่ดีจะเอื้อให้พนักงานทำงานที่ตนรับผิดชอบได้อย่างเต็มที่เกิดการพัฒนาทักษะในการทำงานเกิดความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ตนเองรับผิดชอบและเมื่อทำงานสำเร็จก็ย่อมนำไปสู่ความมั่นใจในการทำงานตลอดจนความภูมิใจที่สมาชิกในองค์กรเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ 2.ความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานของสมาชิกในองค์กรเมื่อสมาชิกทำงานได้ดีมีผลงานองค์กรมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามประสงค์ผลลัพธ์ถัดไปซึ่งย่อมเกิดแก่สมาชิกในองค์กรคือมีโอกาสก้าวหน้าได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งในหน้าที่การงานของตน 3.ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรการจัดองค์กรที่ดีย่อมจะส่งเสริมให้สมาชิกมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในเชิงสร้างสรรค์การสื่อสารการสั่งการการรายงานผลการดำเนินงานตลอดจนการนำเสนอปัญหาเพื่อการพิจารณาตัดสินใจระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นไปอย่างชัดเจนราบรื่นไม่ติดขัดการประสานงานการขอความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆภายในองค์กรเป็นไปโดยสะดวกรวดเร็วสิ่งต่างๆเหล่านี้ย่อมส่งเสริมและเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรให้ดียิ่งขึ้น 4.ความสำเร็จขององค์กรการที่พนักงานแต่ละคนสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ภายใต้สภาพแวดล้อมทางการบริหารที่เหมาะสมย่อมนำไปสู่ความสำเร็จทั้งในด้านประสิทธิภาพทางการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้นนั่นคือองค์กรใช้ทรัพยากรคุ้มค่ากับผลสำเร็จและด้านประสิทธิผลคือองค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้นอกจากนี้การจัดองค์กรและการมีโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสมยังช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานตามกลยุทธ์ต่างๆขององค์กรประสบผลสำเร็จได้อย่างยั่งยืน(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดีการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหาร(สมภพ ขุนทรง 12590079)
ผู้บริหารได้รับมอบหมายหน้าที่เเละความรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร เเละผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย เเละจัดทำเเผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บบรรลุุุตามเป้าหมายเเล้ว ผู้บริหารต้องดำเนินกิจกรรมหลักประการต่อไปคือ การจัดการ การจัดองค์กรเป็นกิจกรรมทางการจัดการลำดับที่ 2 ต่อจากการวางเเน เมื่อผู้บริหารวางเเผนโดยกำหนดพันธกิจ เป้าหมาย เเละเเผนงานเเล้ว ผู้บริหารจะต้องพิจารณาทำหน้าที่ต่างๆ ตามขั้นตอนที่ระบุในกระบวนการจัดการ อันประกอบด้วยขั้นตอนหลัก 4 ประการ ได้เเก่ การออกเเบบงาน การออเกเบบโครงสร้างองค์กร การเเบ่งอำนาจหน้าที่ เเละการประสานงาน(ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี(นายจิโรจ โชติศิริคุณวัฒน์ 12590009)
ผู้บริหารได้รับมอบหมายหน้าที่เเละความรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร เเละผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย เเละจัดทำเเผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บบรรลุุุตามเป้าหมายเเล้ว ผู้บริหารต้องดำเนินกิจกรรมหลักประการต่อไปคือ การจัดการ การจัดองค์กรเป็นกิจกรรมทางการจัดการลำดับที่ 2 ต่อจากการวางเเน เมื่อผู้บริหารวางเเผนโดยกำหนดพันธกิจ เป้าหมาย เเละเเผนงานเเล้ว ผู้บริหารจะต้องพิจารณาทำหน้าที่ต่างๆ ตามขั้นตอนที่ระบุในกระบวนการจัดการ อันประกอบด้วยขั้นตอนหลัก 4 ประการ ได้เเก่ การออกเเบบงาน การออเกเบบโครงสร้างองค์กร การเเบ่งอำนาจหน้าที่ เเละการประสานงาน
ตอบลบ(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และ
ตอบลบมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
(วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และ
ตอบลบมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
(พงศธร ศิริสมบูรณ์ 12590052)
การจัดองค์การเป็นกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน้าที่การงานบุคลากร และปัจจัยทางกายภาพต่างๆ ขององค์การ ในที่นี้ขอนำหลักการจัดองค์การในระบบราชการมาศึกษา เพราะระบบราชการนั้นเป็ฯองค์การที่มีการจัดองค์การที่ได้รับความนิยมกันอย่างกว้างขวางและมีการนำไปใช้ในทุกวงการ หลักที่สำคัญของการจัดองค์การมีดังต่อไปนี้
ตอบลบการกำหนดหน้าที่การงาน
การกำหนดหน้าที่ของงาน (function) นั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ขององค์การหน้าที่การงานและภารกิจจึงหมายถึงกลุ่มของกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติที่ต้องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ หน้าที่การงานจะมีอะไรบ้างและมีกี่กลุ่มขึ้นอยู่กับเป้าหมายขององค์การ ลักษณะขององค์การ และขนาดขององค์การด้วย
การแบ่งงาน
การแบ่งงาน (division of work) หมายถึงการแยกงานหรือรวมหน้าที่การงานที่มีลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน หรือแบ่งงานตามลักษณะเฉพาะของงาน แล้วมอบงานนั้นๆ ให้แก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความสามารถหรือความถนัดในการทำงานนั้นๆ โดยตั้งเป็นหน่วยงานขึ้นมารับผิดชอบ
หน่วยงานสำคัญขององค์การ
หน่วยงานย่อยที่สำคัญขององค์การ ได้แก่ หน่วยงานหลัก (line) หน่วยงานที่ปรึกษา (Staff) และหน่วยงานอนุกร (auxiliary) การแบ่งหน่วยงานเช่นนี้ทำให้เห็นลักษณะของงานเด่นชัดขึ้น
หน่วยงานหลัก หมายถึงหน่วยงานที่ทำหน้าที่โดยตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์การ และบุคคลที่ปฏิบัติงานที่ขึ้นตรงต่อสายบังคับบัญชา องค์การทุกแห่งจะต้องประกอบด้วยหน่วยงานหลักซึ่งเป็นหน่วยงานปฏิบัติดงานเพื่อผลประโยชน์โดยตรงต่อความสำเร็จขององค์การ
ในธุรกิจขนาดเล็กมักจะมีแต่หน่วยงานหลักเท่านั้น อำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบทุกอย่างอยู่กับผู้เป็นเจ้าของหรือผู้จัดการ สมาชิกทุกคนอยู่ภายใต้การควบคุมและสั่งการจากผุ้จัดการแต่เพียงผู้เดียว ในบริษัทผู้ผลิตหน่วยงานหลักคือฝ่ายผลิต ในห้างสรรพสินค้าหน่วยงานหลักคือฝ่ายขาย ส่วนหน่วยงานประกอบที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่หน่วยงานหลัก
หน่วยงานที่ปรึกษา หมายถึงหน่วยงานที่ช่วยให้หน่วยงานหลักปฏิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะงาน หรือเป็นรูปคณะกรรมการที่ปรึกษาในบริษัทต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร ฝ่ายวิจัยวางแผน ฝ่ายตรวจสอบ
หน่วยงานอนุกร หมายถึงหน่วยงานที่ช่วยบริการแก่หน่วยงานหลักและหน่วยงานที่ปรึกษา หน่วยงานอนุกรมักเป็นงานด้านธุรการและงานอำนวยความสะดวกเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีหน้าที่บริการลูกค้าขององค์การโดยตรง หรือไม่ได้ปฏิบัติงานอันเป็นงานหลักขององค์การในบริษัททั่วไป ได้แก่ ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบุคคล เป็นต้น
(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
-เมื่อผู้บริหารได้รับมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร และผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย และจัดทำแผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายแล้ว ผู้บริหารต้องดำเนินกิจกรรมหลักประการต่อไป คือ การจัดองค์กร
ตอบลบสิ่งที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาต่อไปจากกระบวนการวางแผน คือ ผู้บริหารจะกำหนดภาระหน้าที่และความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในแต่ละตำแหน่งงานอย่างไร จะจัดจัดโครงสร้างองค์กรให้มีลักษณะอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับความต้องการขององค์กร ผู้จัดการแต่ละคนควรมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมากน้อยเพียงใด หรือทำอย่างไรเพื่อให้บุคคลหรือหน่วยงานต่างๆภายในองค์กรสามารถทำงานอย่างประสานสอดคล้องร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรได้มากที่สุด
-หากองค์กรใดมีการจัดองค์กรที่ดีก็จะส่งผลให้เกิดประโยชน์และความสำเร็จกับองค์กรอย่างน้อย 4 ประการคือ
(1)การพัฒนาความรู้ความสามารถของสมาชิกในองค์กร
การจัดองค์กรที่ดี จะเอื้อให้พนักงานทำงานที่ตนรับผิดชอบได้อย่างเต็มที่ เกิดการพัฒนาทักษะในการทำงานเกิดความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ตนเองรับผิดชอบ และเมื่อทำงานสำเร็จก็ย่อมนำไปสู่ความมั่นใจในการทำงาน ตลอดจนความภูมิใจที่สมาชิกในองค์กรเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ
(2)ความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานของสมาชิกในองค์กร
เมื่อสมาชิกทำงานได้ดีมีผลงาน องค์กรมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามประสงค์ ผลลัพธ์ถัดไปซึ่งย่อมเกิดแก่สมาชิกในองค์กร คือมีโอกาสก้าวหน้าได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งในหน้าที่การงานของตน
(3)ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กร
การจัดองค์กรที่ดีย่อมจะส่งเสริมให้สมาชิกมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในเชิงสร้างสรรค์ การสื่อสาร การสั่งการ การรายงานผลการดำเนินงาน ตลอดจนการนำเสนอปัญหาเพื่อการพิจารณาตัดสินใจระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นไปอย่างชัดเจนราบรื่นไม่ติดขัดการประสานงาน การขอความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆภายในองค์กรเป็นไปโดยสะดวกรวดเร็วสิ่งต่างๆเหล่านี้ย่อมส่งเสริมและเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรให้ดียิ่งขึ้น
(4)ความสำเร็จขององค์กร
การที่พนักงานแต่ละคนสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ภายใต้สภาพแวดล้อมทางการบริหารที่เหมาะสมย่อมนำไปสู่ความสำเร็จทั้งในด้านประสิทธิภาพทางการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้นนั่นคือ องค์กรใช้ทรัพยากรคุ้มค่ากับผลสำเร็จ และด้านประสิทธิผลคือองค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ นอกจากนี้การจัดองค์กรและการมีโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสมยังช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานตามกลยุทธ์ต่างๆขององค์กรประสบผลสำเร็จได้อย่างยั่งยืน
(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
การจัดองค์การเป็นกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน้าที่การงานบุคลากร และปัจจัยทางกายภาพต่างๆ ขององค์การ ในที่นี้ขอนำหลักการจัดองค์การในระบบราชการมาศึกษา เพราะระบบราชการนั้นเป็ฯองค์การที่มีการจัดองค์การที่ได้รับความนิยมกันอย่างกว้างขวางและมีการนำไปใช้ในทุกวงการ หลักที่สำคัญของการจัดองค์การมีดังต่อไปนี้
ตอบลบ1.การกำหนดหน้าที่ของงาน (function) นั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ขององค์การหน้าที่การงานและภารกิจจึงหมายถึงกลุ่มของกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติที่ต้องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ หน้าที่การงานจะมีอะไรบ้างและมีกี่กลุ่มขึ้นอยู่กับเป้าหมายขององค์การ ลักษณะขององค์การ และขนาดขององค์การด้วย
2.การแบ่งงาน (division of work) หมายถึงการแยกงานหรือรวมหน้าที่การงานที่มีลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน หรือแบ่งงานตามลักษณะเฉพาะของงาน แล้วมอบงานนั้นๆ ให้แก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความสามารถหรือความถนัดในการทำงานนั้นๆ โดยตั้งเป็นหน่วยงานขึ้นมารับผิดชอบ
3.หน่วยงานย่อยที่สำคัญขององค์การ ได้แก่ หน่วยงานหลัก (line) หน่วยงานที่ปรึกษา (Staff) และหน่วยงานอนุกร (auxiliary) การแบ่งหน่วยงานเช่นนี้ทำให้เห็นลักษณะของงานเด่นชัดขึ้น
หน่วยงานหลัก หมายถึงหน่วยงานที่ทำหน้าที่โดยตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์การ และบุคคลที่ปฏิบัติงานที่ขึ้นตรงต่อสายบังคับบัญชา องค์การทุกแห่งจะต้องประกอบด้วยหน่วยงานหลักซึ่งเป็นหน่วยงานปฏิบัติดงานเพื่อผลประโยชน์โดยตรงต่อความสำเร็จขององค์การ
ในธุรกิจขนาดเล็กมักจะมีแต่หน่วยงานหลักเท่านั้น อำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบทุกอย่างอยู่กับผู้เป็นเจ้าของหรือผู้จัดการ สมาชิกทุกคนอยู่ภายใต้การควบคุมและสั่งการจากผุ้จัดการแต่เพียงผู้เดียว ในบริษัทผู้ผลิตหน่วยงานหลักคือฝ่ายผลิต ในห้างสรรพสินค้าหน่วยงานหลักคือฝ่ายขาย ส่วนหน่วยงานประกอบที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่หน่วยงานหลัก
หน่วยงานที่ปรึกษา หมายถึงหน่วยงานที่ช่วยให้หน่วยงานหลักปฏิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะงาน หรือเป็นรูปคณะกรรมการที่ปรึกษาในบริษัทต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร ฝ่ายวิจัยวางแผน ฝ่ายตรวจสอบ
หน่วยงานอนุกร หมายถึงหน่วยงานที่ช่วยบริการแก่หน่วยงานหลักและหน่วยงานที่ปรึกษา หน่วยงานอนุกรมักเป็นงานด้านธุรการและงานอำนวยความสะดวกเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีหน้าที่บริการลูกค้าขององค์การโดยตรง หรือไม่ได้ปฏิบัติงานอันเป็นงานหลักขององค์การในบริษัททั่วไป ได้แก่ ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบุคคล
(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
ตอบลบมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
(นางสาวชนาวาส บัววงค์) 12590013
ตอบลบการจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และ
มอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
(วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และ
ตอบลบมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
ดังนั้นการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
ตอบลบการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
มอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และ
ตอบลบมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
การจัดองค์กร คือการที่ผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย และจัดทำแผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายแล้ว
ตอบลบสิ่งที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาต่อไปจากกระบวนการวางแผนคือ ผู้บริหารจะกำหนดภาระ หน้าที่และความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในแต่ละตำแหน่งงานอย่างไร จะจัดกลุ่มงาน หรือจัดโครงสร้างองค์กรให้มีลักษณะอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับความต้องการขององค์กร จะมอบหมายอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบให้บุคลากรในแต่ละระดับขององค์กรอย่างไร ผู้จัดการแต่ละคนควรมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมากน้อยเพียงใด ควรมีการรวมอำนาจหรือกระจายอำนาจในการ ตัดสินใจมากน้อยเพียงใด และจะมีวิธีการอย่างไรเพื่อให้บุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ ภายในองค์กร สามารถทำงานอย่างประสานสอดคล้องร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรได้มากที่สุด ผู้บริหารที่ไม่ทำหน้าที่ด้านการจัดองค์กรให้ดีหรือทำไม่ครบถ้วน จะประสบปัญหาทางการ บริหารจัดการมากมาย เช่น พนักงานไม่ทราบขอบเขตภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของตนอย่างชัดเจนจึงอาจทำงานซ้ำซ้อนกันจนเกิดความขัดแย้งภายในองค์กร องค์กรที่ไม่กระจายอำนาจหน้าที่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมอาจเกิดความล่าช้าในการตัดสินใจแก้ไขปัญหา อาจทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที่จนเกิดความสูญเสียในด้านต่างๆ เช่น เสียลูกค้า และเสียโอกาสทางธุรกิจ เป็นต้น
(ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)
1.การพัฒนาความรู้ความสามารถของสมาชิกในองค์กรการจัดองค์กรที่ดีจะเอื้อให้พนักงานทำงานที่ตนรับผิดชอบได้อย่างเต็มที่เกิดการพัฒนาทักษะในการทำงานเกิดความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ตนเองรับผิดชอบและเมื่อทำงานสำเร็จก็ย่อมนำไปสู่ความมั่นใจในการทำงานตลอดจนความภูมิใจที่สมาชิกในองค์กรเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ
ตอบลบ2.ความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานของสมาชิกในองค์กรเมื่อสมาชิกทำงานได้ดีมีผลงานองค์กรมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามประสงค์ผลลัพธ์ถัดไปซึ่งย่อมเกิดแก่สมาชิกในองค์กรคือมีโอกาสก้าวหน้าได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งในหน้าที่การงานของตน
3.ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรการจัดองค์กรที่ดีย่อมจะส่งเสริมให้สมาชิกมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในเชิงสร้างสรรค์การสื่อสารการสั่งการการรายงานผลการดำเนินงานตลอดจนการนำเสนอปัญหาเพื่อการพิจารณาตัดสินใจระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นไปอย่างชัดเจนราบรื่นไม่ติดขัดการประสานงานการขอความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆภายในองค์กรเป็นไปโดยสะดวกรวดเร็วสิ่งต่างๆเหล่านี้ย่อมส่งเสริมและเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรให้ดียิ่งขึ้น
4.ความสำเร็จขององค์กรการที่พนักงานแต่ละคนสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ภายใต้สภาพแวดล้อมทางการบริหารที่เหมาะสมย่อมนำไปสู่ความสำเร็จทั้งในด้านประสิทธิภาพทางการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้นนั่นคือองค์กรใช้ทรัพยากรคุ้มค่ากับผลสำเร็จและด้านประสิทธิผลคือองค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้นอกจากนี้การจัดองค์กรและการมีโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสมยังช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานตามกลยุทธ์ต่างๆขององค์กรประสบผลสำเร็จได้อย่างยั่งยืน
(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
การจัดองค์กร คือการกำหนดโครงสร้างขององค์การอย่างเป็นทางการ โดยการจัดแบ่งออกเป็นหน่วยงานย่อยต่างๆ กำหนดอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานไว้ให้ชัดเจน รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานย่อยเหล่านั้น ทั้งนี้ เพื่อให้เอื้อต่อการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การอย่างมีประสิทธิภาพ
ตอบลบมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
(ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และ
ตอบลบมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และ
ตอบลบมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
(นายนภนต์ เจียรนัย 12590040)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และ มอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
ตอบลบ1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
(นางสาว ณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
การจัดองค์กร คือการที่ผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย และจัดทำแผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายแล้ว
ตอบลบสิ่งที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาต่อไปจากกระบวนการวางแผนคือ ผู้บริหารจะกำหนดภาระ หน้าที่และความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในแต่ละตำแหน่งงานอย่างไร จะจัดกลุ่มงาน หรือจัดโครงสร้างองค์กรให้มีลักษณะอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับความต้องการขององค์กร จะมอบหมายอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบให้บุคลากรในแต่ละระดับขององค์กรอย่างไร ผู้จัดการแต่ละคนควรมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมากน้อยเพียงใด ควรมีการรวมอำนาจหรือกระจายอำนาจในการ ตัดสินใจมากน้อยเพียงใด และจะมีวิธีการอย่างไรเพื่อให้บุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ ภายในองค์กร สามารถทำงานอย่างประสานสอดคล้องร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรได้มากที่สุด ผู้บริหารที่ไม่ทำหน้าที่ด้านการจัดองค์กรให้ดีหรือทำไม่ครบถ้วน จะประสบปัญหาทางการ บริหารจัดการมากมาย เช่น พนักงานไม่ทราบขอบเขตภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของตนอย่างชัดเจนจึงอาจทำงานซ้ำซ้อนกันจนเกิดความขัดแย้งภายในองค์กร องค์กรที่ไม่กระจายอำนาจหน้าที่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเหมาะสมอาจเกิดความล่าช้าในการตัดสินใจแก้ไขปัญหา อาจทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที่จนเกิดความสูญเสียในด้านต่างๆ เช่น เสียลูกค้า และเสียโอกาสทางธุรกิจ
(นายธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
1. เมื่อผู้บริหารได้รับมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร และผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย และจัดทำแผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายแล้ว ผู้บริหารต้องดำเนินกิจกรรมหลักประการต่อไปคือการจัดองค์กร สิ่งที่ผู้บริหารต้องพิจารณาต่อไปจากกระบวนการวางแผนคือ ผู้บริหารจะกำหนดภาระหน้าที่และความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กร ในแต่ละตำแหน่งงานอย่างไรจัดกลุ่มงานหรือจัดโครงสร้างองค์กรให้มีลักษณะอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับความต้องการขององค์กร จะมอบหมายอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบให้บุคลากรในแต่ละระดับขององค์กรอย่างไร ผู้จัดการแต่ละคนควรมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมากน้อยเพียงใด
ตอบลบ(อารียา ปานทอง 12590109)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
ตอบลบ1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
ตอบลบมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
(น.ส. อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
องค์กรเป็นที่รวมของคนและเป็นที่รวมของงานต่างๆ เพื่อให้พนักงานขององค์การปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่และเต็มสามารถจึงจำเป็นต้องจัดแบ่งหน้าที่การงานกันทำ และมอบอำนาจให้รับผิดชอบตามความสามารถและความถนัด ถ้าเป็นองค์การขนาดใหญ่และมีคนมาก ตลอดจนงานที่ต้องทำมีมาก ก็จะต้องจัดหมวดหมู่ของงานที่เป็นอย่างเดียวกันหรือมีลักษณะใกล้เคียงกันมารวมเข้าด้วยกันเรียกว่า ฝ่ายหรือแผนกงาน แล้วจัดให้คนที่มีความสามารถในงานนั้นๆ มาปฏิบัติงานรวมกันในแผนกนั้น และตั้งหัวหน้าขึ้นรับผิดชอบควบคุม ดังนั้นจะเห็นจะเห็นว่าการจัดองค์การมีความจำเป็นและก่อให้เกิดประโยชน์หลายด้านดังนี้
ตอบลบ1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
พัชมน มนต์วิมลพร 12590053
การจัดองค์การเป็นกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน้าที่การงานบุคลากร และปัจจัยทางกายภาพต่างๆ ขององค์การ ในที่นี้ขอนำหลักการจัดองค์การในระบบราชการมาศึกษา เพราะระบบราชการนั้นเป็ฯองค์การที่มีการจัดองค์การที่ได้รับความนิยมกันอย่างกว้างขวางและมีการนำไปใช้ในทุกวงการ หลักที่สำคัญของการจัดองค์การมีดังต่อไปนี้
ตอบลบ1.การกำหนดหน้าที่ของงาน (function) นั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ขององค์การหน้าที่การงานและภารกิจจึงหมายถึงกลุ่มของกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติที่ต้องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ หน้าที่การงานจะมีอะไรบ้างและมีกี่กลุ่มขึ้นอยู่กับเป้าหมายขององค์การ ลักษณะขององค์การ และขนาดขององค์การด้วย
2.การแบ่งงาน (division of work) หมายถึงการแยกงานหรือรวมหน้าที่การงานที่มีลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน หรือแบ่งงานตามลักษณะเฉพาะของงาน แล้วมอบงานนั้นๆ ให้แก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความสามารถหรือความถนัดในการทำงานนั้นๆ โดยตั้งเป็นหน่วยงานขึ้นมารับผิดชอบ
3.หน่วยงานย่อยที่สำคัญขององค์การ ได้แก่ หน่วยงานหลัก (line) หน่วยงานที่ปรึกษา (Staff) และหน่วยงานอนุกร (auxiliary) การแบ่งหน่วยงานเช่นนี้ทำให้เห็นลักษณะของงานเด่นชัดขึ้น
หน่วยงานหลัก หมายถึงหน่วยงานที่ทำหน้าที่โดยตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์การ และบุคคลที่ปฏิบัติงานที่ขึ้นตรงต่อสายบังคับบัญชา องค์การทุกแห่งจะต้องประกอบด้วยหน่วยงานหลักซึ่งเป็นหน่วยงานปฏิบัติดงานเพื่อผลประโยชน์โดยตรงต่อความสำเร็จขององค์การ
ในธุรกิจขนาดเล็กมักจะมีแต่หน่วยงานหลักเท่านั้น อำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบทุกอย่างอยู่กับผู้เป็นเจ้าของหรือผู้จัดการ สมาชิกทุกคนอยู่ภายใต้การควบคุมและสั่งการจากผุ้จัดการแต่เพียงผู้เดียว ในบริษัทผู้ผลิตหน่วยงานหลักคือฝ่ายผลิต ในห้างสรรพสินค้าหน่วยงานหลักคือฝ่ายขาย ส่วนหน่วยงานประกอบที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่หน่วยงานหลัก
หน่วยงานที่ปรึกษา หมายถึงหน่วยงานที่ช่วยให้หน่วยงานหลักปฏิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะงาน หรือเป็นรูปคณะกรรมการที่ปรึกษาในบริษัทต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร ฝ่ายวิจัยวางแผน ฝ่ายตรวจสอบ
หน่วยงานอนุกร หมายถึงหน่วยงานที่ช่วยบริการแก่หน่วยงานหลักและหน่วยงานที่ปรึกษา หน่วยงานอนุกรมักเป็นงานด้านธุรการและงานอำนวยความสะดวกเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีหน้าที่บริการลูกค้าขององค์การโดยตรง หรือไม่ได้ปฏิบัติงานอันเป็นงานหลักขององค์การในบริษัททั่วไป ได้แก่ ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบุคคล
(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และ
ตอบลบมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
ดังนั้นการจัดการองค์กรเป็นการจัดโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
(บุญธิดา กะตะศิลา 12590043)
ข้อ 1
ตอบลบการจัดองค์การ คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
(อรณิชา ศณีสมัย 12590102)
การจัดองค์กร คือการที่ผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย และจัดทำแผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายแล้ว
ตอบลบสิ่งที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาต่อไปจากกระบวนการวางแผนคือ ผู้บริหารจะกำหนดภาระ หน้าที่และความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในแต่ละตำแหน่งงานอย่างไร จะจัดกลุ่มงาน หรือจัดโครงสร้างองค์กรให้มีลักษณะอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับความต้องการขององค์กร
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
เมื่อผู้บริหารได้รับมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร และผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย และจัดทำแผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายแล้ว ผู้บริหารต้องดำเนินกิจกรรมหลักประการต่อไป คือ การจัดองค์กร
ตอบลบสิ่งที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาต่อไปจากกระบวนการวางแผน คือ ผู้บริหารจะกำหนดภาระหน้าที่และความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในแต่ละตำแหน่งงานอย่างไร จะจัดจัดโครงสร้างองค์กรให้มีลักษณะอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับความต้องการขององค์กร ผู้จัดการแต่ละคนควรมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมากน้อยเพียงใด หรือทำอย่างไรเพื่อให้บุคคลหรือหน่วยงานต่างๆภายในองค์กรสามารถทำงานอย่างประสานสอดคล้องร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรได้มากที่สุด
**หากองค์กรใดมีการจัดองค์กรที่ดีก็จะส่งผลให้เกิดประโยชน์และความสำเร็จกับองค์กรอย่างน้อย 4 ประการคือ
1)การพัฒนาความรู้ความสามารถของสมาชิกในองค์กร
การจัดองค์กรที่ดี จะเอื้อให้พนักงานทำงานที่ตนรับผิดชอบได้อย่างเต็มที่ เกิดการพัฒนาทักษะในการทำงานเกิดความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ตนเองรับผิดชอบ และเมื่อทำงานสำเร็จก็ย่อมนำไปสู่ความมั่นใจในการทำงาน ตลอดจนความภูมิใจที่สมาชิกในองค์กรเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ
2)ความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานของสมาชิกในองค์กร
เมื่อสมาชิกทำงานได้ดีมีผลงาน องค์กรมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามประสงค์ ผลลัพธ์ถัดไปซึ่งย่อมเกิดแก่สมาชิกในองค์กร คือมีโอกาสก้าวหน้าได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งในหน้าที่การงานของตน
3)ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กร
การจัดองค์กรที่ดีย่อมจะส่งเสริมให้สมาชิกมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในเชิงสร้างสรรค์ การสื่อสาร การสั่งการ การรายงานผลการดำเนินงาน ตลอดจนการนำเสนอปัญหาเพื่อการพิจารณาตัดสินใจระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นไปอย่างชัดเจนราบรื่นไม่ติดขัดการประสานงาน การขอความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆภายในองค์กรเป็นไปโดยสะดวกรวดเร็วสิ่งต่างๆเหล่านี้ย่อมส่งเสริมและเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรให้ดียิ่งขึ้น
4)ความสำเร็จขององค์กร
การที่พนักงานแต่ละคนสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ภายใต้สภาพแวดล้อมทางการบริหารที่เหมาะสมย่อมนำไปสู่ความสำเร็จทั้งในด้านประสิทธิภาพทางการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้นนั่นคือ องค์กรใช้ทรัพยากรคุ้มค่ากับผลสำเร็จ และด้านประสิทธิผลคือองค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ นอกจากนี้การจัดองค์กรและการมีโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสมยังช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานตามกลยุทธ์ต่างๆขององค์กรประสบผลสำเร็จได้อย่างยั่งยืน
(นางสาวสุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)
-เมื่อผู้บริหารได้รับมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร และผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย และจัดทำแผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายแล้ว ผู้บริหารต้องดำเนินกิจกรรมหลักประการต่อไป คือ การจัดองค์กร
ตอบลบสิ่งที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาต่อไปจากกระบวนการวางแผน คือ ผู้บริหารจะกำหนดภาระหน้าที่และความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กรในแต่ละตำแหน่งงานอย่างไร จะจัดจัดโครงสร้างองค์กรให้มีลักษณะอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับความต้องการขององค์กร ผู้จัดการแต่ละคนควรมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมากน้อยเพียงใด หรือทำอย่างไรเพื่อให้บุคคลหรือหน่วยงานต่างๆภายในองค์กรสามารถทำงานอย่างประสานสอดคล้องร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรได้มากที่สุด
-หากองค์กรใดมีการจัดองค์กรที่ดีก็จะส่งผลให้เกิดประโยชน์และความสำเร็จกับองค์กรอย่างน้อย 4 ประการคือ
(1)การพัฒนาความรู้ความสามารถของสมาชิกในองค์กร
การจัดองค์กรที่ดี จะเอื้อให้พนักงานทำงานที่ตนรับผิดชอบได้อย่างเต็มที่ เกิดการพัฒนาทักษะในการทำงานเกิดความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ตนเองรับผิดชอบ และเมื่อทำงานสำเร็จก็ย่อมนำไปสู่ความมั่นใจในการทำงาน ตลอดจนความภูมิใจที่สมาชิกในองค์กรเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ
(2)ความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานของสมาชิกในองค์กร
เมื่อสมาชิกทำงานได้ดีมีผลงาน องค์กรมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามประสงค์ ผลลัพธ์ถัดไปซึ่งย่อมเกิดแก่สมาชิกในองค์กร คือมีโอกาสก้าวหน้าได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งในหน้าที่การงานของตน
(3)ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กร
การจัดองค์กรที่ดีย่อมจะส่งเสริมให้สมาชิกมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในเชิงสร้างสรรค์ การสื่อสาร การสั่งการ การรายงานผลการดำเนินงาน ตลอดจนการนำเสนอปัญหาเพื่อการพิจารณาตัดสินใจระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นไปอย่างชัดเจนราบรื่นไม่ติดขัดการประสานงาน การขอความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆภายในองค์กรเป็นไปโดยสะดวกรวดเร็วสิ่งต่างๆเหล่านี้ย่อมส่งเสริมและเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรให้ดียิ่งขึ้น
(4)ความสำเร็จขององค์กร
การที่พนักงานแต่ละคนสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ภายใต้สภาพแวดล้อมทางการบริหารที่เหมาะสมย่อมนำไปสู่ความสำเร็จทั้งในด้านประสิทธิภาพทางการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้นนั่นคือ องค์กรใช้ทรัพยากรคุ้มค่ากับผลสำเร็จ และด้านประสิทธิผลคือองค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ นอกจากนี้การจัดองค์กรและการมีโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสมยังช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานตามกลยุทธ์ต่างๆขององค์กรประสบผลสำเร็จได้อย่างยั่งยืน
(จุฬาลักษณ์ สกุลวงวาร 12590010)
การจัดองค์การเป็นกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน้าที่การงานบุคลากร และปัจจัยทางกายภาพต่างๆ ขององค์การ ในที่นี้ขอนำหลักการจัดองค์การในระบบราชการมาศึกษา เพราะระบบราชการนั้นเป็ฯองค์การที่มีการจัดองค์การที่ได้รับความนิยมกันอย่างกว้างขวางและมีการนำไปใช้ในทุกวงการ หลักที่สำคัญของการจัดองค์การมีดังต่อไปนี้
ตอบลบ1.การพัฒนาความรู้ความสามารถของสมาชิกในองค์กรการจัดองค์กรที่ดีจะเอื้อให้พนักงานทำงานที่ตนรับผิดชอบได้อย่างเต็มที่เกิดการพัฒนาทักษะในการทำงานเกิดความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ตนเองรับผิดชอบและเมื่อทำงานสำเร็จก็ย่อมนำไปสู่ความมั่นใจในการทำงานตลอดจนความภูมิใจที่สมาชิกในองค์กรเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ
2.ความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานของสมาชิกในองค์กรเมื่อสมาชิกทำงานได้ดีมีผลงานองค์กรมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามประสงค์ผลลัพธ์ถัดไปซึ่งย่อมเกิดแก่สมาชิกในองค์กรคือมีโอกาสก้าวหน้าได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งในหน้าที่การงานของตน
3.ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรการจัดองค์กรที่ดีย่อมจะส่งเสริมให้สมาชิกมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในเชิงสร้างสรรค์การสื่อสารการสั่งการการรายงานผลการดำเนินงานตลอดจนการนำเสนอปัญหาเพื่อการพิจารณาตัดสินใจระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นไปอย่างชัดเจนราบรื่นไม่ติดขัดการประสานงานการขอความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆภายในองค์กรเป็นไปโดยสะดวกรวดเร็วสิ่งต่างๆเหล่านี้ย่อมส่งเสริมและเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรให้ดียิ่งขึ้น
4.ความสำเร็จขององค์กรการที่พนักงานแต่ละคนสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ภายใต้สภาพแวดล้อมทางการบริหารที่เหมาะสมย่อมนำไปสู่ความสำเร็จทั้งในด้านประสิทธิภาพทางการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้นนั่นคือองค์กรใช้ทรัพยากรคุ้มค่ากับผลสำเร็จและด้านประสิทธิผลคือองค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้นอกจากนี้การจัดองค์กรและการมีโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสมยังช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานตามกลยุทธ์ต่างๆขององค์กรประสบผลสำเร็จได้อย่างยั่งยืน
(ฺสิริกร ราชมณี 12590084)
การจัดองค์กรมีความสำคัญต่อการบริหารจัดการองค์ในการจัดระเบียบกิจกรรมให้เป็นกลุ่มก้อนเข้ารูป และการมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของงานที่ตั้งไว้ การจัดองค์การจะเป็นกระบวนการที่เกี่ยวกับการจัดระเบียบความรับผิดชอบต่างๆ ทั้งนี้เพื่อให้ทุกคนต่างฝ่ายต่างทราบว่า ใครต้องทำอะไรบ้าง และใครหรือกิจกรรมใดต้องสัมพันธ์กับฝ่ายอื่นๆ อย่างไรบ้างกล่าวคือมีความสัมพันธุ์ในก่รวางแผนขององค์กร
ตอบลบรัญชริดา มะนุ่น 12590067
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
ตอบลบมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เพราะ
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
นางสาววชิราพร คำกอง 12590068
1. การจัดองค์กรมีความสำคัญต่อการบริหารจัดการองค์กรอย่างไร และมีส่วนสัมพันธ์กับการวางแผนอย่างไร
ตอบลบตอบ : เมื่อผู้บริหารได้รับมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร และผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย และจัดทำแผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายแล้ว ผู้บริหารต้องดำเนินกิจกรรมหลักประการต่อไปคือ “การจัดองค์กร”
สิ่งที่ผู้บริหารต้องพิจารณาต่อไปจากกระบวนการวางแผนคือ การจัดองค์กร ผู้บริหารที่ไม่หน้าที่ด้านการจัดองค์กรหรือทำไม่ครบถ้วน จะประสบปัยหาทางการบริหารจัดการมากมาย อาทิ พนักงานม่ทราบว่าขอบเขตภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของตนอย่างชัดเจนจึงอาจทำงานซ้ำซ้อนจนเกิดความขัดแย้งภายในองค์กร พนักงานเกี่ยงกันรับผิดชอบงาน เกิดความล่าช้าในการตัดสินใจแก้ปัญหา เกิดภาวะคอขวดจากการตัดสินใจของผู้บริหารบางคน ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงทีจนเกิดความสูญเสียในด้านต่างๆ เช่น เสียลูกค้า และเสียโอกาสทางธุรกิจ เป็นต้น
นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และ
ตอบลบมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ(ชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
การจัดองค์กร คือการกำหนดโครงสร้างขององค์การอย่างเป็นทางการ โดยการจัดแบ่งออกเป็นหน่วยงานย่อยต่างๆ กำหนดอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานไว้ให้ชัดเจน รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานย่อยเหล่านั้น ทั้งนี้ เพื่อให้เอื้อต่อการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การอย่างมีประสิทธิภาพ
ตอบลบมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
นางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061
การจัดองค์กรมีความสำคัญต่อการบริหารจัดการองค์กรอย่างไร และมีส่วนสัมพันธ์กับการวางแผนอย่างไร
ตอบลบตอบ : เมื่อผู้บริหารได้รับมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร และผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย และจัดทำแผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายแล้ว ผู้บริหารต้องดำเนินกิจกรรมหลักประการต่อไปคือ “การจัดองค์กร”
สิ่งที่ผู้บริหารต้องพิจารณาต่อไปจากกระบวนการวางแผนคือ การจัดองค์กร ผู้บริหารที่ไม่หน้าที่ด้านการจัดองค์กรหรือทำไม่ครบถ้วน จะประสบปัยหาทางการบริหารจัดการมากมาย อาทิ พนักงานม่ทราบว่าขอบเขตภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของตนอย่างชัดเจนจึงอาจทำงานซ้ำซ้อนจนเกิดความขัดแย้งภายในองค์กร พนักงานเกี่ยงกันรับผิดชอบงาน เกิดความล่าช้าในการตัดสินใจแก้ปัญหา เกิดภาวะคอขวดจากการตัดสินใจของผู้บริหารบางคน ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงทีจนเกิดความสูญเสียในด้านต่างๆ เช่น เสียลูกค้า และเสียโอกาสทางธุรกิจ เป็นต้น
นางสาวดวงหทัย โฉมมา 12590029
1. เมื่อผู้บริหารได้รับมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร และผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย และจัดทำแผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายแล้ว ผู้บริหารต้องดำเนินกิจกรรมหลักประการต่อไปคือการจัดองค์กร สิ่งที่ผู้บริหารต้องพิจารณาต่อไปจากกระบวนการวางแผนคือ ผู้บริหารจะกำหนดภาระหน้าที่และความรับผิดชอบสำหรับสมาชิกขององค์กร ในแต่ละตำแหน่งงานอย่างไรจัดกลุ่มงานหรือจัดโครงสร้างองค์กรให้มีลักษณะอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับความต้องการขององค์กร จะมอบหมายอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบให้บุคลากรในแต่ละระดับขององค์กรอย่างไร ผู้จัดการแต่ละคนควรมีผู้ใต้บังคับบัญชาจำนวนมากน้อยเพียงใด
ตอบลบ(12590099 หมายขวัญ นวลอุไร )
ตอบลบ1. การจัดองค์กรมีความสำคัญต่อการบริหารจัดการองค์กรอย่างไร และมีส่วนสัมพันธ์กับการวางแผนอย่างไร
ตอบ : เมื่อผู้บริหารได้รับมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร และผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย และจัดทำแผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายแล้ว ผู้บริหารต้องดำเนินกิจกรรมหลักประการต่อไปคือ “การจัดองค์กร”
สิ่งที่ผู้บริหารต้องพิจารณาต่อไปจากกระบวนการวางแผนคือ การจัดองค์กร ผู้บริหารที่ไม่หน้าที่ด้านการจัดองค์กรหรือทำไม่ครบถ้วน จะประสบปัยหาทางการบริหารจัดการมากมาย อาทิ พนักงานม่ทราบว่าขอบเขตภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของตนอย่างชัดเจนจึงอาจทำงานซ้ำซ้อนจนเกิดความขัดแย้งภายในองค์กร พนักงานเกี่ยงกันรับผิดชอบงาน เกิดความล่าช้าในการตัดสินใจแก้ปัญหา เกิดภาวะคอขวดจากการตัดสินใจของผู้บริหารบางคน ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงทีจนเกิดความสูญเสียในด้านต่างๆ เช่น เสียลูกค้า และเสียโอกาสทางธุรกิจ เป็นต้น
นางสาวพัชรา จูเอี่ยม (12590054)
ผู้บริหารได้รับมอบหมายหน้าที่เเละความรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร เเละผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย เเละจัดทำเเผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บบรรลุุุตามเป้าหมายเเล้ว ผู้บริหารต้องดำเนินกิจกรรมหลักประการต่อไปคือ การจัดการ การจัดองค์กรเป็นกิจกรรมทางการจัดการลำดับที่ 2 ต่อจากการวางเเน เมื่อผู้บริหารวางเเผนโดยกำหนดพันธกิจ เป้าหมาย เเละเเผนงานเเล้ว ผู้บริหารจะต้องพิจารณาทำหน้าที่ต่างๆ ตามขั้นตอนที่ระบุในกระบวนการจัดการ อันประกอบด้วยขั้นตอนหลัก 4 ประการ ได้เเก่ การออกเเบบงาน การออเกเบบโครงสร้างองค์กร การเเบ่งอำนาจหน้าที่ เเละการประสานงาน
ตอบลบ(ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896)
การจัดองค์การเป็นกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน้าที่การงานบุคลากร และปัจจัยทางกายภาพต่างๆ ขององค์การ ในที่นี้ขอนำหลักการจัดองค์การในระบบราชการมาศึกษา เพราะระบบราชการนั้นเป็ฯองค์การที่มีการจัดองค์การที่ได้รับความนิยมกันอย่างกว้างขวางและมีการนำไปใช้ในทุกวงการ หลักที่สำคัญของการจัดองค์การมีดังต่อไปนี้
ตอบลบ1.การกำหนดหน้าที่ของงาน (function) นั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ขององค์การหน้าที่การงานและภารกิจจึงหมายถึงกลุ่มของกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติที่ต้องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ หน้าที่การงานจะมีอะไรบ้างและมีกี่กลุ่มขึ้นอยู่กับเป้าหมายขององค์การ ลักษณะขององค์การ และขนาดขององค์การด้วย
2.การแบ่งงาน (division of work) หมายถึงการแยกงานหรือรวมหน้าที่การงานที่มีลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน หรือแบ่งงานตามลักษณะเฉพาะของงาน แล้วมอบงานนั้นๆ ให้แก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความสามารถหรือความถนัดในการทำงานนั้นๆ โดยตั้งเป็นหน่วยงานขึ้นมารับผิดชอบ
3.หน่วยงานย่อยที่สำคัญขององค์การ ได้แก่ หน่วยงานหลัก (line) หน่วยงานที่ปรึกษา (Staff) และหน่วยงานอนุกร (auxiliary) การแบ่งหน่วยงานเช่นนี้ทำให้เห็นลักษณะของงานเด่นชัดขึ้น
หน่วยงานหลัก หมายถึงหน่วยงานที่ทำหน้าที่โดยตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์การ และบุคคลที่ปฏิบัติงานที่ขึ้นตรงต่อสายบังคับบัญชา องค์การทุกแห่งจะต้องประกอบด้วยหน่วยงานหลักซึ่งเป็นหน่วยงานปฏิบัติดงานเพื่อผลประโยชน์โดยตรงต่อความสำเร็จขององค์การ
ในธุรกิจขนาดเล็กมักจะมีแต่หน่วยงานหลักเท่านั้น อำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบทุกอย่างอยู่กับผู้เป็นเจ้าของหรือผู้จัดการ สมาชิกทุกคนอยู่ภายใต้การควบคุมและสั่งการจากผุ้จัดการแต่เพียงผู้เดียว ในบริษัทผู้ผลิตหน่วยงานหลักคือฝ่ายผลิต ในห้างสรรพสินค้าหน่วยงานหลักคือฝ่ายขาย ส่วนหน่วยงานประกอบที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่หน่วยงานหลัก
หน่วยงานที่ปรึกษา หมายถึงหน่วยงานที่ช่วยให้หน่วยงานหลักปฏิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะงาน หรือเป็นรูปคณะกรรมการที่ปรึกษาในบริษัทต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร ฝ่ายวิจัยวางแผน ฝ่ายตรวจสอบ
หน่วยงานอนุกร หมายถึงหน่วยงานที่ช่วยบริการแก่หน่วยงานหลักและหน่วยงานที่ปรึกษา หน่วยงานอนุกรมักเป็นงานด้านธุรการและงานอำนวยความสะดวกเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีหน้าที่บริการลูกค้าขององค์การโดยตรง หรือไม่ได้ปฏิบัติงานอันเป็นงานหลักขององค์การในบริษัททั่วไป ได้แก่ ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบุคคล
(นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)
ตอบลบการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
มอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
สุภัทษา สนธิช่วย 12590096
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
ตอบลบ1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
ดังนั้นการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
(ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และ
ตอบลบมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
ดังนั้นการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
กุลปริยา แย้มเกษร 12590005
การจัดองค์การคือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
ตอบลบ1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
(นางสาวเบญญาภา กรีรถ 12590044)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และ
ตอบลบมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
(ศศิมา ปานชงค์ 12590077)
การจัดองค์กร คือ กระบวนการกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างคนงานและกิจกรรมต่างๆขององค์การเพื่อที่จะก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรขององค์การให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ตอบลบมีความสำคัญต่อการบริหารจัดการองค์กร โดยจะทำให้ทราบขอบเขตความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่างๆ และช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่างๆได้ดี อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
มีส่วนสัมพันธ์กับการวางแผน คือ จะทำให้การทำงานที่เกิดขึ้นนั้นมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น เนื่องจากถ้ามีการวางแผนการจัดการองค์กรที่ดีก็จะส่งผลให้องค์กรสามารถบริหารงานได้ดีตามแผนที่ได้มีการวางไว้ล่วงหน้า
(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบการจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และ
ตอบลบมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์12590954)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
ตอบลบ1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
ดังนั้นการจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
นางสาวณัฐนรี สีทองสุก 12590022
องค์กรเป็นที่รวมของคนและเป็นที่รวมของงานต่างๆ เพื่อให้พนักงานขององค์การปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่และเต็มสามารถจึงจำเป็นต้องจัดแบ่งหน้าที่การงานกันทำ และมอบอำนาจให้รับผิดชอบตามความสามารถและความถนัด ถ้าเป็นองค์การขนาดใหญ่และมีคนมาก ตลอดจนงานที่ต้องทำมีมาก ก็จะต้องจัดหมวดหมู่ของงานที่เป็นอย่างเดียวกันหรือมีลักษณะใกล้เคียงกันมารวมเข้าด้วยกันเรียกว่า ฝ่ายหรือแผนกงาน แล้วจัดให้คนที่มีความสามารถในงานนั้นๆ มาปฏิบัติงานรวมกันในแผนกนั้น และตั้งหัวหน้าขึ้นรับผิดชอบควบคุม ดังนั้นจะเห็นจะเห็นว่าการจัดองค์การมีความจำเป็นและก่อให้เกิดประโยชน์หลายด้านดังนี้
ตอบลบ1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
(ศุภิสรา นรินยา 12590717)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และ
ตอบลบมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
ตอบลบการจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และ
มอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และ
ตอบลบมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
ตอบลบ1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหาร
(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
การจัดองค์การเป็นกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน้าที่การงานบุคลากร และปัจจัยทางกายภาพต่างๆ ขององค์การ ในที่นี้ขอนำหลักการจัดองค์การในระบบราชการมาศึกษา เพราะระบบราชการนั้นเป็ฯองค์การที่มีการจัดองค์การที่ได้รับความนิยมกันอย่างกว้างขวางและมีการนำไปใช้ในทุกวงการ หลักที่สำคัญของการจัดองค์การมีดังต่อไปนี้
ตอบลบ1.การกำหนดหน้าที่ของงาน (function) นั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ขององค์การหน้าที่การงานและภารกิจจึงหมายถึงกลุ่มของกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติที่ต้องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ หน้าที่การงานจะมีอะไรบ้างและมีกี่กลุ่มขึ้นอยู่กับเป้าหมายขององค์การ ลักษณะขององค์การ และขนาดขององค์การด้วย
2.การแบ่งงาน (division of work) หมายถึงการแยกงานหรือรวมหน้าที่การงานที่มีลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน หรือแบ่งงานตามลักษณะเฉพาะของงาน แล้วมอบงานนั้นๆ ให้แก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความสามารถหรือความถนัดในการทำงานนั้นๆ โดยตั้งเป็นหน่วยงานขึ้นมารับผิดชอบ
3.หน่วยงานย่อยที่สำคัญขององค์การ ได้แก่ หน่วยงานหลัก (line) หน่วยงานที่ปรึกษา (Staff) และหน่วยงานอนุกร (auxiliary) การแบ่งหน่วยงานเช่นนี้ทำให้เห็นลักษณะของงานเด่นชัดขึ้น
หน่วยงานหลัก หมายถึงหน่วยงานที่ทำหน้าที่โดยตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์การ และบุคคลที่ปฏิบัติงานที่ขึ้นตรงต่อสายบังคับบัญชา องค์การทุกแห่งจะต้องประกอบด้วยหน่วยงานหลักซึ่งเป็นหน่วยงานปฏิบัติดงานเพื่อผลประโยชน์โดยตรงต่อความสำเร็จขององค์การ
ในธุรกิจขนาดเล็กมักจะมีแต่หน่วยงานหลักเท่านั้น อำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบทุกอย่างอยู่กับผู้เป็นเจ้าของหรือผู้จัดการ สมาชิกทุกคนอยู่ภายใต้การควบคุมและสั่งการจากผุ้จัดการแต่เพียงผู้เดียว ในบริษัทผู้ผลิตหน่วยงานหลักคือฝ่ายผลิต ในห้างสรรพสินค้าหน่วยงานหลักคือฝ่ายขาย ส่วนหน่วยงานประกอบที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่หน่วยงานหลัก
หน่วยงานที่ปรึกษา หมายถึงหน่วยงานที่ช่วยให้หน่วยงานหลักปฏิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะงาน หรือเป็นรูปคณะกรรมการที่ปรึกษาในบริษัทต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร ฝ่ายวิจัยวางแผน ฝ่ายตรวจสอบ
หน่วยงานอนุกร หมายถึงหน่วยงานที่ช่วยบริการแก่หน่วยงานหลักและหน่วยงานที่ปรึกษา หน่วยงานอนุกรมักเป็นงานด้านธุรการและงานอำนวยความสะดวกเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีหน้าที่บริการลูกค้าขององค์การโดยตรง หรือไม่ได้ปฏิบัติงานอันเป็นงานหลักขององค์การในบริษัททั่วไป ได้แก่ ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบุคคล
(นางสาวคณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
ตอบลบ1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหาร
(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
การจัดองค์การ คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่างๆในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
ตอบลบ1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหาร
(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
1.การพัฒนาความรู้ความสามารถของสมาชิกในองค์กรการจัดองค์กรที่ดีจะเอื้อให้พนักงานทำงานที่ตนรับผิดชอบได้อย่างเต็มที่เกิดการพัฒนาทักษะในการทำงานเกิดความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ตนเองรับผิดชอบและเมื่อทำงานสำเร็จก็ย่อมนำไปสู่ความมั่นใจในการทำงานตลอดจนความภูมิใจที่สมาชิกในองค์กรเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ
ตอบลบ2.ความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานของสมาชิกในองค์กรเมื่อสมาชิกทำงานได้ดีมีผลงานองค์กรมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามประสงค์ผลลัพธ์ถัดไปซึ่งย่อมเกิดแก่สมาชิกในองค์กรคือมีโอกาสก้าวหน้าได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งในหน้าที่การงานของตน
3.ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรการจัดองค์กรที่ดีย่อมจะส่งเสริมให้สมาชิกมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในเชิงสร้างสรรค์การสื่อสารการสั่งการการรายงานผลการดำเนินงานตลอดจนการนำเสนอปัญหาเพื่อการพิจารณาตัดสินใจระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นไปอย่างชัดเจนราบรื่นไม่ติดขัดการประสานงานการขอความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆภายในองค์กรเป็นไปโดยสะดวกรวดเร็วสิ่งต่างๆเหล่านี้ย่อมส่งเสริมและเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรให้ดียิ่งขึ้น
4.ความสำเร็จขององค์กรการที่พนักงานแต่ละคนสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ภายใต้สภาพแวดล้อมทางการบริหารที่เหมาะสมย่อมนำไปสู่ความสำเร็จทั้งในด้านประสิทธิภาพทางการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้นนั่นคือองค์กรใช้ทรัพยากรคุ้มค่ากับผลสำเร็จและด้านประสิทธิผลคือองค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้นอกจากนี้การจัดองค์กรและการมีโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสมยังช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานตามกลยุทธ์ต่างๆขององค์กรประสบผลสำเร็จได้อย่างยั่งยืน
(นายทนันชัย วัฒนชัยประเสริฐ 12590031)
ตอบลบSitanan10 กันยายน 2562 02:47
การจัดองค์การเป็นกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน้าที่การงานบุคลากร และปัจจัยทางกายภาพต่างๆ ขององค์การ ในที่นี้ขอนำหลักการจัดองค์การในระบบราชการมาศึกษา เพราะระบบราชการนั้นเป็ฯองค์การที่มีการจัดองค์การที่ได้รับความนิยมกันอย่างกว้างขวางและมีการนำไปใช้ในทุกวงการ หลักที่สำคัญของการจัดองค์การมีดังต่อไปนี้
1.การกำหนดหน้าที่ของงาน (function) นั้นขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ขององค์การหน้าที่การงานและภารกิจจึงหมายถึงกลุ่มของกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติที่ต้องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การ หน้าที่การงานจะมีอะไรบ้างและมีกี่กลุ่มขึ้นอยู่กับเป้าหมายขององค์การ ลักษณะขององค์การ และขนาดขององค์การด้วย
2.การแบ่งงาน (division of work) หมายถึงการแยกงานหรือรวมหน้าที่การงานที่มีลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกันไว้ด้วยกัน หรือแบ่งงานตามลักษณะเฉพาะของงาน แล้วมอบงานนั้นๆ ให้แก่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความสามารถหรือความถนัดในการทำงานนั้นๆ โดยตั้งเป็นหน่วยงานขึ้นมารับผิดชอบ
3.หน่วยงานย่อยที่สำคัญขององค์การ ได้แก่ หน่วยงานหลัก (line) หน่วยงานที่ปรึกษา (Staff) และหน่วยงานอนุกร (auxiliary) การแบ่งหน่วยงานเช่นนี้ทำให้เห็นลักษณะของงานเด่นชัดขึ้น
หน่วยงานหลัก หมายถึงหน่วยงานที่ทำหน้าที่โดยตรงกับวัตถุประสงค์ขององค์การ และบุคคลที่ปฏิบัติงานที่ขึ้นตรงต่อสายบังคับบัญชา องค์การทุกแห่งจะต้องประกอบด้วยหน่วยงานหลักซึ่งเป็นหน่วยงานปฏิบัติดงานเพื่อผลประโยชน์โดยตรงต่อความสำเร็จขององค์การ
ในธุรกิจขนาดเล็กมักจะมีแต่หน่วยงานหลักเท่านั้น อำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบทุกอย่างอยู่กับผู้เป็นเจ้าของหรือผู้จัดการ สมาชิกทุกคนอยู่ภายใต้การควบคุมและสั่งการจากผุ้จัดการแต่เพียงผู้เดียว ในบริษัทผู้ผลิตหน่วยงานหลักคือฝ่ายผลิต ในห้างสรรพสินค้าหน่วยงานหลักคือฝ่ายขาย ส่วนหน่วยงานประกอบที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่หน่วยงานหลัก
หน่วยงานที่ปรึกษา หมายถึงหน่วยงานที่ช่วยให้หน่วยงานหลักปฏิบัติงานได้ดียิ่งขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะงาน หรือเป็นรูปคณะกรรมการที่ปรึกษาในบริษัทต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร ฝ่ายวิจัยวางแผน ฝ่ายตรวจสอบ
หน่วยงานอนุกร หมายถึงหน่วยงานที่ช่วยบริการแก่หน่วยงานหลักและหน่วยงานที่ปรึกษา หน่วยงานอนุกรมักเป็นงานด้านธุรการและงานอำนวยความสะดวกเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีหน้าที่บริการลูกค้าขององค์การโดยตรง หรือไม่ได้ปฏิบัติงานอันเป็นงานหลักขององค์การในบริษัททั่วไป ได้แก่ ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบุคคล
(น.ส.ชุติกาญจน์ ปานดารา 12590016)
การจัดองค์การเป็นกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน้าที่การงานบุคลากร และปัจจัยทางกายภาพต่างๆ ขององค์การ ในที่นี้ขอนำหลักการจัดองค์การในระบบราชการมาศึกษา เพราะระบบราชการนั้นเป็ฯองค์การที่มีการจัดองค์การที่ได้รับความนิยมกันอย่างกว้างขวางและมีการนำไปใช้ในทุกวงการ หลักที่สำคัญของการจัดองค์การมีดังต่อไปนี้
ตอบลบ1.การพัฒนาความรู้ความสามารถของสมาชิกในองค์กรการจัดองค์กรที่ดีจะเอื้อให้พนักงานทำงานที่ตนรับผิดชอบได้อย่างเต็มที่เกิดการพัฒนาทักษะในการทำงานเกิดความเชี่ยวชาญในสิ่งที่ตนเองรับผิดชอบและเมื่อทำงานสำเร็จก็ย่อมนำไปสู่ความมั่นใจในการทำงานตลอดจนความภูมิใจที่สมาชิกในองค์กรเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ
2.ความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานของสมาชิกในองค์กรเมื่อสมาชิกทำงานได้ดีมีผลงานองค์กรมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามประสงค์ผลลัพธ์ถัดไปซึ่งย่อมเกิดแก่สมาชิกในองค์กรคือมีโอกาสก้าวหน้าได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งในหน้าที่การงานของตน
3.ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรการจัดองค์กรที่ดีย่อมจะส่งเสริมให้สมาชิกมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในเชิงสร้างสรรค์การสื่อสารการสั่งการการรายงานผลการดำเนินงานตลอดจนการนำเสนอปัญหาเพื่อการพิจารณาตัดสินใจระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นไปอย่างชัดเจนราบรื่นไม่ติดขัดการประสานงานการขอความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆภายในองค์กรเป็นไปโดยสะดวกรวดเร็วสิ่งต่างๆเหล่านี้ย่อมส่งเสริมและเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในองค์กรให้ดียิ่งขึ้น
4.ความสำเร็จขององค์กรการที่พนักงานแต่ละคนสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ภายใต้สภาพแวดล้อมทางการบริหารที่เหมาะสมย่อมนำไปสู่ความสำเร็จทั้งในด้านประสิทธิภาพทางการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้นนั่นคือองค์กรใช้ทรัพยากรคุ้มค่ากับผลสำเร็จและด้านประสิทธิผลคือองค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้นอกจากนี้การจัดองค์กรและการมีโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสมยังช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานตามกลยุทธ์ต่างๆขององค์กรประสบผลสำเร็จได้อย่างยั่งยืน
(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
ตอบลบมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
(ปาลิตา มนัสปัญญากุล 12590049)
การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดระเบียบกิจกรรมต่าง ๆ ในองค์การ และมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
ตอบลบ1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหาร
(สมภพ ขุนทรง 12590079)
ผู้บริหารได้รับมอบหมายหน้าที่เเละความรับผิดชอบในการบริหารจัดการองค์กร เเละผู้บริหารได้กำหนดพันธกิจ ตั้งเป้าหมาย เเละจัดทำเเผนงานหรือวิธีการที่จะดำเนินงานให้บบรรลุุุตามเป้าหมายเเล้ว ผู้บริหารต้องดำเนินกิจกรรมหลักประการต่อไปคือ การจัดการ การจัดองค์กรเป็นกิจกรรมทางการจัดการลำดับที่ 2 ต่อจากการวางเเน เมื่อผู้บริหารวางเเผนโดยกำหนดพันธกิจ เป้าหมาย เเละเเผนงานเเล้ว ผู้บริหารจะต้องพิจารณาทำหน้าที่ต่างๆ ตามขั้นตอนที่ระบุในกระบวนการจัดการ อันประกอบด้วยขั้นตอนหลัก 4 ประการ ได้เเก่ การออกเเบบงาน การออเกเบบโครงสร้างองค์กร การเเบ่งอำนาจหน้าที่ เเละการประสานงาน
ตอบลบ(ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036)
การจัดองค์การก็เพื่อให้โครงสร้างของกลุ่มคน และกลุ่มตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่จะไปรองรับกับแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นโครงสร้างที่จัดขึ้น เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายเข้าใจได้ดี ช่วยลดความซ้ำซ้อนผู้บริหารจึงจำเป็นต้องจัดองค์การให้มีลักษณะที่สมดุลเพื่อประโยชน์ขององค์การ
ตอบลบมอบหมายงานให้คนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมาย การจัดองค์การที่ดี จะช่วยให้การบริหารการจัดการมีประสิทธิภาพได้เนื่องจาก
1. ทำให้ทราบขอบเขต ความรับผิดชอบ และอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ
2. ช่วยป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน
3. ช่วยประสานงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ดี
4. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างพนักงานในองค์การได้
5. สามารถแสดงให้เห็นตัวภาระหน้าที่ความรับผิดชอบได้ชัดเจน
6. ทำให้มีระบบการสื่อสารตามสายการบังคับบัญชาที่ดี
(นายจิโรจ โชติศิริคุณวัฒน์ 12590009)